โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องอาชีพคุณยายวัย 85 ขายก๋วยเตี๋ยวเพื่อรายได้ แถมเล่นดนตรีด้วยใจรัก

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 03 ต.ค. 2560 เวลา 10.45 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2560 เวลา 08.05 น.

ระยะหลังๆมานี้ผมไปเที่ยวเมืองน่านค่อนข้างบ่อยเพราะเป็นเมืองที่น่าไปเที่ยวอีกทั้งมีแหล่งท่องเที่ยวมากเหลือเกินมีครบทุกหมวดก็ว่าได้

น่านมีทั้งโบราณสถาน วัดวาอาราม วิถีชีวิตของผู้คนที่น่าสนใจ และที่โดดเด่นอย่างมากก็เห็นจะเป็นเรื่องของธรรมชาติ

จังหวัดน่านก็ไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก แต่มีอุทยานทางธรรมชาติถึง4 แห่ง

เมื่อเดือนที่แล้ว ขณะเดินทางผ่านไปทางอำเภอเวียงสา ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดน่าน เป็นเวลาเที่ยงพอดี ผมกับผู้ร่วมเดินทางจึงต้องแวะหาอาหารเที่ยงกิน เพื่อจะได้มีแรงเที่ยวต่อได้

เวลาท่องเที่ยวไปต่างจังหวัดทุกครั้ง ถ้าเป็นอาหารเที่ยง ผมนิยมหาของกินง่ายๆ แบบจานด่วนกิน เพราะไม่เสียเวลา อีกทั้งจะไม่อิ่มเกินไป ทำให้กินอาหารมื้อเย็นได้อร่อย

ปกติ ถ้าจะไปกินอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ ประเภทข้าวมันไก่ หรือก๋วยเตี๋ยว ผมจะนั่งรถไปทั่วเมืองวนดู เห็นร้านแห่งใดมีคนเข้าไปอุดหนุนมาก ก็เชื่อได้เลยว่าต้องอร่อยแน่ เข้าไปกินมักจะไม่ผิดหวัง

แต่วันนั้นพอเข้าเขตอำเภอเวียงสา เราแค่เอ่ยว่าอยากหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ กินเท่านั้น คนขับรถตู้ซึ่งคุ้นเคยกับอำเภอเวียงสาได้แนะนำให้ไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านยายพรรัตน์ ซึ่งหาไม่ยากเพราะเป็นร้านที่ตั้งอยู่หน้าวัดศรีกลางเวียง เป็นวัดที่คนที่นั่นรู้จักดี

ไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวยายพรรัตน์ ได้พบว่ามีลูกค้ามาอุดหนุนกันค่อนข้างมาก แต่ก็ยังพอมีโต๊ะว่างให้นั่ง

เสียดายที่ผมไม่กินเนื้อมานานแล้ว แต่ร้านนี้ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ผมจึงต้องแยกไปกินอีกร้านซึ่งอยู่ติดกันเพราะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมู มารู้ตอนหลังว่าคนขายก๋วยเตี๋ยวหมูเป็นหลานของคนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ

หลังจากผมจัดการกับก๋วยเตี๋ยวหมูเรียบร้อยแล้ว คนที่กินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออุตส่าห์เดินมาชวนผมให้ไปที่ร้านขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เพราะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งแรกในประเทศไทย ที่ขณะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวจะได้ฟังเสียงไวโอลินที่ไพเราะไปพร้อมกันด้วย

ผู้สีไวโอลินคลอเป็นกับแกล้มให้คนกินก๋วยเตี๋ยวเป็นหญิงสูงอายุ มารู้ภายหลังว่ามีอายุ85 ปี เข้าไปแล้ว แต่ฝีมือยังใช้ได้เลย คือฟังแล้วไพเราะรื่นหู

ฉะนั้น ผู้ใดที่ได้มากินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้านี้ จะได้กำไร2 ต่อคือ ได้กิน แล้วยังได้ฟังเสียงเพลงอีกต่างหาก

คุณสุพรบุญรักษา คือชื่อของคุณยายเจ้าของร้านและเจ้าของเสียงไวโอลิน ได้เล่าให้ผมฟังหลังจากหยุดสีไวโอลินให้ลูกค้าฟังว่า

ยายสุพรได้เปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวมานานมาก ก็ตั้งแต่อายุประมาณ40 ปี

การขายก๋วยเตี๋ยวเป็นอาชีพที่ไม่ได้ตั้งใจทำมาก่อน เป็นความบังเอิญมากกว่า เพราะสมัยยายยังเป็นสาว หลังจากเรียนจบชั้น ม.3 ที่เวียงสาแล้วก็ได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปเรียนเป็นช่างเสริมสวย

กลับจากกรุงเทพฯ ก็มาเปิดร้านเสริมสวยชื่อว่า พรรัตน์แต่ไปได้ไม่ค่อยดีเท่าไร จึงหันมาทำก๋วยเตี๋ยวขาย แล้วก็สามารถอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้

และเมื่อผมถามถึงเรื่องดนตรี ยายสุพรเล่าว่า

ตอนไปเรียนเป็นช่างเสริมสวยที่กรุงเทพฯ ได้มีโอกาสไปดูไปฟังดนตรีคณะสุนทราภรณ์แสดงที่สวนลุมพินี

เพียงครั้งแรกที่ได้ยินเสียงไวโอลินก็ติดใจถึงกับหลงในเสียงดนตรีชนิดนี้ จึงได้ซื้อไวโอลินกลับมาที่อำเภอเวียงสา บ้านเกิด โดยฝึกเล่นด้วยตนเองซึ่งก็ไม่ยากสำหรับเธอ เพราะมีพื้นฐานเกี่ยวกับดนตรีไทยมาแล้ว

ถูกแล้ว สมัยเป็นนักเรียนเธอได้เป็นนักดนตรีพื้นเมืองของโรงเรียน และพอโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ก็ได้ชวนเพื่อนๆ ที่ชอบดนตรีพื้นเมืองด้วยกันตั้งวงดนตรีเพื่อเล่นสนุกๆ และเล่นตามงานต่างๆ ทั้งงานศพ งานบวช งานวัด งานอะไรก็ได้ที่เจ้าภาพขอให้ไปเล่น

หลังจากเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว คนที่มากินรู้ว่าเธอสีไวโอลินเก่ง จึงมักจะขอให้สีให้ฟัง

ตอนใหม่ๆ ก็ทำตามใจลูกค้าไม่ค่อยได้เพราะต้องปรุงก๋วยเตี๋ยวขายให้ลูกค้าด้วย ต่อมามีหลานๆ มาช่วยขาย จึงสามารถสีไวโอลินให้ลูกค้าฟังได้

ตอนที่ผมกับเพื่อนร่วมเดินทางเข้าไปกินก๋วยเตี๋ยว ยายสุพรก็ได้สีไวโอลินให้เราได้ฟังหลายเพลง ส่วนมากเป็นเพลงของสุนทราภรณ์ คนรุ่นผมฟังแล้วชอบมาก เพราะเป็นเพลงรุ่นเดียวกัน

บังเอิญเพื่อนเราบางคนร้องเพลงเก่ง จึงถือโอกาสร้องเพลงคลอเสียงไวโอลินไปกับยายสุพร จึงสนุกกันใหญ่ จนไม่รู้ว่ามากินก๋วยเตี๋ยวหรือมาร้องเพลง

สำหรับนักท่องเที่ยวถ้าจะแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้ ขอบอกให้รู้ว่า เปิดร้านเวลา11.30 น. พอบ่าย2 โมงเย็น จะปิดร้าน หรือถ้าขายหมดก่อนก็ปิดก่อน

ร้านของยายมีทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อสดและเนื้อเปื่อย ขายชามละ40 บาท พิเศษ50 บาท

ส่วนรสชาติถึงแม้ผมไม่ได้กิน แต่แค่มองเห็นก๋วยเตี๋ยวในชามและท่าทางความรู้สึกของคนที่กำลังกินพอเดาได้ว่าต้องอร่อยแน่ เพราะบางคนกินตั้ง2 ชาม

ตอนท้ายยายสุพรสรุปให้ฟังว่า ความรู้สึกลึกๆ แล้วอยากเป็นนักดนตรีมากกว่า แต่ที่ต้องขายก๋วยเตี๋ยวก็เพราะสามารถมีรายได้เลี้ยงชีพได้ จึงต้องทำทั้ง2 อย่างควบคู่กันไป

นักท่องเที่ยวผู้ใดไปถึงอำเภอเวียงสาแล้ว ผมขอแนะนำให้ไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ ไปไม่ถูกโทรศัพท์ไปถามได้ที่ หมายเลข(089) 220-6792

รีบไปหน่อยก็ดีนะยายสุพรอายุตั้ง85 ปีแล้วคงมีเวลาเหลือน้อยที่จะสีไวโอลินให้เราได้ฟัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...