โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีปลูก ดอกพิทูเนีย พันธุ์แปลก สวยดึงดูดสายตา ราวกับทางช้างเผือก

MThai.com

เผยแพร่ 28 ต.ค. 2562 เวลา 03.45 น.
ใครปลูกสำเร็จตามวิธีที่แนะมาแล้วล่ะก็ อย่าลืมมาบอกเล่าให้ชาวเราได้ชื่นชมกันหน่อยน๊า

ขอเอาใจคนรักต้นไม้ พรรณไม้สายไม้ดอก ไม้ประดับให้แช่มชื่นจิตใจกันเสียหน่อย เมื่อบนโลกกลมๆ ใบนี้ มีไม้ดอกอยู่มากมายหลายสายพันธุ์ ที่งดงามและแตกต่างกันด้วยรูปทรง สีสัน และ ขนาด แต่ก็มีไม้ดอกไม่กี่ชนิดนักหรอกที่จะโดดเด่นและแตกต่าง หลายๆ คนคงเคยเห็น ดอกพิทูเนีย กันมาบ้าง เป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกแขวนกระถาง เพราะดูแลง่าย ให้ดอกเยอะ และดอกมีขนาดใหญ่ฟู่ฟ่า โดดเด่น แต่สายพันธุ์ที่เราจะแนะนำในวันนี้คือ สายพันธุ์ Night Sky Petunia  ที่มีกลีบดอกสีม่วงและจุดด่างสีขาวเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่จะเห็นทางช้างเผือกได้ชัดเจน

ชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์สำหรับสายพันธุ์นี้คือ Petunia cultivars ซึ่งช่อดอกจะมีความงดงามที่คล้ายกับท้องฟ้าในคืนที่มีดาวพร่างพราย จึงได้ชื่อสามัญว่า Night Sky Petunias โดยสายพันธุ์นี้จะมีลำต้นสูงถึง 16 นิ้ว และมักจะเบ่งบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และ ฤดูร้อน ทำให้เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักจัดสวนและคนรักไม้ดอก

แล้วปลูกอย่างไรจึงจะได้ลายนี้ เว็บไซต์ Burpee แนะนำว่า อุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมาก ระหว่างเวลากลางวัน และ เวลากลางคืนจะทำให้เกิดจุดด่างสีขาวขึ้นบนกลีบ  ดังนั้นการปลูกให้ได้ลายเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้อบอุ่นสัก 100 องศาฟาเรนไฮต์ และ ลดอุณหภูมิในยามกลางคืนเหลือเพียง 50 องศาฟาเรนไฮต์ ก็จะทำให้เกิดจุดด่างสีขาวตามกลีบได้ค่ะ

ข้อดีในการปลูกพิทูเนีย

  1. พิทูเนีย เป็นไม้หลายฤดู (แม้ว่าขณะนี้ จะนิยมปลูกเป็นไม้ฤดูเดียว) ที่มีความทนทาน มีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวกว่าไม้ดอกล้มลุกอื่น ๆ

  2. การย้ายกล้าพิทูเนียทำได้ง่ายกว่าไม้ดอกชนิดอื่น ๆ

  3. สามารถทำให้ฟื้นได้ง่ายและเร็วกว่าไม้ดอกชนิดอื่น หรือแม้ว่าบานดอกไปชุดหนึ่งแล้ว ตัดแต่งและเลี้ยงดูใหม่ก็ยังเจริญเติบโตและให้ดอกชุดต่อไปอีกได้

  4. ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนแฉะหรือชื้นมาก

ต้นพิทูเนีย สามารถปลูกได้ 2 วิธีให้เลือกดังต่อไปนี้ค่ะ

1. ใช้เมล็ดปลูก
เมล็ดของพีทูเนียมีขนาดเล็กมาก คือประมาณ 185,000-200,000 เมล็ดต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ แล้วแต่พันธุ์ เนื่องจากขนาดเมล็ดค่อนข้างเล็กมาก ฉะนั้นจึงต้องใช้ความ ระมัดระวังเป็นอย่างมาก ที่จะเพาะเมล็ดให้ได้ต้นเต็มตามจำนวนที่ควรจะได้

ดินที่ใช้สำหรับเพาะเมล็ดจะต้องเป็นดินค่อนข้างจะละเอียด สะอาด และปราศจากเชื้อโรค ใช้ทรายก่อสร้างที่ร่อนแล้วผสมกับปุยมะพร้าว (ที่นำเอาเส้นใยไปใช้แล้ว เหลือเฉพาะปุ๋ย) ในอัตราส่วน 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วผสมน้ำให้ชื้นพอประมาณ ไม่ถึงขั้นแฉะนะคะ

กระบะที่ใช้เพาะเมล็ด จะใช้ลังเก่า หรือตะกร้าพลาสติคโปร่ง ๆ ก็ได้ค่ะ บรรจุทรายที่ผสมกับปุ๋ยมะพร้าว และเคล้ากับน้ำให้ชื้น แล้วใส่ลงไปในกระบะประมาณ 2/3 เกลี่ยให้ผิวหน้าเรียบเสมอกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วทำร่องตามยาว ลึกประมาณ 1/2 ซม. โดยให้ร่องห่างกันประมาณ 1 นิ้ว (จะได้ประมาณ 7-8 ร่องต่อกระบะ) นำเมล็ดที่จะเพาะประมาณ 500 เมล็ด ผสมกับทรายที่ร่อนแล้วประมาณ 2 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ หยอดเมล็ดลงไปตามร่องที่ทำไว้ทั้ง 7-8 ร่อง ให้แต่ละร่องได้รับเมล็ดเท่า ๆ กัน เสร็จแล้วกลบร่องด้วยทราย และปุยมะพร้าวที่ผสมไว้แล้วตบเบา ๆ ด้วยท่อนไม้เล็ก ๆ เช่น แปรงลบกระดานดำ รดน้ำด้วยฝักบัวที่มีหัวละเอียด ๆ จนเปียก ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษอะไรก็ได้ โดยให้ขนาดของกระดาษเท่ากับกระบะหรือตะกร้าพอดี (ไม่ใหญ่จนเหลือเป็นขอบกระดาษขึ้นมา หรือเล็กจนปิดทรายปุยมะพร้าวไม่มิด) แล้วรดน้ำไปบนกระดาษจนเปียก และรดน้ำเช้า – เย็นต่อไปอีก 3-4 วัน หลังจาก 3 วันไปแล้ว ก่อนจะรดน้ำ ควรเปิดกระดาษออกสำรวจดูว่า เมล็ดพิทูเนียงอกทั่วกันหรือยัง ถ้ายังและจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่ใช้เพาะลงไปหรือไม่ (500 เมล็ด) ถ้าปรากฎว่ายังงอกไม่ครบ หรือยังไม่ใกล้ เคียงกับจำนวนที่กะไว้ (ถ้าเป็นเมล็ดใหม่และมี คุณภาพดีจะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกประมาณ 85% คือประมาณ 420 ต้น) ควรจะปิดกระดาษไว้คงเดิม และรดน้ำบนกระดาษเช้า-บ่าย ต่อไปอีก 2-3 วัน เมื่อได้สำรวจดูว่าจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่กะไว้ ให้เอากระดาษออกแล้วปิด ด้วยกระจกใสแทน ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยรักษาความชื้นไว้ ถ้าไม่ปิดด้วยกระจก ทำให้ดินแห้งเร็วเกินไป ต้องรดน้ำบ่อย ๆ ทำให้ต้นกล้าช้ำ และเน่าตายในที่สุด แต่ถ้าปิดด้วยกระจกจะช่วยลดปริมาณน้ำที่รด ควรรดตามความจำเป็น

เนื่องจากพิทูเนียมีข้อดีและได้เปรียบกว่าดอกไม้ชนิดอื่น ๆ มากตรงที่ว่าสามารถทนต่อการย้ายได้ดีกว่า หลังจากเพาะแล้วประมาณ 10-12 วัน (ไม่ควรเกิน 15 วัน ขนาดของต้นพิทูเนียเท่าจอกแหนเล็ก ๆ) โดยใช้ดินสอดำและปากคีบช่วยเป็นเครื่องมือในการย้าย ถ้าทำได้และทำด้วยความระมัดระวัง พิทูเนียจะโตวันโตคืนยิ่งกว่าทิ้งต้นไว้ในกระบะเพาะ รอจนเกิดใบจริง ดังที่นิยมทำกันอยู่ Medium ที่ใช้สำหรับย้ายกล้าในระยะนี้ ยังคงใช้ทรายกับปุยมะพร้าว ในอัตราส่วน 1: 1 อยู่เช่นเดิม ระยะปลูก 1” X 1” และเริ่มผสมปุ๋ยใบ (foliar fertilizer) ลงไปในน้ำอย่างเจือจางที่ใช้รดทุกวัน

2.ใช้ยอดปักชำ

วิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีนี้ ปกติจะไม่นิยมเพราะได้จำนวนต้นน้อยกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และเนื่องจากพีทูเนียเป็นพืชที่ค่อนข้างจะมีเนื้ออ่อน และอวบน้ำ (Soft wood) และยังมีขนอ่อน ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไปตามต้น กิ่งก้าน และใบ ทำให้เกิดปัญหาในการปักชำ เพราะจะทำให้ต้นเน่าได้ง่าย โดยเฉพาะในแปลงปักชำที่ใช้ระบบการให้น้ำแบบพ่นหมอก ถ้าจะเลี่ยงควรปักชำในกระบะหรือกระถางแล้วหุ้มกระบะหรือกระถางด้วยถุงพลาสติค เพื่อรักษาความชื้น พร้อมกับมีระบบการให้น้ำก้นกระถาง (Sub-irrigation) ยอดพิทูเนียที่ใช้ชำมีขนาดประมาณ 3 นิ้ว ก็เพียงพอ ถ้าจะให้ดีควรจุ่มยากันรา และผึ่งให้แห้งก่อนปักชำ ใช้เวลาประมาณ 8- 12 วัน พิทูเนียจะออกรากแล้วย้ายปลูกได้

ใครปลูกสำเร็จตามวิธีที่แนะมาแล้วล่ะก็ อย่าลืมมาบอกเล่าให้ชาวเราได้ชื่นชมกันหน่อยน๊า แอดจะได้ชื่นใจว่า คำแนะนำที่ให้ไปแล้วใช้ได้ผลดีจริงๆ  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...