โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าหลงอำนาจ… จาก “บุญทรงถึงเบญจา” ตัวอย่างนักการเมืองรับใช้ สุดท้ายทะยอยเดินเข้าซังเต : นายหัวไทร

77kaoded

เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2562 เวลา 20.48 น. • 77 ข่าวเด็ด

จาก “บุญทรงถึงเบญจา” ตัวอย่างนักการเมืองรับใช้ สุดท้ายทะยอยเดินเข้าซังเต : นายหัวไทร
…..
คดีล่าสุดที่เป็นบทเรียนให้นักการเมืองรับใข้จนลืมหูลืมตาได้เป็นอย่างดี กรณีศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี ‘เบญจา หลุยเจริญ’ คดีช่วย “โอ๊ค-เอม” เลี่ยงภาษีหุ้นชินคอร์ป

นางเบญจา หลุยเจริญ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่าวยว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร ตัองขึ้นศาลพร้อมพวกน.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีต ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย , น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย , นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร และ น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ คนใกล้ชิดเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลยที่ 1-5 ฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157

จำเลย ได้ช่วยเหลือนายพานทองแท้ หรือโอ๊ค และน.ส.พินทองทา ชินวัตร หรือเอม บุตรชายและบุตรสาวของนายทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เลี่ยงเสียภาษีอากร หรือเสียภาษีน้อยกว่าที่จะต้องเสีย ในการซื้อหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น เมื่อปี 2549 คนละ 164,600,000 หุ้น ราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดหุ้นละ 49.25 บาท ซึ่งถือเป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีของส่วนต่างราคาหุ้น คนละ 7,941,950,000 บาท

โดยคดีนี้ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ขณะที่ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยที่ 1- 4 คนละ 3 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่กรมสรรพากร ตามป.อ.มาตรา 157 ส่วนจำเลยที่ 5 จำคุก 2 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุนฯ ต่อมา จำเลยทั้งหมดยื่นฎีกาสู้คดี พร้อมขอให้พิจารณาลงโทษสถานเบาหรือรอลงอาญา โดยระหว่างฎีกาจำเลยทั้งหมด ได้ประกันตัวคนละ 5 แสนบาท ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก นางเบญจา 2 ปี

อีกคดีศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน วินิจฉัยอุทธรณ์ นัดฟังคำพิพากษาอุทธรณ์ในคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และพวกรวม 28 คน คดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

คดีนี้เมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 ศาลฎีกาฯ ได้พิพากษาครั้งแรกให้ นายบุญทรง และจำเลยร่วมคนอื่นๆ รวม 15 ราย จำคุกคนละ 4-48 ปี และยกฟ้องกลุ่มเอกชน 8 ราย ต่อมาอัยการโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยบางคนและให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสีข้าว ขณะที่จำเลยก็ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาตามกฎหมายใหม่

“พิพากษาแก้ จำคุกนายบุญทรง จำเลยที่ 2 เพิ่มอีกกระทงหนึ่งเป็นเวลา 6 ปี รวมโทษจำคุกนายบุญทรงจากโทษเดิม 42 ปี เป็นจำคุกทั้งสิ้น 48 ปี”

และให้ลงโทษกลุ่มบริษัทโรงสี ได้แก่ นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท จำเลยที่ 26 และนางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 28 คนละ 4 ปี พร้อมปรับคนละ 25,000 บาท

ทั้งนายบุญทรง นายภูมิ นางเบญจา และพวกล้วนแล้วแต่เป็นบริวารของอดีตนายกฯทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำงานรับใช้จนไม่ลืมหูลืมตา ไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด สุดท้ายนายใหญ่ก็หนีหัวซุกหัวซุน เอาตัวเองยังไม่รอด แทบไม่มีแผ่นดินอยู่ กลับบ้านเกิดก็ไม่ได้ ล้วนแล้วแต่คุกรออยู่ทั้งนั้น

นอกจากกลุ่มคนเหล่านี้แล้ว ยังมีกลุ่มคนเสื้อแดง (นปช.)อีกจำนวนมากต้องซัดเซพเนจรอยู่ต่างแดน ไม่ต่างจากนายใหญ่ แต่นายใหญ่แม้จะต้องหลบหนีอยู่ต่างประเทศ แต่ชีวิตสุขสบาย ส่วนบริวารผู้จงรักภักดีถูกทอดทิ้งให้ทุกข์ยากลำบาก บางคนไม่รู้ชะตากรรมว่าเป็นตายไร้ดีอย่างไร

ส่วน นปช.อีกกลุ่มที่อยู่สู้ต่อไปในประเทศ ก็เริ่มทะยอยเข้าซังเตทีละคนสองคน และแกนนำอย่าง จตุพร พรหมพันธุ์”ก็เริ่มรู้ชะตากรรมของตัวเองแล้วว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เมื่อคดีเดินทางมาถึงที่สุด

นี้คือบทเรียนอันแสนจะเจ็บปวดของบริวารผู้รับใช้โดยไม่คำนึงถึงถูก-ผิด และสุดท้ายต้องรับกรรม โดยที่นายใหญ่ไม่ได้หันมาดูดำดูแดง แม้แต่คนที่เคยถวายหัวให้ก็ตาม

ขทเรียนว่า “อย่าหลงในอำนาจ”

ด้วยความเคารพ
นายหัวไทร
28 ธันวาคม 2563

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...