โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“ข้าวกล่องอาม่า” ธุรกิจต่างวัยของยายหลาน สร้างยอดขายวันละ 12,000 กล่อง

เส้นทางเศรษฐี

อัพเดต 25 มิ.ย. 2567 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 06.56 น.

“ข้าวกล่องอาม่า” ธุรกิจต่างวัยของยายหลาน สร้างยอดขายวันละ 12,000 กล่อง

ข้าวกล่องอาม่า” ธุรกิจต่างวัยของหลานวัย 30 ปี กับอาม่าอายุ 80 ปี ที่ทั้งคู่ช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยมีหลานชายเป็นผู้ดูแลภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดให้เติบโต ส่วนอาม่าเป็นเชฟฝีมือเยี่ยมรับหน้าที่ปรุงอาหาร และครีเอตเมนูใหม่ๆ ไม่ว่ากระแสไหนมาอาม่าทำได้หมด

ข้าวกล่องอาม่า เริ่มต้นจากการมองเห็นโอกาสทางธุรกิจของ คุณไบรท์-พิชญุตม์ กุศลสิทธิรัตน์ เมื่อครั้งทำงานในห้างสรรพสินค้า บวกกับความตั้งใจอยากให้ครอบครัวอยู่ใกล้ชิดกัน เพราะไม่ค่อยได้เจอ อาม่า-รัตนา อภิเดชากุล ที่อยู่ในจังหวัดเดียวกันแท้ๆ แต่นานๆ ครั้งจะได้เจอกันสักที

รวมทั้งยังไม่ค่อยได้เจอพ่อแม่ของตัวเอง ซึ่งประกอบธุรกิจนำเข้าสินค้าจากจีนส่งสำเพ็ง เป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียน เพราะเป็นนักกีฬากว่าจะซ้อมเสร็จก็มืดค่ำจนไม่มีโอกาสได้กินมื้อเย็นกัน กระทั่งทำงานบริษัทก็ยังไม่ค่อยได้เจอ เพราะเวลาเลิกงานไม่ตรงกัน

“เป็นห่วงอาม่า เพราะเราอยู่ห่างกัน อาม่าอยู่เจริญกรุง ผมอยู่คลองเตย ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะไม่มีคนดูแล ชวนมาอยู่ด้วยก็ไม่ยอมกลัวเป็นภาระ เลยอยากทำอะไรสักอย่างให้เราได้อยู่ใกล้ชิดกัน บวกกับผมอยากขายอาหารอยู่แล้ว เพราะตอนทำงานบริษัทตำแหน่ง Product Executive ผมอยากสำรวจฟีดแบ็กลูกค้าเพื่อนำมาพัฒนาโปรดักต์ เลยขอไปฝึกงานเป็นเซลส์ขายอุปกรณ์มือถือตามห้าง วันทำงานเสียค่าใช้จ่ายแต่ละวันสูงมากไม่ต่ำกว่า 150 บาท ระหว่างทำงานได้คุยกับร้านข้างๆ กว่าจะออกไปกินข้าวแต่ละครั้งต้องปิดร้านนาน 1-2 ชั่วโมง เลยรู้สึกว่า ถ้ามีบริการอะไรสักอย่างมาเสิร์ฟถึงที่คงดี”

เมื่อมีแนวคิดหลานชายจึงชักชวนอาม่าทำธุรกิจอาหารด้วยกัน เริ่มขออนุญาตพ่อแม่และอาม่า แต่ไม่เป็นผล เพราะอาม่าเปิดร้านอาหารมาก่อน ทำตั้งแต่อายุสิบกว่าเรื่อยมา 20 กว่าปี จึงรู้ว่างานนี้เหนื่อยมาก บวกกับเห็นหลานชายเรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จึงอยากให้ทำงานบริษัท

“แรกๆ ไม่มีใครเห็นด้วย เป็นความเชื่อของผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนว่า เรียนจบปริญญาตรี จะมาทำร้านอาหารทำไม อาม่าเปิดร้านอาหารจะรู้ว่ามันเหนื่อยมาก เป็นงานที่ต้องใช้คน เลยไม่สนับสนุน ทำไมไม่ไปทำงานบริษัทล่ะ มีเงินเดือนแน่นอน อนาคตได้เติบโต ผมเลยอธิบายไปว่าอยากทำธุรกิจสักอย่างร่วมกับครอบครัว แม้ได้เงินไม่เยอะเท่าบริษัท แต่เราจะได้เจอกันทุกวัน ขอลองดูก่อนสักเดือนสองเดือน อาม่าเลยยอม”

โดยเหตุผลที่เลือกจับธุรกิจอาหาร หนุ่มเจนวาย บอกว่า เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่มีเครดิต ลูกค้าสั่งและจ่ายเงินเลย เงินในบัญชีจึงหมุนได้เรื่อยๆ อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่เริ่มได้โดยไม่ต้องใช้เงินทุนเยอะ ค่าใช้จ่ายหลักมีแค่ค่าคน ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ ฯลฯ ค่าเช่าตัดไปเพราะทำที่บ้าน ค่าคนได้คนในครอบครัวช่วยกัน ส่วนค่าวัตถุดิบแปรผันตามยอดขาย ไม่ได้ลงเครื่องครัวแพงๆ แค่เปลี่ยนกระทะให้ใหญ่ขึ้น

“หลังครอบครัวอนุญาตให้ทำ ผมเริ่มวางแผนและเปิดร้านในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยแบ่งเงินเก็บจากการทำงานประจำประมาณ 30,000 บาทมาเป็นทุน” หลานชายอาม่า เล่าถึงการเปิดธุรกิจจากเงินทุนของเขาเอง

ธุรกิจเริ่มต้นขึ้นในรูปแบบข้าวกล่องดีลิเวอรี่ ซึ่งเป็นความตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะไม่มีหน้าร้าน เน้นอาหารไทยเป็นหลัก ครีเอตเมนูตามกระแส เปิดวันแรกร้านยังไม่เป็นที่รู้จัก หนุ่มเจนวายคนเดิมใช้วิธีพริ้นต์โบรชัวร์แจกตามสำนักงาน และห้างสรรพสินค้าเพื่อหาลูกค้า มีออร์เดอร์ประมาณ 100 กล่อง ต่อวัน เฉลี่ยยอดขายอยู่ที่ 5,000-7,000 บาท ต่อวัน ซึ่งยังน้อยอยู่ แถมมีปัญหาเยอะ คนไม่พอ ส่งไม่ทัน จึงชักชวนเพื่อนและรุ่นน้องที่เคยทำบริษัทจำลองสมัยเรียนด้วยกันมาเป็นหุ้นส่วน

“ช่วงแรกเรายังใช้ระบบแมน่วลอยู่ เพราะออร์เดอร์น้อย ลูกค้าไลน์สั่งเราจดใส่กระดาษ ภายหลังร้านเริ่มเป็นที่รู้จักออร์เดอร์เยอะขึ้นเป็น 1,000 กล่อง ต่อวัน มีลูกค้า 2 กลุ่มคือ ซื้อกินเอง กับจัดเลี้ยงซึ่งเป็นกลุ่มหลัก รายได้เฉลี่ยมากกว่า 60,000 บาท จึงนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ รับออร์เดอร์ผ่านเว็บไซต์ ใช้ระบบการจัดการหลังบ้านโปรแกรม ERP สำหรับใช้งานในองค์กรเข้ามาช่วย เป็นความรู้ที่ต่อยอดจากตอนเรียนทดลองตั้งบริษัทจำลอง เป็นจุดเด่นของร้านที่ทำงานโดยคนเจนวายที่สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับธุรกิจอาหารได้ ส่วนใหญ่ร้านอาหารที่ดังๆ จะดำเนินกิจการโดยผู้ประกอบการอายุไม่ต่ำกว่า 30 ปี”

ส่วนพนักงานจากวันแรกที่เริ่มต้นเพียง 5 คน มีพ่อแม่ อาม่า คุณไบรท์ และแมสเซนเจอร์อีก 1 คน ตอนนี้ข้าวกล่องอาม่าเติบโตขึ้นมาก มีพนักงานหลังบ้าน 12 คน ออฟฟิศ พนักงานรับออร์เดอร์ การตลาด รวม 8 คน แมสเซนเจอร์ประมาณ 12 คน ภายใต้บริษัท ซอย 83 จำกัด

“ข้าวกล่องอาม่าเติบโตเร็วขนาดนี้ ผมคิดว่าเป็นโอกาสทางธุรกิจมากกว่า ถ้าเราเลือกทำธุรกิจที่มีผลกำไรเยอะส่วนใหญ่จะมีเจ้าตลาดคุมธุรกิจนั้นอยู่แล้ว แต่บริษัทใหญ่ๆ ยังไม่เข้ามาคุมธุรกิจอาหารแบบดีลิเวอรี่จริงจัง จึงทำให้เราประสบความสำเร็จ อีกเรื่องคือคู่แข่งร้านข้าวกล่องหลายที่ ยังไม่นำดิจิตอลเข้ามาทำมากนัก แต่เราทำ เช่น ยิงโฆษณา ทำให้โอกาสเราเยอะกว่า”

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ข้าวกล่องอาม่าประสบความสำเร็จคือ คุณภาพอาหาร หนุ่มเจนวาย บอกว่า ทำสดใหม่ทุกวัน เพราะร้านตั้งอยู่ใกล้ตลาดคลองเตย จะได้วัตถุดิบสดใหม่ทุกวันมาส่งตอนตี 3 สามารถปรุงอาหารได้เลยตอนเช้า ส่วนขั้นตอนการปรุง มีอาม่าเป็นคนดูแล ด้วยเทคนิคความอร่อยเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ การจัดส่ง ใส่กล่องแพ็กให้อย่างดี มีแมสเซนเจอร์ของตัวเอง ส่งฟรีในพื้นที่ พระราม 3 สีลม สาทร อโศก ชิดลม พระราม 4 และปทุมวัน (นอกพื้นที่ส่งได้มีค่าส่งเล็กน้อย)

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มคือ อาหารกล่องประมาณ 120 เมนู ขนมไทย เช่น กล้วยบวชชี ครองแครง ฯลฯ เครื่องดื่มสมุนไพรและน้ำผลไม้ และสแน็กบ็อกซ์ สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่ลูกค้าชมคือ ผัดไทยกุ้งสด ปรุงด้วยซอสสูตรพิเศษจากอาม่า แกงส้มปลากะพง-กุ้ง รสชาติกลมกล่อม เค็ม หวาน เปรี้ยว ส่วนเมนูขายดีคือ เขียวหวานไก่กรอบ ไข่ข้นหมูกระเทียม ไข่ข้นกะเพราทะเล ราคาเริ่มต้น 49 บาท หากเป็นทะเลเริ่มต้น 59 บาท

เป้าหมายต่อจากนี้ คุณไบรท์ ยืนยันว่า จะยังคงธุรกิจอาหารในรูปแบบดีลิเวอรี่ต่อไป แต่จะมีการพัฒนา 2 ส่วนคือ พัฒนาระบบดีลิเวอรี่ให้ดีขึ้นทั้งคุณภาพและปริมาณ ส่วนที่ 2 แตกไลน์ธุรกิจอาหารแช่แข็ง

ก่อนทิ้งท้ายว่า “แม้จะได้ทำธุรกิจร่วมกับอาม่าตามความตั้งใจที่จะให้อาม่ามาอยู่ด้วยกัน สุดท้ายแล้วอาม่าก็ไม่ได้ย้ายมาอยู่ด้วย เพราะอยากกลับไปนอนที่บ้าน แต่อย่างน้อยช่วงกลางวันเรายังได้อยู่ด้วยกัน”

สามารถเข้าไปดูข้อมูลร้านข้าวกล่องอาม่าเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ข้าวกล่องอาม่า โทรศัพท์ (086) 552-4642 ไลน์ @armabox เว็บไซต์ https://armabox.net/

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ : 11 ก.ค. 2019

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ข้าวกล่องอาม่า” ธุรกิจต่างวัยของยายหลาน สร้างยอดขายวันละ 12,000 กล่อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.sentangsedtee.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...