โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

"เครดิตบูโร"รุกเพิ่มฐานสมาชิก ดึง"แกร็บ-ไลน์-พิโกฯ"แชร์ประวัติสินเชื่อ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2563 เวลา 03.44 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 03.44 น.
สุรพล โอภาสเสถียร

“เครดิตบูโร” ดึง “แกร็บ-ไลน์-พิโกไฟแนนซ์” เข้าเป็นสมาชิกในไตรมาส 2 นี้ ฟาก “สมาคมพิโกไฟแนนซ์” วอนลดค่าสมาชิกหนุนผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลใช้ประกอบการปล่อยสินเชื่อ ชี้ช่วยกรองหนี้เสียได้

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในไตรมาส 2 นี้ จะมีกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (น็อนแบงก์) กลุ่มผู้ประกอบการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์ เข้ามาเป็นสมาชิกเครดิตบูโร นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการ Grab และ LINE ที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกเต็มตัว

ส่วนกลุ่ม FinTech ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า อยู่ระหว่างแก้กฎหมายให้มีคุณสมบัติเข้ามาเป็นสมาชิกและส่งข้อมูลให้เครดิตบูโรได้ ขณะที่กลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ยังต้องรอความชัดเจนจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่กำกับดูแล ซึ่งล่าสุดมีประกาศหลักเกณฑ์ให้สหกรณ์ปฏิบัติตาม 2-3 ข้อ คือ 1.เงินปล่อยกู้จะต้องไม่เกิน 15 งวด หรือ 2 ปีครึ่ง 2.การปล่อยกู้ใหม่สัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) จะต้องไม่เกิน 70% และ 3.เงินกู้ที่เกินกว่า 1 ล้านบาท จะต้องให้นำข้อมูลจากเครดิตบูโรไปพิจารณาด้วย

ทั้งนี้ สมาชิกของเครดิตบูโรในไตรมาส 1 ปี 2563 มีอยู่ 103 แห่ง แบ่งเป็น ธนาคารพาณิชย์ 17 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) 6 แห่ง น็อนแบงก์-นาโนไฟแนนซ์ และพิโกไฟแนนซ์รวม 18 แห่ง เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง 52 แห่ง และอื่น ๆ อีก 10 แห่ง โดยจำนวนบัญชีสินเชื่อที่เป็นบุคคลธรรมดามีอยู่ราว 108 ล้านบัญชี ครอบคลุมลูกหนี้ 28 ล้านราย ขณะที่สินเชื่อนิติบุคคลอยู่ที่ 4.3 ล้านบัญชี ครอบคลุม 4 แสนบริษัท ทั้งนี้ ไตรมาส 1 ปีนี้มีจำนวนรายการสืบค้นข้อมูลเฉลี่ยอยู่ที่ 20.37 ล้านครั้ง ขณะที่ปี 2562 ทั้งปีมีจำนวนรายการสืบค้นข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่ 73.83 ล้านครั้ง

นายสมเกียรติ จตุราบัณฑิต นายกสมาคมพิโกไฟแนนซ์ประเทศไทย กล่าวว่า สมาชิกของสมาคมที่เข้าไปยื่นขอเข้าเป็นสมาชิกกับเครดิตบูโร ปัจจุบันยังมีไม่เกิน 10 ราย จากผู้ประกอบการที่มีทั้งหมดอยู่ 1,189 ราย โดยยอดสินเชื่อคงค้าง ณ เดือน ก.พ. 2563 อยู่ที่ 6,114 ล้านบาท และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือค้างชำระเกิน 90 วัน อยู่ที่ 11.95%

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์มีความต้องการเข้าเป็นสมาชิกเครดิตบูโร เนื่องจากจะช่วยให้การพิจารณาสินเชื่อมีความแม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงการเกิดหนี้เสียได้ แต่ปัจจุบันยังค่อนข้างติดปัญหาข้อบังคับของเครดิตบูโรที่สมาชิกต้องมีทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ซึ่งพิโกไฟแนนซ์มีทุนจดทะเบียนแค่ 5 ล้านบาท และพิโกพลัส 10 ล้านบาท ทำให้มีเพียงบางรายเท่านั้นที่เข้าเกณฑ์

นอกจากนี้ อัตราค่าธรรมเนียมการใช้บริการยังถือว่าค่อนข้างสูงมากสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งค่าสมาชิกและค่าบริการต่อราย โดยจะมี 2 ประเภทด้วยกัน คือ 1.ค่าสมาชิกรายเดือน เดือนละ 5 หมื่นบาท ถ้าตรวจสอบพบข้อมูลจะมีค่าใช้จ่าย รายละ 12 บาท และกรณีไม่พบข้อมูลมีค่าใช้จ่ายรายละ 5 บาท และ 2.ค่าสมาชิกรายเดือน เดือนละ 2.5 หมื่นบาท กรณีตรวจสอบพบข้อมูลจะมีค่าใช้จ่ายรายละ 70 บาท และกรณีไม่พบข้อมูลมีค่าใช้จ่ายรายละ 35 บาท

นายสมเกียรติกล่าวว่า กรณีค่าสมัครรายเดือน 5 หมื่นบาท ผู้ประกอบการต้องปล่อยสินเชื่อให้ได้ถึง 2 ล้านบาทต่อเดือน ส่วนกรณีสมาชิกรายเดือนที่ 2.5 หมื่นบาท ต้องปล่อยสินเชื่อให้ได้อย่างน้อย 1 ล้านบาทต่อเดือน จึงจะคุ้มต้นทุนค่าสมาชิก เนื่องจากผู้ประกอบการยังมีค่าใช้จ่ายทางด้านภาษีธุรกิจเฉพาะอีก 3.3% ของดอกเบี้ยรับ ดังนั้น หากเครดิตบูโรปรับลดค่าสมาชิกลงมาได้ จะเป็นเรื่องที่ดีต่อผู้ประกอบการ และทำให้ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์สนใจสมัครเป็นสมาชิกเครดิตบูโรมากขึ้น

“หากค่าสมาชิกลดลงเหลือเดือนละ 1 หมื่นบาท ซึ่งคำนวณการปล่อยกู้อยู่ที่ 5 แสนบาทต่อเดือน ผู้ประกอบการก็พอรับได้ จึงอยากให้มีการช่วยทบทวนตรงนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูล” นายสมเกียรติกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...