MMORPG แนวเกมที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว จริงเหรอ ?
Massive Multiplayer Online Role Playing Game (MMORPG) หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า "เกมเก็บเลเวล" เป็นหนึ่งในประเภทของเกมที่อยู่คู่กับวงการเกมมาอย่างยาวนาน แต่ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า ไม่ค่อยได้เห็นการเปิดตัวของเกมแนวนี้เลยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่าน จากที่เมื่อก่อน 1 ปี มีการเปิดตัวเกมแนวนี้เป็นสิบ ๆ เกม คำถามคือ "เกมแนวนี้ได้รับความนิยมน้อยลงเหรอ?" หรือ "ทำไมเราถึงไม่ค่อยเห็นเกมแนวนี้ออกมาใหม่เลยในช่วงหลัง ๆ มานี้เลยละ" ก่อนที่เราจะไปพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง อาจจะต้องเริ่มด้วยปัจจัยต่าง ๆ ในวงการเกมตอนนี้ก่อน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ
บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น ถ้าหากบทความนี้ทำให้ใครไม่พอใจอะไรยังไง ทางตัวนักเขียนก็ต้องขออภัยไว้มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ทุนที่ใช้ในการสร้างสูงมาก กับคู้แข่งสุดหฤโหดที่ต้องเจอในวงการ
การจะสร้างเกม MMORPG ขึ้นมา 1 เกม จำเป็นต้องปั้นตัวละครจำนวนมาก สร้างฉากขนาดใหญ่ที่ให้ผู้เล่นใช้เดินทาง ออกแบบเควสอีกเป็นพันเควส ไหนจะต้องแต่งเนื้อเรื่องของเกมให้มีความยาวมากอีก อาจจะพูดได้ว่าใช้ทุนสูงเทียบเท่ากับการสร้างเกม Console เลยก็ว่าได้ ทั้งยังต้องคอยคิดคอนเทนท์ใหม่ ๆ มาให้ผู้เล่นทำอยู่เกือบจะตลอดเวลา ซึ่งถ้าพูดถึงวิธีที่จะหากำไรจากเกม MMO จะสามารถแบ่งได้เป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้ 1 คือการขายไอเทมแคชที่ไม่ส่งผลกับความเก่งในเกมมากเกินไป เพราะในเกม MMO การที่คนที่เติมเงินเยอะกว่า จะเก่งกว่าคนที่เติมน้อยกว่าเลย เป็นอะไรที่โดนแอนตี้มาก ๆ ดังนั้นผู้พัฒนาต้องพยามสร้างของ Fashion ออกมาให้สวย และมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อดึงดูดให้ผู้เล่นเติมเงินเพื่อซื้อไอเทมเหล่านั้น ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการหากำไรหลักของเกมแบบ Free to Play แน่นอนว่าวิธีนี้ก็ไม่ใช้ว่าจะสามารถเรียกเงินจากผู้เล่นได้ทุกคน ดังนั้นผู้พัฒนาต้องพยามดึงดูดคนให้มาเล่นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะมีคนเติมเงินมากขึ้นด้วยนั้นเอง แต่อย่างที่บอกว่านี้ไม่ใช้วิธีเดียวที่จะหาเงินจากเกมได้
2 ออกแบบเกมมาเพื่อขาย หรือ ต้องเติม Airtime ก็เป็นอีกวิธีที่จะหากำไรจากเกมแนวนี้ได้เช่นกัน แต่นั้นหมายถึงต้องสร้างคอนเทนท์ กับคุณภาพของเกมให้ออกมาได้ดีเทียบเท่ากับเกม Console เลยเหมือนกัน (ไม่งั่นคนจะมองว่าไม่คุ้ม และไม่ซื้อเลยตั้งแต่แรก) แน่นอนว่ามี MMORPG หลายเกมที่สามารถทำแบบนั้นได้ ประมาณ 4 - 5 เกม ก็ดังถึงระดับโลกเลยด้วยอย่างเช่น
- World of Warcraft ที่สร้างตำนานของตัวเองมานานกว่า 15 ปี
- Guild War 2 ที่สร้างระบบสงครามระหว่างฝ่ายออกมาได้มันที่สุด
- Black Desert Online ที่มาพร้อมกับระบบ PvP ที่มัน , มีภาพที่สวยโคตร , กับระบบที่มีเอกลักษร์มาก ๆ
- Final Fantasy 14 ที่เหล่าผู้เล่นต่างบอกว่ามี Dungeon และ Raid ที่สนุกสุด ๆทั้ง 4 เกมมีผู้เล่นมากกว่า 10 ล้านคนอยู่ในตอนนี้ หมายความว่าแต่ละเกมน่าจะทำรายได้มากกว่า 3,000 ล้านไปแล้วนั้นเอง ดังนั้นการสร้างเกม MMORPG ที่ต้องจ่ายตังถึงจะเล่นได้ออกมา จึงหมายความว่าต้องสร้างออกมาได้ดีกว่า หรือเทียบเท่า 4 เกมนี้ด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะยังไงถ้าต้องจ่ายเงินถึงจะเล่นได้ ต้องโดนเอาไปเปรียบเทียบแน่นอนครับ และไอ้การจะสร้างเกมออกมาให้สู้กับ 4 เกมนี้ได้ ก็ต้องใช้ทุนที่สูงมาก ๆ เช่นกัน ดังนั้นจึงอาจจะพูดได้ว่า ถ้าหากจะสร้าง MMORPG ขึ้นมาใหม่ 1 เกม ก็จำเป็นต้องใช้ทุนที่สูงมาก ในเวลาเดียวกันผู้สร้างแทบจะต้องคิดคอนเทนท์ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อดึงผู้เล่นให้ไม่ไปเล่นเกมอื่น ทำให้กว่าจะถอนทุนที่ใช้ในการสร้างคืนได้ มันจำเป็นต้องใช้เวลานานมากทีเดียว เมื่อคำนวณแล้วบางครั้งอาจจะไม่คุ้มเสี่ยง ทำให้ผู้พัฒนาไม่นิยมที่จะทุ่มทุนจำนวนมากเพื่อสร้างเกม MMORPG ชื่อใหม่ขึ้นมา นั้นเองครับ
ยุคที่เปลี่ยนไปกับเทรนด์ที่ไม่เหมือนเดิม
ถ้าหากย้อนกลับไปช่วงประมาณ 8-12 ปี ก่อน คงจะสามารถบอกได้ว่าตลาดของเกม MMORPG ยุคนั้นยิ่งใหญ่มาก มีเกมประเภทนี้อยู่ในตลาดเยอะสุด ๆ มีเกมใหม่เปิดตัวมากกว่า 10 เกมแทบทุกปี แต่ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมานี้ ตลาดเกมมือถือ เติบโตเร็วอย่างมาก ด้วยความที่แทบทุกคนในโลกนี้ มีมือถือที่สามารถเล่นเกมได้ติดตัวกันอยู่แล้ว ลูกค้าของเกมมือถือจึงอาจหมายถึงคนเกือบทั้งโลกไปด้วยในเวลาเดียวกัน บวกกับเกมในมือถือนั้นใช้ทุนในการสร้างที่ต่ำ แต่สามารถทำกำไรได้สูง ผู้พัฒนา กับนักลงทุน จึงให้ความสนใจที่จะสร้างเกมมือถือมากกว่าตามไปด้วยครับ
ทางด้านเกม Console เองก็เริ่มมีความเป็น MMORPG มากขึ้น หลัง ๆ มานี้จะสังเกตุได้ว่าเราเห็นเกม Console ที่สามารถเล่นด้วยกันได้ , Co-op ได้ , มีระบบเลเวล , มีระบบ Rarity ของไอเทม ที่เหมือนกันเกม MMORPG เต็มไปหมด ซึ่งถ้าจะให้ยกตัวอย่าง ก็มีเยอะแยะเลยที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง Destiny 2 , Monster Hunter World หรือ Borderlands 3 ทำให้กลุ่มเกม Console ดังกล่าว สามารถดึงผู้เล่นบางส่วนไปจากตลาด MMO ได้เหมือนกันถึงอาจจะไม่มาก แต่ก็น่าจะมีแน่นอนครับ อย่างที่กล่าวไว้ว่าเกม MMO เองก็เคยมีช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นยุคทองในช่วง 8-12 ปี ก่อนอยู่เหมือนกัน จึงอาจสามารถพูดได้ว่ากลุ่มคนที่ชอบเล่นเกมแนวนี้จริง ๆ เริ่มจะมีอายุที่มากแล้ว ส่วนใหญ่น่าจะอยู่ในวัยทำงานด้วย และเกมแนวนี้ก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงอยู่ คือต้องเล่นแบบต่อเนื่องกับใช้เวลาเล่นเยอะ ดังนั้นถ้าจะให้ไปเริ่มเล่น MMO เกมใหม่ มันเป็นอะไรที่ไม่ตอบโจทย์เลยสำหรับคนกลุ่มนี้ครับ (ตัวคนเขียนเองก็ชอบเล่น MMO แต่ไม่ค่อยมีเวลาจะเล่นเลยในแต่ละวันเช่นกัน)
การมาของเกม MMORPG ในมือถือ
ในเมื่อ Capacity ของตลาดเกม MMO มันเต็มจนไม่รู้จะเต็มยังไงแล้ว สิ่งที่ผู้พัฒนาเกมแนวนี้ทำ ก็คือพยามเข้าไปตีตลาดอื่น ๆ โดยการเอาเกมแนวนี้ไปลงให้กับเครื่องอื่น ๆ โดยที่เห็นนิยมเอาไปลงที่สุดก็คือตลาดเกมมือถือ (เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่มาก) จะสังเกตุได้ว่ามีหลายเกมเลยที่มีเวอร์ชั่นมือถือออกมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นเกม World of Dragon Nest , Lineage 2 Mobile หรือ Black Desert Mobile ซึ่งอาจจะเป็นอีก 1 เหตุผล ที่เราไม่ค่อยได้เห็นเกม MMO หน้าใหม่เปิดตัวเลย ในช่วงหลัง ๆ มานี้ครับ
สรุป
ตลาดเกม MMORPG ได้รับความนิยมน้อยลงจริง แต่ตัวตลาดน่าจะยังมีความใหญ่มากอยู่เหมือนเดิม มีจำนวนคนเล่นที่ไม่ด้อยไปกว่าตลาดอื่น ๆ อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น World of Warcraft หรือ Patch of Exiile ที่มีคนให้ความสนใจ จนยอดคนดูติดท็อป 10 ของ Twitch อยู่ในตอนนี้ ด้านเกม Final Fantasy 14 เองก็บอกว่าตอนนี้มีผู้เล่นมากกว่า 16 ล้านคนไปแล้วในวิดีโอที่ปล่อยในงาน The Game Awards 2019 หรือถ้าพูดถึงในบ้านเราก็มี เกม Black Desert ที่ไปเปิดบูธที่ไหน ก็มีคนแห่ตามกันไปที่นั้นตลอด ดังนั้นคงสามารถพูดได้เต็มปากว่า ตลาด MMORPG ยังคงได้รับความนิยมอยู่เหมือนเดิม และมีเกมที่ดีมาก ๆ อยู่เยอะเลยครับ
แต่ด้วยความที่ว่ามีเกมที่ดีอยู่เยอะมากเนี่ยแหละ มันจึงทำให้ไม่ค่อยมีเกมใหม่ ๆ ออกมาด้วยเช่นกัน เพราะต้นทุนในการสร้างที่สูง ทั้งยังต้องใช้เวลานานกว่าจะสามารถถอนทุนคืนได้ (แต่ก็ใช้ว่าจะไม่มีเลย เพราะ Pearl Abyss ก็เพิ่งประกาศเปิดตัว Crimson Desert เหมือนกัน) ทำให้บริษัทส่วนใหญ่เลือกที่ไปลงทุนในตลาดอืนมากกว่า หรือพัฒนาของที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่าแทนครับ ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่