โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตำนาน “Charles Ponzi” นักต้มตุ๋น ต้นตำรับแชร์ลูกโซ่

Businesstoday

เผยแพร่ 04 พ.ย. 2562 เวลา 03.19 น. • Businesstoday

*กรณีของการนำผลตอบแทนสูงลิ่วจากการลงทุนมาหลอกล่อ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น เพราะต่างประเทศมีเรื่องราวการต้นตุ๋นทำนองนี้เช่นกัน ตั้งแต่ร่วมร้อยปีก่อน โดยเรียกขานกันในนาม “Ponzi scheme” *

ชื่อนี้ได้มาจาก Charles Ponzi นักต้มตุ๋นที่ไปสัญญิงสัญญากับบรรดานักลงทุนแถบนิวอิงแลนด์ของสหรัฐ เมื่อทศวรรษ 1920 ว่าจะได้กำไร 50% ภายในเวลาเพียง 45 วัน หรือรับกำไรไป 100% เต็มเลยภายในเวลา 90 วัน เมื่อได้ยินข้อเสนอแบบนี้ผู้คนก็ตาลุกเพราะดอกเบี้ยบัญชีเงินฝากช่วงนั้นอยู่ที่ระดับ 5%

ด้วยเหตุนี้ Ponzi scheme จึงเป็นการต้มตุ๋นที่เก่าแก่ที่สุดและพบเห็นบ่อยที่สุด ในรูปของการหลอกล่อด้วยการนำเสนอผลตอบแทนสูงลิ่วจากการลงทุน

หลักพื้นฐานของแชร์ลูกโซ่คือ “การปล้นเงินจากปีเตอร์มาจ่ายให้พอล” โดยนักต้มตุ๋นจะนำเงินที่ได้จากนักลงทุนรายหลังๆ ไปจ่ายให้นักลงทุนรายแรกๆ อย่างเป็นกอบเป็นกำ และจริงๆ แล้วแชร์ลูกโซ่ก็ไม่ได้มีโมเดลธุรกิจหรือทำธุรกิจอะไรที่ให้กำไรก้อนโตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่อาศัยนำเงินของนักลงทุนหน้าใหม่มาหมุน ซึ่งเมื่อใดที่หานักลงทุนหน้าใหม่ไม่ได้ วงจรก็จะพังลง

เมื่อเวลาผันผ่าน แชร์ลูกโซ่ก็มีพัฒนาการไปตามกาลเวลาและกลอุบายของนักตุ๋น ว่าจะหลอกล่อผู้คนในรูปแบบไหนดี แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว นักตุ๋นและนักลงทุนรายแรกๆ มักได้เงินไปก้อนโตและใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟู่ฟ่า ส่วนนักลงทุนที่ตามเข้าไปทีหลังก็แทบหมดเนื้อหมดตัวกันเลยทีเดียว

ช่วงแรกๆ ของแชร์ลูกโซ่ นักตุ๋นจะจ่ายผลตอบแทนให้ในระดับสูงตามที่สัญญิงสัญญาไว้ เพื่อหลอกให้นักลงทุนรุ่นแรกๆ ตายใจ แถมยังทำให้คนใหม่ๆ ตาโตอีกด้วย แต่เมื่อหานักลงทุนหน้าใหม่ๆ เข้ามาไม่ได้แล้ว นักตุ๋นจะไม่สามารถให้ผลตอบแทนระดับสูงได้ และนักลงทุนก็จะเริ่มเอะใจ

แต่กว่านักลงทุนจะยอมรับว่าตกเป็นเหยื่อ ก็ต้องอาศัยเวลาพอสมควรทีเดียว เพราะนอกจากกลัวถูกมองว่าไม่ค่อยฉลาดแถมโลภแล้ว ยังกลัวว่าพอมีการเปิดโปงออกไปจะเกิดความแตกตื่น คนแห่ไปทวงเงิน นักลงทุนจึงพยายามปกป้องนักตุ๋นเพราะมีความหวังริบหรี่ว่าจะได้เงินคืน

นักต้มตุ๋นรายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ คือ Bernie Madoff ที่ใช้ความเป็นนักการเงินซึ่งคนจำนวนมากเชื่อถือเขา มาโน้มน้าวนักลงทุนหลายพันคนให้หลงกลด้วยคำสัญญาว่าจะได้ผลตอบแทนก้อนโต

Madoff โดนจับเมื่อปี 2551 และถูกตั้งข้อหา 11 กระทง ตั้งแต่ฉ้อโกง ฟอกเงิน ไปจนถึงขโมย และถูกตัดสินจำคุก 150 ปี

โดยแชร์ลูกโซ่ของ Madoff ไปต่อไม่ได้ เมื่อบรรดาลูกค้าเริ่มขอเงินคืนรวมกัน 7,000 ล้านดอลลาร์ เพราะตอนนั้นเขามีเงินเหลืออยู่แค่ 200-300 ดอลลาร์

เหตุผลที่ Madoff ต้มตุ๋นคนมาได้อย่างยาวนานหลายสิบปี ทั้งที่มีการรายงานว่าเขาอาจเปิดแชร์ลูกโซ่ เพราะ Madoff เป็นคนในแวดวงการเงินนั่นแหละ ในฐานะที่ช่วยก่อตั้งตลาด Nasdaq แถมยังนั่งอยู่ในบอร์ดสมาคมดีลเลอร์หลักทรัพย์ของสหรัฐ และให้คำแนะนำคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อีกต่างหาก

หลังจากเกิดกรณีต้มตุ๋นครั้งมโหฬารของ Madoff แล้ว ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐได้ปรับเปลี่ยนกฎหลายอย่างเพื่อจะได้จับพิรุธการต้มตุ๋นได้เร็วขึ้น รวมถึงตั้งคณะทำงานพิเศษ และปรับปรุงระบบรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน

แต่การหลอกลวงก็ยังมีอยู่ รวมถึงในสหรัฐเอง ดังนั้น ก่อนควักกระเป๋าไปให้ใคร จึงต้องใคร่ครวญและระมัดระวังให้ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...