โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Fjord Trends 2020 เผย 7 เทรนด์ใหม่ที่จะมากำหนดทิศธุรกิจ มุ่งสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย

Techsauce

เผยแพร่ 25 มี.ค. 2563 เวลา 07.44 น. • Techsauce Team

จากยุครุ่งเรืองด้วยการเติบโตเร็วและการทำกำไรสูงต่อเนื่อง มาบัดนี้ ธุรกิจต่างเริ่มคิดถึงความจำเป็นที่จะต้องหาจิตวิญญาณที่แท้จริงให้เจอ เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ องค์กรก็ยิ่งต้องกลับไปทบทวนตนเองทั้งด้านเจตนารมณ์และจุดยืนของตนในโลก ประเด็นเหล่านี้คือ ข้อเสนอแนะในรายงานฉบับใหม่ของเอคเซนเชอร์ (NYSE: ACN) ที่ชื่อว่า Fjord Trends 2020 (ฟยอร์ดเทรนด์ 2020) ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่ 13 จากการประเมินความเป็นไปในอนาคตของวงการธุรกิจ เทคโนโลยีและการออกแบบ จัดทำโดย Fjord ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและนวัตกรรมภายใต้กลุ่มธุรกิจ Accenture Interactive (เอคเซนเชอร์ อินเทอร์แอ็กทิฟ)

อ่านรายงาน Fjord Trends 2020 ได้ที่ https://www.accenture.com/us-en/insights/digital/fjord-trends-2020

ปี 2019 นับได้ว่าเป็นปีแห่งความตื่นตัวเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศโลก ความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ความเฟื่องฟูและการล่มสลายของธุรกิจอิสระ (gig economy) และเป็นปีแห่งการร่วมแสดงความมุ่งมั่นของซีอีโอชั้นนำของโลกในการกำหนดนิยามใหม่ของความมุ่งประสงค์ขององค์กรของตน  (Statement of Purpose of a Corporation) กรอบแนวคิดที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ซึ่งมีปัจจัยเร่งคือเทคโนโลยีดิจิทัล ได้ผลักดันให้ผู้นำองค์กรต่าง ๆ ต้องหันกลับไปทบทวนหลักการพื้นฐานที่องค์กรของตนยึดถือร่วมกันเสียใหม่ รายงานฉบับนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยด้านเศรษฐกิจกับการเมือง แนวคิดแบบทุนนิยมกับทรัพยากรโลก ตลอดจนเทคโนโลยีกับสังคม ล้วนแล้วแต่เกี่ยวพันใกล้ชิดอย่างแยกไม่ออกและมีผลเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน   และในตอนนี้ สังคมปัจจุบันเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญกับประเด็นนี้แล้ว 

 “ปัจจุบัน องค์กรล้วนแล้วแต่เล็งเห็นความสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน” นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าว “ค่านิยมเช่นนี้ จะเปลี่ยนมุมมองและตัวชี้วัดความสำเร็จและการเติบโตของธุรกิจในทศวรรษหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่จะเห็นได้อย่างชัดเจนคือ ผู้ชนะจะเป็นองค์กรที่มีโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน และมีวิสัยทัศน์ยาวไกล มองเห็นภาพขององค์กร จุดยืนและบทบาทของตนที่มีต่อโลกและสังคมทั้งมวล”

นายนนทวัฒน์กล่าวเสริมว่า “เราเริ่มเห็นลูกค้าหลายองค์กรปรับทิศทางให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์เช่นนี้ ในทศวรรษหน้า เราจะเห็นทั้งความท้าทายและโอกาสสำหรับธุรกิจในปรับเปลี่ยนสินค้าหรือบริการให้มีความหมาย ให้ใส่ใจต่อผู้บริโภคและสังคม และยั่งยืนยิ่งขึ้น การเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคจาก “เพื่อตัวฉัน” เป็น “เพื่อพวกเราทุกคน” ส่งผลให้การออกแบบต้องเปลี่ยน จากที่เคยเน้นตัวผู้ใช้งาน(user-centered) มาเน้นความยั่งยืนสำหรับทุกชีวิต (life-centered) มากขึ้น”

 

รายงาน Fjord ที่จัดทำเป็นปีที่ 13 เพื่อมองแนวโน้มในอนาคตของวงการธุรกิจ เทคโนโลยี และการออกแบบ

รายงาน Fjord Trends 2020 ได้บ่งชี้แนวโน้มใหม่ 7 ด้านที่คาดว่าจะมีบทบาทในการกำหนดทิศทางธุรกิจในทศวรรษหน้าที่จะยิ่งมุ่งเน้นการให้ประสบการณ์ดีเลิศและมีความหมายต่อลูกค้า รานงานฉบับนี้ยังให้แนวทางปฏิบัติที่องค์กรนำไปปรับใช้ได้ เพื่อรับมือกับยุคหน้าที่จะมาถึง ดังนี้

1. เติบโตหลากรูปแบบ (Many faces of growth): แนวคิดแบบทุนนิยมกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เป็นจุดเปลี่ยน ผลกำไรของธุรกิจไม่ได้นับเป็นตัวชี้วัดการเติบโตเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป องค์กรจะต้องทบทวนเจตนารมณ์ บทบาทและจุดยืนของตนที่ยั่งยืนและคำนึงถึงสังคมโลก

2. มองเงินเปลี่ยนไป (Money changers): มุมมองที่เราเคยมีต่อเงินตราและวิธีการจ่ายเงินเพื่อแลกซื้อสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การทวีบทบาทของเงินดิจิทัล เช่น การอณุมัติจ่ายด้วยลายนิ้วมือหรือเลนส์ม่านตา ก่อให้เกิดโอกาสอีกมหาศาลสำหรับผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ ๆ รวมทั้งผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาด

3. บาร์โค้ดเดินได้ (Walking barcodes): ปัจจุบัน ตัวจริงของเราสามารถถูกระบุตัวตนและติดตามได้ง่ายพอๆกับ ‘ตัวตนในโลกดิจิทัล’ ราวกับบาร์โค้ดเดินได้ ด้วยเทคโนโลยีการรู้จำใบหน้าและร่างกาย ซึ่งนำมาสู่ภาวะที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นส่วนตัวและความสะดวกที่ได้รับ   

4. ผู้คนเปลี่ยนไป (Liquid people): พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปโดยจะคำนึงถึงสังคมกับบทบาทของตน และค้นหาความหมายในทุกสิ่งที่ตนทำมากขึ้น สิ่งนี้นำมาซึ่งโอกาสอีกมากในการมอบประสบการณ์แบบใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้คนเหล่านี้ได้

5. ปัญญาออกแบบได้ (Designing intelligence): ประสบการณ์ของมนุษย์มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ  ก้าวต่อไปของการพัฒนาเอไอ (Artificial Intelligence) คือการออกแบบให้ก้าวไกลไปว่าการใช้เป็นเพียงระบบอัตโนมัติ ไปเป็นระบบที่ผสานทั้งภูมิปัญญาของมนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ และทำให้สองส่วนนี้ทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น

6. แฝดเสมือนในโลกดิจิทัล (Digital doubles): แฝดเสมือนในโลกดิจิทัลกำลังจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น เช่น ดาต้าโมเดลที่รวมเอาข้อมูลส่วนตัวของเราทั้งหมดในโลกดิจิทัล ช่วยให้เราเข้าถึงความบันเทิงและมอบประสบการณ์เฉพาะตนต่างได้อย่างตรงใจ ในขณะเดียวกันก็จะทำให้เราสามารถควบคุมได้ดียิ่งขึ้นว่าจะให้ใครเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้บ้างและมากน้อยเพียงใด 

7. ออกแบบอย่างยั่งยืนเพื่อ’เราทุกคน’ (Life-centered design): แนวคิดของผู้คนกำลังเปลี่ยนไป จากการใช้ชีวิตที่มุ่งตอบสนองเพียงความต้องการของ “ตัวฉัน” ไปเป็นการคำนึงถึงสังคมส่วนใหญ่ หรือ “พวกเราทุกคน” คำถามคือ การออกแบบในอนาคต จะเปลี่ยนแนวทางจากการเน้นที่ตัวผู้ใช้หรือตัวบุคคลเป็นศูนย์กลาง (User-centered design) ไปเป็นการออกแบบโดยคำนึงถึงชีวิตของคนในสังคมเป็นศูนย์กลาง (Life-centered design) ได้หรือไม่

รายงาน Fjord Trends 2020 ได้รวบรวมแนวคิดจากนักออกแบบและนักพัฒนาของฟยอร์ดกว่า 1,200 คนในสตูดิโอ 33 แห่ง  ทั่วโลก รายงานฉบับนี้ที่จัดทำขึ้นเป็นรายปีโดยใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง คือข้อสังเกตตรงจากบุคคลในวงการ งานวิจัยที่มีผลพิสูจน์ได้ รวมถึงงานที่ทำให้กับลูกค้า ในปีนี้ ได้รับ ฟยอร์ดได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากสตูดิโอใหม่ในโตเกียวด้วย และการควบรวม INSITUM เข้ามาอยู่ในกลุ่ม ก็ทำให้ได้ข้อมูลความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญอีก 250 ท่านทางฝั่งญี่ปุ่นและละตินอเมริกา ส่งผลให้ Fjord Trends ฉบับนี้ เป็นฉบับที่มีข้อมูลหลากหลายทั่วโลกที่สุดเท่าที่เคยจัดทำมา ผู้สนใจสามารถอ่านรายงานได้ทาง accenture.com/Fjordtrends2020 หรือที่ trends.fjordnet.com และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผ่านแฮชแท็กทวิตเตอร์ #FjordTrends

เกี่ยวกับ Accenture

เอคเซนเชอร์ เป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ดิจิทัล การบริหารเทคโนโลยีและการปฏิบัติการชั้นนำของโลก และด้วยประสบการณ์ การทำงานอย่างลึกซึ้ง ผนวกกับศักยภาพที่สมบูรณ์แบบในกว่า 40 อุตสาหกรรมซึ่งครอบคลุมทุกสายงานของธุรกิจ พร้อมด้วยเครือข่ายการให้บริการที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้เอคเซนเชอร์สามารถร่วมมือกับลูกค้า เชื่อมต่อธุรกิจและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน ยกระดับองค์กรของลูกค้าให้เป็นองค์กรที่มีศักยภาพและสมรรถภาพสูง สามารถสร้างคุณค่าอันยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นได้ ปัจจุบันเอคเซนเชอร์ มีพนักงานประมาณ 492,000 คนในกว่า 120 ประเทศ เอคเซนเชอร์มุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การใช้ชีวิตและการทำงานมีคุณภาพดีขึ้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.accenture.com

เอคเซนเชอร์ อินเทอร์แอ็กทิฟ (Accenture Interactive) เสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ลูกค้า โดยการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย ที่ซึ่งเจตนารมณ์และนวัตกรรมมาบรรจบกัน การเป็นส่วนสนับสนุนให้แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ สามารถออกแบบ พัฒนา และทำให้ประสบการณ์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทาง ไม่ว่าสำหรับลูกค้า พนักงาน ผู้ป่วย หรือพลเมืองทั่วไป เอคเซนเชอร์ อินเทอร์แอ็กทิฟ ให้บริการความเชี่ยวชาญในสามด้านหลัก ได้แก่การนำเสนอคุณค่าใหม่ (New Proposition) ผลิตภัณฑ์และบริการ; ด้านการตลาด คอนเทนต์และการมีส่วนร่วม; และแพลตฟอร์มประสบการณ์ เอคเซนเชอร์ อินเทอร์แอ็กทิฟ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเอเจนซีด้านดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดและเติบโตเร็วที่สุดในโลก ในรายงานเอเจนซีฉบับล่าสุดของนิตยสารแอดเอจ (Ad Age) เป็นเวลา 4 ปีติดต่อกัน และได้รับการเสนอชื่อเป็น Most Innovative Company in Advertising ประจำปี 2019 โดย Fast Company ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของบริษัทได้ทางทวิตเตอร์ @AccentureACTIVE และทางเว็บไซต์ www.accentureinteractive.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...