โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนอ่าน “พระเจนดุริยางค์” ผู้แต่งเพลงชาติไทย เล่าเรื่องสกปรก-วิตถารในที่ราชการซึ่งรับไม่ได้

Khaosod

อัพเดต 07 พ.ย. 2562 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2562 เวลา 10.16 น.

ย้อนอ่าน “พระเจนดุริยางค์” ผู้แต่งเพลงชาติไทย เล่าเรื่องสกปรก-วิตถารในที่ราชการซึ่งรับไม่ได้

กระแสเพลงชาติไทย ร้อนแรงขึ้น เมื่อ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เสนอให้ ยกเลิกเพลงชาติไทย เนื่องจากไม่มีเนื้อหาเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และกล่าวถึงเฉพาะทหารกับประชาชนเท่านั้น

ศิลปวัฒนธรรม พาย้อนไปดู“พระเจนดุริยางค์” ผู้แต่งเพลงชาติไทย เล่าเรื่องสกปรก-วิตถารในที่ราชการ ความว่า เพลงชาติไทยที่ทุกคนในประเทศได้ยินกันทุกวันนี้มาจากการสร้างสรรค์ทำนองของพระเจนดุริยางค์ ซึ่งได้รับยอมรับในสมัยของท่านเองว่าเป็นผู้เจนจบวิชาการดนตรีสากลและรักวิชาอาชีพอย่างยิ่ง

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ท่านพบเห็นในวงราชการไทยซึ่งถูกนิยามว่า “สกปรก-วิตถาร” แบบที่ท่านไม่เคยพบนั้นกลับทำให้พระเจนดุริยางค์ต้องออกตั้งโรงเรียนสอนวิชาการดนตรีที่ขึ้นกับการอำนวยการของท่านโดยตรง

นอกจากผลงานการประพันธ์เพลงชาติ ซึ่งพระเจนดุริยางค์นึกทำนองเพลงอย่างบังเอิญระหว่างโดยสารรถรางจากถนนสุริยวงศ์มาเปลี่ยนรถที่สี่แยกเอส.เอ.บี ผลงานที่ท้าทายในเส้นทางการทำงานของพระเจนดุริยางค์คือการทำงานในช่วงกลับมาประจำการที่กองการสังคีต

ท่านกลับไปช่วยงานกรมศิลปากรอีกครั้ง หลังจากท่านเคยยื่นข้อเสนอลาออกจากราชการเพื่อให้รัฐบาลนำเงินเดือนไปจ่ายนักดนตรีจะได้มีจำนวนคนครบเล่นวงออเคสตร้าได้ดังเดิม ในช่วงที่มีมติคณะรัฐมนตรีให้ตัดงบประมาณวงดนตรีสากลกรมศิลปากรเมื่อ พ.ศ. 2477 (สุดท้ายวงยังได้อยู่ภายใต้กรมศิลปากร โดยที่ท่านยังเผชิญปัญหาต่อเนื่อง) กระทั่ง พ.ศ. 2482 ท่านถูกย้ายไปรับราชการกับกองทัพอากาศ

ช่วงที่พระเจนดุริยางค์ กลับมาประจำที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คือ ช่วงหลังเกษียณอายุราชการจากกองทัพอากาศเมื่อ พ.ศ. 2486 พระเจนดุริยางค์มารับหน้าที่เป็นศาสตราจารย์การดนตรีประจำมหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่ พ.ศ. 2490 เป็นต้นไป

บันทึกของท่านเล่าประสบการณ์ช่วงนี้ว่า ไม่มีนักศึกษาวิชาการดนตรีมาสมัครเรียนเลยแม้แต่รายเดียว ท่านจึงเปิดสอนให้นักดนตรีวงดุริยางค์กรมศิลปากร เป็นการสอนให้เปล่า แถมยังสอนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมให้ด้วย ผลปรากฏว่ามีผู้มาเรียน 4 คน

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

บทความ “หนึ่งรอบศตวรรษ พระเจนดุริยางค์” โดย สุพจน์ แจ้งเร็ว เผยแพร่ในนิตสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม 2526 ระบุว่า ช่วงเดือนกันยายน 2490 วงดุริยางค์กรมศิลปากรทำท่าจะไปไม่รอด อธิบดีสั่งให้ท่านไปประจำกองการสังคีตซึ่งวงดุริยางค์สังกัดอยู่เพื่อกู้วงให้ฟื้นกลับคืนมา

ความไร้ระเบียบในระบบ-บุคคล

ประสบการณ์ที่ท่านพบในช่วงที่กลับมาประจำการอีกครั้งคือความไร้ระเบียบทั้งแง่ระบบและตัวบุคคล พระเจนดุริยางค์ต้องจัดระบบทำทะเบียนเพลง และวางหลักบัญชีควบคุมการจ่ายอะไหล่ต่างๆ แค่เรื่องจัดระบบสิ่งของก็ใช้เวลามากกว่า 3 เดือนแล้ว

แต่เรื่องสิ่งของไม่ใช่ประเด็นสำคัญนักเรื่องสำคัญยังเป็นที่ตัวบุคคลอย่างสภาพนักดนตรี ซึ่งพระเจนดุริยางค์พบว่า นักดนตรีไม่มีมารยาท ขาดระเบียบวินัย เข้าราชการยามสาย บางวัน 10.00 น. ก็ยังคุมวงไม่ติด ตกบ่ายก็หายหน้า บันทึกของพระเจนดุริยางค์ซึ่งเป็นงานเขียนของท่านเองในชื่อ “บันทึกการทรงจำของพระเจนดุริยางค์” หรือ “ชีวประวัติของข้าพเจ้า” (ตามที่ระบุบนใบปก) เล่าว่า

ครั้นต่อมาเมื่อข้าพเจ้าเข้มงวดเข้าบ้าง ในเรื่องเวลาทำการฝึกซ้อมก็ดี ในเรื่องระเบียบวินัยก็ดี เพื่อหวังผลของการปฏิบัติดังที่ข้าพเจ้าเคยทำมาแล้วในสมัยที่ข้าพเจ้ายังควบคุมวงดุริยางค์วงนี้อยู่ แต่ก็ได้รับการกลั่นแกล้งจากนักดนตรีเกเรบางคน ทำเสียงสุนัขหอนบ้าง เปรตร้องบ้าง เขียนภาพหัวกระโหลก กับกระดูกไขว้ไว้บนฝาตู้เพลงบ้าง

ในที่สุดถึงกับวันหนึ่งเอาหมวกของข้าพเจ้าไปเตะเล่น แล้วไปซุกซ่อนไว้หลังตู้ ซึ่งกว่าข้าพเจ้าจะพบเห็นก็ต้องกลับบ้านโดยมิได้สวมหมวก วิธีเล่นอย่างสกปรก และวิตถารในสถานที่ราชการและในเวลาราชการเช่นนี้ ข้าพเจ้าไม่เคยประสบมาเลยในชีวิตเป็นข้าราชการของข้าพเจ้ามานานกว่า 50 ปี”

อย่างไรก็ตาม พระเจนดุริยางค์ เขียนในบันทึกว่า ท่านเว้นการตำหนินักดนตรีชั้นผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย ซึ่งยังเหลือไม่ถึงกึ่งหนึ่งของนักดนตรีทั้งหมด นักดนตรีกลุ่มนี้ยังเคารพท่านอยู่

เหตุการณ์การคุกคามยังไปถึงขั้นนักดนตรีเกเรส่งบัตรสนเท่ห์ กล่าวหาความเข้มงวด เมื่อเวลาผ่านไปความรุนแรงในเหตุการณ์ก็เบาบางลง แต่ยังไม่สามารถรวมวงซ้อมตอนบ่ายได้เหมือนเคย

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้พระเจนดุริยางค์มองว่า “นักดนตรีส่วนมากหวังแต่เงิน ส่วนงานและเกียรตินั้นไม่เอาแน่”

ภายหลัง พระเจนดุริยางค์จัดตั้งโรงเรียนสอนวิชาการดนตรี สังกัดแผนกดุริยางค์สากล อยู่ในความอำนวยการของท่านโดยตรง

พ.ศ. 2496 อธิบดีกรมศิลปากร นายพันโท หลวงรณสิทธิชัย เรียกเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่เข้าประชุมเรื่องเปิดเรียนวิชาดุริยางค์สากล และวางหลักสูตรต่างๆ แต่พระเจนดุริยางค์ไม่ได้รับเชิญเข้าประชุม

เห็นแล้วก็หมดศรัทธา และสิ้นหวังที่จะทำให้ดุริยางค์วงนี้ฟื้นตัวขึ้นมาได้ ข้าพเจ้าจึงจำเป็นต้องลาออกจากราชการกรมศิลปากรตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2497 เป็นต้นมา” บันทึกระบุ


อ้างอิง : “หนึ่งรอบศตวรรษ พระเจนดุริยางค์”. สุพจน์ แจ้งเร็ว. ศิลปวัฒนธรรม, กรกฎาคม 2526

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...