โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชง ครม.เคาะหลักการแผนศึกษาการลงทุนท่าเรือระนอง-รถไฟรางคู่ เชื่อม SEC-EEC วงเงิน 20,000ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 15 พ.ย. 2561 เวลา 05.59 น.

ชง ครม.เคาะหลักการแผนศึกษาการลงทุนท่าเรือระนอง-รถไฟรางคู่ เชื่อม SEC-EEC วงเงิน 20,000ล้าน ลุ้นเสร็จกลางปีหน้า เตรียมส่งไม้ต่อครม.ใหม่ก่อสร้าง 5โครงการอีอีซี หวังปั้นเป็นกรุงเทพแห่งที่ 2 ใน 20 ปี

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองประธานกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยหลังจากในการปาฐกถาพิเศษ “จากอีอีซีสู่เศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ” ในงานสัมมนา Next Step Thailand : EEC ยุทธศาสตร์ไทยเชื่อมโลก ซึ่งจัดโดยกรุงเทพธุรกิจว่า ภายในเดือนนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) พิจารณาหลักการโครงการพัฒนาท่าเรือ จ.ระนอง และรถไฟรางคู่เชื่อมต่อจ.ระนอง-ชุมพร ภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคใต้(SEC)

ซึ่งคาดว่าหากผ่านครม.แล้วจะดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนให้ได้ข้อสรุปในกลางปี 2562 คาดว่าจะใช้เม็ดเงินลงทุนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือโครงการละประมาณ 10,000 ล้านบาท

“ขณะนี้ทางสภาพัฒน์เตรียมการไว้แล้ว SEC จะต่างจาก EEC เพราะ EEC จะเน้นอุตสาหกรรมระดับสูงแต่ SEC จะนำการลงทุนไปยัง 4 จังหวัดที่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เป็นการเปิดประตูสู่ภาคใต้ จะเน้นไปที่เรื่องที่จุดเด่นของภาคใต้ เช่น การพัฒนาป่าชายเลน ศุนย์วิจัยปาล์ม ยาง การทำประมงชายฝั่ง ซึ่งไม่เพียงการเชื่อมโยงรถไฟรางคู่ในพื้นที่ดังกล่าว แต่รัฐบาลจะมีการเปิดในเมืองใหม่ อาทิ เชียงของ บ้านไผ่ มุกดาหาร ด้วย”

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยเชื่อมโยงเส้นทางการค้าจากอีอีซี ผ่านรถไฟรางคู่ไปสู่ท่าเรือระนอง-ท่าเรือเมียนมา ต่อเข้าสู่ประเทศอินเดีย โดยจะสามารถลดระยะเวลาการขนส่งจาก 12-25 วันเหลือ 4 วัน และสามารถเชื่อต่อไปยังศรีลังกา และบังคลาเทศ ทั้งยังจะเป็นการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากกลุ่มประเทศในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรอินเดีย นอกจากนี้รัฐบาลได้พยายามผลักดันโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าแม้ว่ากว่าโครงการนี้จะเสร็จสิ้นกลางปีหน้า ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐบาลใหม่ก็จะไม่ทำให้โครงการสะดุด เพราะโครงการนี้ให้ประโยชน์ทำให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งไม่ว่ารัฐบาลใดจะเข้ามาก็น่าจะเดินหน้าต่อ

นายกอบศักดิ์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการลงทุน 5 โครงการสำคัญในอีอีซีว่า รัฐบาลจะดำเนินการหาข้อสรุปเรื่องการประมูลและสัญญาการก่อสร้างตามแผนการลงทุนโครงการทั้งหมดให้เสร็จก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ โดยรัฐบาลใหม่เข้ามาจะสามารถสานต่อการดำเนินการก่อสร้างและชำระเงินตามแผนการลงทุนได้ทันที

“ขณะนี้ได้เปิดให้ผู้ประกอบการเข้าร่วมยื่นซองโครงการถไฟไฮสปีดไปแล้ว 2 วันก่อน อยู่ระหว่างการพิจารณาคาดว่าจะได้ข้อสรุปในรัฐบาลนี้ จุดสำคัญคือการพัฒนาเมืองใหม่บริเวณจุดจอด หรือ TOD ซึ่งขณะนี้วางไว้ 3-4 จุด เช่น พัทยา อูตะเภา และมีเอกชนให้ความสนใจ 3-4 ราย อยู่ในกระบวนการ”

ส่วนของโครงการสนามบินอู่ตะเภากำลังทำ TOR เรามีเป้าหมายจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการบินและศูนย์ซ่อมเครื่องบิน คล้ายสนามบินฮ่องกง หรือสนามบินอินฌอนเกาหลีใต้ที่มี “ซองโด”เป็นแหล่งท่องเที่ยว และท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมโยงสินค้าจสกจีนตะวันตก อินโดจีน เรามองจากทาเรือในเนเธอร์แลนด์ มีมีการพัฒนาอย่างน่าสนใจ

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า หากอีอีซีสำเร็จจะเป็นทางเลือกที่ 3 ที่มีความน่าสนใจในการลงทุนจากต่างชาติ ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถดึงดูดการลงทุน บริษัท Head Quarter จากประเทศสิงค์โปร์ให้หันมาในไทยมากขึ้น เพราะด้วยไทยมีศักยภาพด้านเมนูเฟคเจอริ่ง ตลาด และนักลงทุนสามารใช้ชีวิตในประเทศไทยได้อย่างมีความสุข และทั้งยังมีความพร้อมในระบบโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือ สนามบิน รถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ และยังสามารถเชื่อมโยงกับประเทศ CLMV + T ซึ่งมีประชากรมากกว่า 230 ล้านคน และ บังคลาเทศและศรีลังกากว่า 130 ล้านคน รวมกว่า 400 ล้านคน

“ต่อไปหากนักลงทุนคิดถึงเอเชียต้องคิดถึง EEC การพัฒนาตั้งแต่แหลมฉบัง สัตหีบ มาถึงมาบตาพุด 150 ตร.ม. จะถูกพัฒนาเป็นกรุงเทพใหม่ หรือ กรุงเทพแห่งที่ 2 ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในอีก 20 ปีข้างหน้า”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...