โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่อกระดูก-วางยาพิษ-ใช้ยาสั่ง โนว์ฮาวปราชญ์ชาวบ้านเมืองสุรินทร์ในอดีต

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ก.ค. 2567 เวลา 02.16 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2567 เวลา 02.13 น.
วิถีชีวิตชาวสุรินทร์ในอดีต เมื่อถึงฤดูแล้งผู้หญิงและเด็ก หาบกระเชอมารอตักน้ำจากบ่อช่วงฤดูแล้ง เจ็บป่วยก็อาศัยความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน (ภาพจาก “100 เรื่อง เมืองสุรินทร์”)

การต่อกระดูก เคลื่อนย้ายเส้นเอ็น และใช้ยาพิษต่าง ๆ ที่เคยได้เห็นได้ยินในภาพยนตร์จีนกำลังภายในบ่อยครั้ง และบางเรื่องก็มีอยู่จริง แต่มันไม่ใช่แค่จริงในประวัติศาสตร์ของจีนเท่านั้น ในประเทศไทย ปราชญ์ชาวบ้านของเราก็มีความรู้ในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทห่างไกล ดังกรณีตัวอย่างของปราชญ์ชาวบ้านใน “สุรินทร์”

อัน-ชาวกัมพูชาที่เป็นหนึ่งในคณะผู้นำทางให้ เอเตียน แอมอนิเยร์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามาในกัมพูชา, ลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เพื่อสำรวจโบราณสถานและจารึกโบราณเขมร ระหว่าง พ.ศ. 2426-2427 บันทึกสิ่งที่เขาได้พบเห็นในเมืองสังฆะ เมื่อ 100 กว่าปีก่อน ไว้หลายเรื่อง หนึ่งในจำนวนนั้นคือ การใช้ยาพิษ หรือยาสั่ง

อาณาเขตของเมืองสังฆะในเวลานั้น ทิศตะวันออกติดกับเมืองขุขันธ์ ทิศเหนือติดกับเมืองรัตนบุรี ทิศตะวันตกติดกับเมืองสุรินทร์ และทิศใต้ติดกับพนมดงแร็ก มีประชากรในทะเบียนราว 1,000 คน ส่วนเรื่องการใช้ยาพิษ หรือยาสั่งนั้น ชาวเมืองสังฆะพูดว่า “พวกเขามีความชำนาญ”

ดังนั้น การได้รับพิษ หรือถูกพิษ จึงเป็นเรื่องปกติของคนสังฆะในเวลานั้น ยาพิษหรือยาสั่งจะถูกแอบใส่ลงในอาหารต่าง ๆ เช่น เนื้อหมู, ถั่วเหลือง, กล้วย, เหล้า ฯลฯ ผู้วางยาพิษจะซุกซ่อนยาไว้ที่เล็บมือ แล้วแอบจุ่มลงในอาหารนั้น ๆ ส่วนความรุนแรงของพิษก็มีตั้งแต่ทำให้เจ็บปวดทรมานจนถึงเสียชีวิต ขณะที่มีการวางยาพิษก็มีวิธีแก้พิษ โดยใช้ ปฺเตียล (ภาษาเขมรหมายถึง ว่านที่ใช้แก้พิษ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นชนิดใด)

การวางยาพิษไม่ได้ใช้เพื่อทำร้ายคู่อริ หรือคนที่ขัดแย้งเท่านั้น บางครั้งก็ใช้เพื่อป้องกันตัวเองและทรัพย์สิน เช่น การเอาว่านที่ทำให้เกิดอาการหนาวสั่นเหมือนลูกหมาตกน้ำ และไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนได้ ไปซุกในนา ในสวน ตรงจุดที่มักมีคนมาขโมยของ เมื่อหัวขโมยสัมผัสถูกว่านดังกล่าว ก็จะไปไหนไม่ได้ ต้องนั่งหนาวสั่นอยู่เช่นนั้น จนเจ้าทรัพย์มาแก้พิษที่วางให้ ก่อนจะส่งให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง

ส่วน การต่อกระดูก ไม่ว่าแขนขาของใครจะหักมาด้วยเหตุใด ปราชญ์ชาวบ้านสามารถรักษาได้ แน่นอนว่าวิธีการรักษาก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการแพทย์ปัจจุบัน

สัมฤทธิ์ สหุนาฬุ ปราชญ์ชาวบ้าน บ้านอนันต์ ตำบลยาง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เรียนการต่อกระดูกจากผู้เฒ่าในหมู่บ้าน เขียนเรื่องนี้ไว้ในบทความชื่อ “คาถาเป่ากระดูก” (บทความหนึ่งใน 100 เรื่อง เมืองสุรินทร์) บอกว่า สิ่งที่ใช้รักษาก็คือคาถา และการเสกเป่าให้กระดูกเชื่อมกัน ที่เรียกว่า จอด

ครูผู้ถ่ายทอดวิชาจะบอกคาถาให้ท่องตามหลาย ๆ ครั้งจนจำได้ ในการเรียนนั้นถ้าเรียนในตอนที่มีการต่อกระดูกของผู้ป่วย หรือเรียนในเหตุการณ์จริง เรียนแล้วใช้รักษาเลยทันที ท่านว่าคาถาจะมีความขลังมากขึ้น เวลาจะใช้คาถานี้ก็ให้ระลึกถึงครูเดอม (ครูต้นกำเนิด) ก่อน จึงว่าคาถา ดังนี้

“โอม พุทโธ, อะหิคะติด ธัมโม, อะหิคะติด สังโฆ, อะหิคะติด นะ อะหิคะติด ปะ, อะหิคะติด ระ, อะหิคะติด อะ, อะหิคะติด อุ, อะหิคะติด อะหัง อะหิคะติด”

ระหว่างบริกรรมคาถาดังกล่าว 3 จบ ก็เคี้ยวหมากในปากไปด้วย จนหมากแหลกแล้วเป่าพ่นน้ำหมากลงตำแหน่งที่กระดูกหัก 3 รอบ ทำเช่นนี้วันละ 2 ครั้ง ทั้งเช้าและเย็น ประมาณ 5-7 วัน กระดูกก็จะต่อกันได้ดังเดิม

ความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านก็ดี การรักษาอาการเจ็บป่วยของหมอกลางบ้านก็ดี ที่ใช้สมุนไพร และคาถาอาคมเสกเป่า ในการรักษาพยาบาล ถึงวันนี้อาจดูเชย ไร้สาระ ไม่น่าเชื่อถือ ฯลฯ แต่ในอดีต ที่การแพทย์ยังไม่เจริญแพร่หลาย การคมนาคมไม่สะดวก ฯลฯ ก็ช่วยคนจำนวนไม่น้อยให้รอดชีวิตมาได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

ข้อมูลจาก :

อัษฏางค์ ชมดี บรรณาธิการ. 100 เรื่อง เมืองสุรินทร์, สำนักพิมพ์สุรินทร์สโมสร, พิมพ์ครั้งที่ 1 เมษายน 2551

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 สิงหาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ต่อกระดูก-วางยาพิษ-ใช้ยาสั่ง โนว์ฮาวปราชญ์ชาวบ้านเมืองสุรินทร์ในอดีต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...