โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องเล่าจากสีจิ้นผิง : ไต่ ‘บันไดเถาวัลย์’ สู่ชีวิตที่ดีกว่า ของชาวบ้าน ‘หมู่บ้านริมผา’ แห่งเสฉวน

Xinhua

เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 12.07 น.

เหลียงซาน, 5 มิ.ย. (ซินหัว) -- หมู่บ้านอาถู่เลี่ยเอ่อร์ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 800 เมตรจากพื้นดิน ในอำเภอปกครองตนเองเหลียงซาน กลุ่มชาติพันธุ์อี๋ มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน สิ่งที่โหดหินสำหรับชาวบ้านที่นี่ก็คือการเดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านของพวกเขาเอง

เหตุที่บรรพบุรุษผู้ตั้งรกรากตัดสินใจปักหลักสร้างชุมชนอยู่บนที่สูงเช่นนี้ ก็เพื่อหลบเลี่ยงภัยจากสงคราม แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป พวกเขากลับพบว่าสถานที่ที่แยกตัวห่างไกลนี้เริ่มเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของพวกเขา

เมื่อปี 2017 สีจิ้นผิงกล่าวถึง "หมู่บ้านริมผา" และแสดงความกังวลต่อเรื่องนี้ ระหว่างการประชุมร่วมกับคณะผู้แทนจากเสฉวนในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (NPC) ชุดที่ 12 ครั้งที่ 5

"เมื่อปีที่แล้ว สื่อได้รายงานข่าวเรื่องหมู่บ้านริมผาในเหลียงซาน พอเห็นชาวบ้านและเด็กๆ ที่ต้องปีนขึ้นลงหน้าผาตลอดทั้งปี และอาจเกิดอันตรายได้ ผมก็รู้สึกหดหู่และไม่สบายใจเป็นอย่างมาก"

ชาวบ้านที่นี่ใช้บันไดเถาวัลย์ในการไต่หน้าผา ซึ่งมีทั้งหมด 17 อัน

"ก่อนหน้านี้ หมู่บ้านอาถู่เลี่ยเอ่อร์มีทางออกอยู่ 3 ทาง ทางหนึ่งต้องผ่านหุบเขาลึก แต่หากถึงฤดูฝนจะใช้การไม่ได้ ทางที่ 2 เป็นทางอ้อมซึ่งต้องใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง เราจึงนิยมใช้บันไดเถาวัลย์กันมากกว่าเพราะใช้เวลาในการไต่จากพื้นถึงยอดสั้นที่สุด เพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น" ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว

แต่เนื่องจากบันไดเถาวัลย์ต้องเผชิญกับแสงแดด สายลม และน้ำฝนอยู่เสมอ จึงผุพังได้ง่ายและเป็นอันตรายต่อชีวิต

"การตัดถนนบนหน้าผาแบบนี้เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เราเลยคิดว่าการสร้างบันไดเหล็กคงจะดีกว่า (ขณะนั้น) รัฐบาลของแคว้นและอำเภอได้จัดสรรเงินช่วยเหลือพวกเราหน่วยงานละ 500,000 หยวน (ราว 2.21 ล้านบาท) รวมแล้วอยู่ที่ 1 ล้านหยวน (ราว 4.44 ล้านบาท) เราตามหาทีมก่อสร้างทุกที่ แต่ไม่มีใครยอมมา เราจึงตัดสินใจทุ่มความพยายามสุดท้าย ด้วยการระดมแรงในหมู่บ้านมาช่วยกันทำ" เจ้าหน้าที่หมู่บ้านกล่าว

ท่อนเหล็กเกือบ 6,000 ท่อน ที่มีน้ำหนักรวม 120 ตัน เป็นวัสดุสำหรับทำบันไดเหล็ก ซึ่งชาวบ้านที่นี่ต้องแบกกันเองทั้งหมด นอกจากนั้นหมู่บ้านยังได้ว่าจ้างช่างเทคนิค 3 คน มาสอนวิธีเจาะและบัดกรี และในที่สุด 7 เดือนแห่งหยาดเหงื่อก็ผ่านพ้น เมื่อบันไดกว้าง 1.5 เมตร ทอดยาวจากพื้นถึงขอบหน้าผาระยะทาง 2.8 กิโลเมตร เสร็จสิ้นและพร้อมใช้งาน

บันไดดังกล่าวมีทั้งหมด 2,556 ขั้น แต่ละขั้นใช้ท่อนเหล็ก 2-3 ท่อน ซึ่งมีความแข็งแรงคงทน ส่วนข้อต่อระหว่างโครงเหล็กก็ถูกบัดกรีเชื่อมติดกันอย่างมั่นคง

เด็กๆ ใน "หมู่บ้านริมผา" ต่างได้รับประโยชน์จากการใช้งานบันไดเหล็กที่สร้างใหม่ เนื่องจากสามารถไปโรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ที่เชิงเขาได้ปลอดภัยกว่าเดิม

นอกจากนี้รัฐบาลได้จัดสรรเงิน 10 ล้านหยวน (ราว 44.37 ล้านบาท) ในการบูรณะซ่อมแซมโรงเรียนประถมศึกษา เมื่อสร้างเสร็จคาดว่าจะสามารถรองรับนักเรียนประจำได้ 600 คน ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนบางส่วนไม่ต้องเดินทางขึ้นลงหน้าผา

"ตอนนี้หมู่บ้านริมผาของเรามีทั้งถนนและไฟฟ้าเข้าถึง ทุกบ้านมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายใช้ ผมก็หวังว่าจะมีผู้คนรู้จักหมู่บ้านของเรามากขึ้นและเดินทางมาท่องเที่ยวที่นี่" ชาวบ้านกล่าว

"หมู่บ้านของเรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดฤดูร้อน พอนักท่องเที่ยวมาเยือน เราจะจัดเตรียมเต็นท์เอาไว้ให้ แต่บางคนก็เลือกจะพักอยู่บนหลังคาเพราะว่าอากาศข้างบนสดชื่นกว่า" ชาวบ้านอีกคนหนึ่งกล่าว

"วิวตรงนี้สวยมาก ค่าอาหารและที่พักก็ไม่แพง แค่ประมาณวันละ 100 หยวน (ราว 440 บาท)" หลานเหวินจิ้น นักท่องเที่ยวจากฝูเจี้ยน ให้สัมภาษณ์

เมื่อวันที่ 12-14 พ.ค. ที่ผ่านมา มีครัวเรือนในพื้นที่นี้ที่ขึ้นทะเบียนว่ายากจนทั้งสิ้น 84 ครัวเรือน ซึ่งบางส่วนเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านริมผา ได้ย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนที่สร้างขึ้นใหม่ในพื้นที่อำเภอเจาเจวี๋ย

คุณภาพชีวิตของชาวบ้านดีขึ้นเป็นลำดับ จากบันไดแบบไต่ที่สร้างด้วยเถาวัลย์เปลี่ยนเป็นบันไดเหล็ก และขณะนี้กลายเป็นขั้นบันไดแล้ว

"ผมนึกอยากมาภูเขาต้าเหลียงซานและเสี่ยวเหลียงซานมาตลอด จีนเป็นประเทศสังคมนิยม สังคมนิยมมุ่งช่วยประชาชนให้มีชีวิตที่สุขสบาย และในการมุ่งสู่เป้าหมายนั้น จะต้องไม่มีใคร ครอบครัวไหน หรือกลุ่มชาติพันธุ์ใด ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" สีจิ้นผิงกล่าว

"ตอนที่เราทบทวนเรื่องราวของ 'หมู่บ้านริมผา' ที่ท่านเลขาธิการใหญ่สีจิ้นผิงกล่าวถึง เราก็เข้าใจอย่างสุดซึ้งเลยว่าการต่อสู้กับความยากจนคือภารกิจที่ยากเข็ญอย่างหนึ่ง เราจะย่อหย่อนหรือสะเพร่ากับงานของเราไม่ได้ และยังหยุดไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาวิกฤต เราจะต้องเดินหน้าต่อสู้ความยากจนด้วยความมุ่งมั่นและเอาจริงเอาจังมากกว่าเดิม เพื่อคว้าชัยชนะอย่างสมบูรณ์ในการขจัดความยากจน" หวังฟั่น อาจารย์จากโรงเรียนพรรคคอมมิวนิสต์เสฉวน สังกัดคณะกรรมการพรรคฯ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...