โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลื่อนแบบไม่มีกำหนด! ‘ฟิล์มกระจก เรื่องราวเหนือกาลเวลา’ นิทรรศการที่ หอศิลป์

ZipEvent

อัพเดต 29 พ.ค. 2563 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2563 เวลา 02.40 น. • Pinchanokk

หอศิลป์ เปิดแล้วและเตรียมพบกับ นิทรรศการ ‘ฟิล์มกระจก เรื่องราวเหนือกาลเวลา’ โดย ท่านผู้หญิง สิริกิติยา เจนเซน ภัณฑารักษ์ นำภาพถ่ายในอดีตมาจัดแสดง ณ ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น ๘ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคมถึงวันที่ ๖ กันยายนนี้

นิทรรศการดังกล่าว เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพ ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อจัดแสดงภาพถ่ายฟิล์มกระจกที่สวยงามและเต็มไปด้วยเรื่องราวเชิงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าที่สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติได้คัดสรรมาเพื่อนิทรรศการในครั้งนี้

หอศิลป์

‘นิทรรศการฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา’ เน้นให้เห็นความเปลี่ยนแปลง เมื่อสยามค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการการประสมประสานทางวัฒนธรรมตะวันออกบรรจบตะวันตก นำผู้คนในปัจจุบันเดินทางย้อนเวลาไปในอดีต สัมผัสกับเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวสยามในสมัยรัชกาลที่ ๕ ถึง รัชกาลที่ ๗

ในการชมนิทรรศการครั้งนี้ ผู้ชมเสมือนหนึ่งได้ร่วมเดินทางไปในการเสด็จประพาสหัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสงบผ่อนคลายและเป็นส่วนพระองค์ แม้ในท้ายที่สุดการเสด็จประพาสต่างๆ จะจบลงด้วยเหตุการณ์ชวนสลด อันเป็นสัญญาณสะท้อนความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสยามในเวลานั้น

หอศิลป์

นิทรรศการฟิล์มกระจก: เรื่องราวเหนือกาลเวลา แบ่งออกเป็น ๔ ส่วน ได้แก่

ส่วนที่ ๑

ปฐมบรรพ การเสด็จประพาสหัวเมืองของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา วิถีชีวิตของชาวสยามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก การติดต่อสัมพันธ์กับชาวต่างชาติ ทำให้แนวคิดและวิถีแห่งกษัตริย์มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากพระปรมาภิไธยในรัชกาลที่ ๔ ซึ่งแสดงถึงพระคุณสมบัติและบุคลิกภาพเฉพาะพระองค์

กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ ๕ ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ ยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้น ด้วยพระองค์เสด็จประพาสหัวเมืองต่างๆ พร้อมเหล่าเจ้านายพระราชวงศ์ บ่อยครั้งเป็นการ “เสด็จประพาสต้น” คือเสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์โดยมิให้ใครรู้จัก เพื่อจะได้ทรงใกล้ชิดและทราบทุกข์สุขที่แท้จริงของชาวบ้าน อาทิ เกาะสีชัง ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและบรรดาเจ้านายผู้โดยเสด็จ ประทับทรงพระเกษมสำราญท่ามกลางแสงแดดและอายทะเล หรือที่เมืองกำแพงเพชร ซึ่งได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรแหล่งโบราณคดีหลายแห่ง รวมทั้งโปรดให้จัดการแสดงละครโดยให้เจ้านายรับบทบาทต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีที่เสด็จประพาสต้นทั้งสองครั้ง และเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ ๒ อันเป็นช่วงปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องทรงประสบกับความโทมนัสแสนสาหัส ด้วยทรงสูญเสียพระราชโอรสและพระราชธิดาหลายพระองค์ ทรงพระวิปโยคอาดูรถึงกับออกพระโอษฐ์ว่า

“… จะทนอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ไหวด้วยรู้สึกไม่สบายมาก จึงจะออกไปอยู่เพชร สบายจึงจะกลับ…”

ความพลัดพรากอันไม่อาจหลีกเลี่ยงนี้ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า

ส่วนที่ ๒

ทุติยบรรพ สยามอันสุขสงบในรอยต่อของกาลเวลา

ภาพถ่ายบรรยากาศแห่งความสุขสงบเรียบง่ายเมื่อได้เห็นภาพวิถีชีวิตของผู้คนในกรุงเทพฯ ที่ดำเนินไปตามครรลองอย่างเนิบช้า ภาพของเด็กๆ ที่เล่นกันอย่างสนุกสนาน ภาพของพระภิกษุในวัดวาอารามซึ่งสร้างขึ้นในปลายสมัยอยุธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ รวมทั้งกิจวัตรประจำวันของผู้คนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วิถีชีวิตอันแสนธรรมดาสามัญเหล่านี้เปรียบเสมือนช่วงพักครึ่งเวลาระหว่างการแสดง ช่วงเวลาที่สงบนิ่งดังผิวน้ำเรียบยามไร้ลมพัด รอเวลาที่ความเปลี่ยนแปลงในจะเยื้องกรายเข้ามาแสดงบทบาทในสยามประเทศ

ส่วนที่ ๓

ตติยบรรพ ตะวันออกบรรจบตะวันตก

เป็นการนำเสนอภาพชาวตะวันตก มีบทบาทต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวสยามมากขึ้น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงโปรดเกล้าฯ ให้ชาวยุโรปที่มีความรู้ความสามารถหลายคน เช่น สถาปนิกและศิลปินชาวอิตาเลียน ทำงานร่วมกับช่างฝีมือชาวสยาม ลักษณาการแห่ง “ตะวันออกบรรจบตะวันตก” นี้ได้ดำเนินเรื่อยมาและพัฒนาจนถึงจุดสูงสุดในรัชสมัยของพระองค์เอง รวมทั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ส่วนที่ ๔

จตุตถบรรพ เร่งรุดไปข้างหน้า

ความตื่นเต้นดูราวจะอบอวลในอากาศเมื่อสยามก้าวเร่งรุดไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง หัวรถจักรไอน้ำพาเราเดินทางจากบางกอกไปยังหัวเมืองต่างๆ ตามทางรถไฟที่เริ่มแผ่ขยายออกไปจากพระนคร กิจการรถไฟแรกมีในสยามในสมัยรัชกาลที่ ๕ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๖ พัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์โดยเชื่อมโยงระบบและเส้นทางทั้งหมดให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน การสร้างทางรถไฟนี้สะท้อนอิทธิพลของตะวันตกทั้งในเชิงกายภาพและแนวคิดอุดมคติ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญและลึกซึ้งกว่านั้นคือ การสร้างทางรถไฟเป็นประจักษ์พยานของสำนึกเรื่อง “รัฐชาติ” อันเป็นแนวคิดจากตะวันตกซึ่งมีอิทธิพลต่อชนชั้นปกครองของเอเชีย เชื่อมหัวเมืองใหญ่น้อยเข้ากับเมืองหลวงอันเป็นศูนย์กลาง เพื่อเสริมสร้างการปกครองแบบรวมศูนย์ ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและการบริหารบ้านเมือง สยามประเทศจึงเริ่มกลายเป็นรัฐที่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ขยายออกจากพระนคร

อนึ่ง เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๑ สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ ร่วมกับบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัดนิทรรศการ “เฉลิมฟิล์มกระจก ฉลองมรดกความทรงจำแห่งโลก” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปะ ถนนเจ้าฟ้า กรุงเทพมหานคร เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสที่องค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนฟิล์มกระจกและต้นฉบับภาพถ่ายชุดหอพระสมุดวชิรญาณเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก นับแต่นั้น สำนักหอสมุดแห่งชาติจึงได้มีแผนที่จะเปิดคลังภาพถ่ายฟิล์มกระจกเป็นประจำทุกปี ตามลำดับเวลาของภาพ

โดยการคัดสรรภาพถ่ายฟิล์มกระจกจำนวน ๑,๐๐๐ ภาพ เพื่อให้ภัณฑารักษ์ จัดเป็นนิทรรศการแสดงแก่สาธารณะต่อไป

หอศิลป์ เปิดบริการให้เข้าชมนิทรรศการและกิจกรรม ฟิล์มกระจก เรื่องราวเหนือกาลเวลา ตั้งแต่วันอังคารถึงวันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา ๑๐.๐๐ น. – ๑๙.๐๐ น. จากเดิม ๒๑.๐๐ น.

ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย 

  • Line: @Zipevent (อย่าลืมเติม @ ข้างหน้าด้วยนะคะ) หรือจิ้มไปที่ลิงก์นี้ได้เลย @Zipevent
  • Instagram: @Zipevent
  • Website: www.zipeventapp.com
  • Twitter: @Zipevent
  • Facebook: @Zipevent
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...