โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ พระราชลัญจกร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2565 เวลา 02.50 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2562 เวลา 11.22 น.
(จากซ้ายไปขวา) พระราชลัญจกร พระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ ร.9

สิ่งสำคัญที่จะต้องมีการทำขึ้นใหม่เมื่อมีการเปลี่ยนพระเจ้าแผ่นดิน คือ พระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย แผ่นดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ซึ่งเป็นเครื่องมงคลที่แสดงถึงพระราชอิสริยยศ และพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์

พิธีจารึกพระปรมาภิไธยลงในสุพรรณบัฏ จารึกดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล จะทำตามฤกษ์ที่โหรหลวงกำหนด เมื่อเสร็จแล้วประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อทูลเกล้าฯถวายแด่พระเจ้าแผ่นดินในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ความหมาย ความสำคัญ ของพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ พระราชลัญจกร

พระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย แผ่นจารึกดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยมีความหมายและความสำคัญ ดังนี้

พระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย คือ พระสุพรรณบัฏที่จารึกพระนามพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศอย่างแรกที่จะต้องถวายแด่พระเจ้าแผ่นดิน ก่อนที่จะถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์และอื่น ๆ

ดวงพระบรมราชสมภพ คือ ดวงพระชะตาการพระราชสมภพของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งจะต้องจารึกลงในแผ่นทองคำ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องเชิญแผ่นดวงพระบรมราชสมภพและพระราชลัญจกรประจำรัชกาลขึ้นประดิษฐานบนพระแท่นมณฑลในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย

พระราชลัญจกร คือ ตราประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องมงคลที่แสดงถึงพระราชอิสริยยศ และพระบรมเดชานุภาพของกษัตริย์ ใช้เป็นดวงตราประทับกำกับพระปรมาภิไธย และเอกสารราชการแผ่นดิน ได้แก่ รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา และเอกสารสำคัญส่วนพระองค์ที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน ที่ออกในพระปรมาภิไธย เป็นต้น

ขั้นตอนพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ จารึกดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร

การจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย จารึกดวงพระบรมราชสมภพ
และแกะตราพระราชลัญจกรในสมัยรัตนโกสินทร์จัดขึ้นในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามวันและเวลาที่โหรหลวงกำหนดพระฤกษ์

ผู้ทำหน้าที่จารึกพระสุพรรณบัฏ คือ เจ้าพนักงานอาลักษณ์ ผู้ทำหน้าที่การจารึกดวงพระบรมราชสมภพ คือ โหรหลวง ส่วนผู้ทำหน้าที่แกะพระราชลัญจกร คือ นายช่าง

ขนาดแผ่นทองคำหรือสุพรรณบัฏนั้นไม่ได้มีกำหนดชัดเจน แต่ต้องเหมาะสมกับความยาวพระปรมาภิไธยหรือพระนามของพระเจ้าแผ่นดินแต่ละพระองค์ ซึ่งโดยทั่วไปมีความยาวไม่ต่างกันมากนัก

ขั้นตอนพระราชพิธีเริ่มตั้งแต่ตอนเย็นของวันก่อนถึงวันพระฤกษ์ พระสงฆ์จะเจริญพระพุทธมนต์ ส่วนโหรหลวงจะสวดบูชาเทวดา

เมื่อถึงวันพระฤกษ์ในตอนเช้า พระราชวงศ์ที่ทรงเป็นประธานในพิธีจะถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ก่อนเริ่มพิธี

ในพระอุโบสถตั้งโต๊ะเครื่องบายศรีตอง 3 ชั้น ซ้าย ขวา มีกล้วยน้ำว้า หัวหมูสำหรับบูชาพระฤกษ์ โต๊ะที่ใช้ประกอบพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏทุกโต๊ะมีเทียนเงินเทียนทองกับพานดอกไม้ตั้งอยู่ ทุกโต๊ะหันไปทางทิศอาคเนย์ (ตะวันออกเฉียงใต้) อันเป็นทิศที่เป็นมงคล อาลักษณ์ผู้จารึกพระสุพรรณบัฏแต่งกายด้วยเครื่องขาวและรับศีล

เมื่อใกล้เวลาพระฤกษ์ ประธานพิธีจุดเทียนเงินเทียนทองทุกโต๊ะจารึก จากนั้นอาลักษณ์นมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากนั้นถวายบังคมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระราชอาสน์) คล้องสายสิญจน์ และหันหน้าไปสู่ทิศมงคล

เมื่อได้เวลาพระฤกษ์ โหรลั่นฆ้องชัย พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา เจ้าพนักงานไกวบัณเฑาะว์ อาลักษณ์และโหรลงมือจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธยและดวงพระบรมราชสมภพ ส่วนนายช่างแกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาลไปพร้อมกัน ในระหว่างนั้นพระสงฆ์สวดชัยมงคลคาถา พราหมณ์เป่าสังข์ เจ้าพนักงานประโคมแตร สังข์ และพิณพาทย์ตลอดเวลา

เมื่อจารึกพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรเสร็จแล้ว พระราชครูพราหมณ์หลั่งน้ำสังข์ที่พระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ พระราชลัญจกร จากนั้นเจ้าพนักงานเชิญแผ่นพระสุพรรณบัฏลงกล่องทองคำ ซึ่งจะบรรจุในถุงผ้าอีกชั้นหนึ่งพร้อมทั้งตีตราผนึกประดิษฐานไว้ในพานทอง หลังจากนั้นจึงเวียนเทียนสมโภชโดยมีการตั้งเครื่องบูชาเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยบายศรีและเครื่องพลีกรรมทั้งปวง ระหว่างการเวียนเทียนสมโภชจะมีการประโคมมโหรีปี่พาทย์ ตีฆ้องชัย พราหมณ์เป่าพระมหาสังข์ประกอบการพระราชพิธี

จากนั้นเชิญพานสิ่งของทั้งสามขึ้นประดิษฐานบนธรรมาสน์ศิลาในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อรออัญเชิญไปเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อถึงวันพระฤกษ์จริง

การจารึกพระสุพรรณบัฏในรัชกาลก่อน ๆ

การจารึกพระนามในพระสุพรรณบัฏสมัยรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ใช้พระนามเดียวกันด้วยการขึ้นต้นว่า “สมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี” และมีสร้อยพระนามเหมือนกันทั้ง 3 รัชกาล แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดให้แก้พระนามอดีตพระมหากษัตริย์ทั้งสามพระองค์ โดยให้เรียกตามนามพระพุทธรูปที่รัชกาลที่ 3 ทรงพระราชอุทิศ

รัชกาลที่ 1 ให้เรียกว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 2 ให้เรียกว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 3 ให้เรียกว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และเรียกแผ่นดินของพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการเปลี่ยนธรรมเนียมการจารึกพระนามของพระมหากษัตริย์ให้มีพระนามต่างกันในแต่ละรัชกาล
นับแต่นั้นเป็นต้นมา

นอกจากการจารึกพระนามในพระสุพรรณบัฏยังมีการจารึกดวงพระชะตาเช่นที่ปรากฏในหมายรับสั่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2411 ดังนี้

“…ขุนโชติพรหมมาได้จารึกดวงพระชันษา นายราชสารได้จารึกพระนามลงในแผ่นพระสุพรรณบัฏทองคำ เนื้อแปดเศษสอง ดวงพระชันษากว้าง 10 นิ้ว ยาว 10 นิ้ว หนัก 2 ตำลึง ดวงพระนามกว้าง 7 นิ้ว ยาว 14 นิ้ว หนัก 2 ตำลึง พระมหาราชครูเจิมแล้ว พันด้วยไหมเบญจพรรณ บรรจุไว้ในพระกล่องทองคำจำหลักลายกุดั่น แล้วเชิญลงในหีบถมยาดำตะทอง มีถุงเข้มขาบนอก ตีตราประจำเล็บ เชิญขึ้นไว้บนพานทองสองชั้นสำรับใหญ่ ปิดคลุม ปักเลื่อม ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยพร้อมกันสมโภชเวียนเทียน มีบายศรีแก้ว 1 บายศรีทอง 1 บายศรีเงิน 1 บายศรีตอง 2 สำรับ ศีร์ษะสุกร 2 ศีร์ษะ เครื่องกระยาบวชพร้อมสรรพด้วยแตรสังข์มโหรีปี่พาทย์กลองแขกฆ้องชัย พระมหาราชครูเป่าพระมหาสังข์ทักษิณาวัฏ พระมหาสังข์อุตราวัฏ สมโภชเสร็จแล้วเชิญไปประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม”

การจารึกพระสุพรรณบัฏในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต เป็นประธานในพิธี มีหลวงบรรเจิดอักษรการ (ทับ สาตราภัย) หัวหน้ากองปกาศิต ในหน้าที่อาลักษณ์จารึกอักษรพระปรมาภิไธยลงในพระสุพรรณบัฏ พระยาโหราธิบดี (แหยม วัชรโชติ) โหรจารึกดวงพระบรมราชสมภพลงในแผ่นทอง และหม่อมเจ้าสมัยเฉลิม กฤดากร ศิลปินในหน้าที่นายช่างแกะพระราชลัญจกร

พระราชพิธีในคราวนั้นนอกจากการจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกร ยังมีการจารึกพระสุพรรณบัฏพระนามสมเด็จพระสังฆราช จารึกพระสุพรรณบัฏพระนามพระบรมวงศ์ในคราวเดียวกัน

การจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร ร.10

การจารึกพระสุพรรณบัฏ จารึกดวงพระบรมราชสมภพ แกะพระราชลัญจกร สำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ได้ประกอบพระราชพิธีเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ตามฤกษ์เวลา 08.19-11.35 น.

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ เสด็จแทนพระองค์ในการพระราชพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ และแกะพระราชลัญจกรประจำ
รัชกาล โดยมี นายภูมินทร์ ปลั่งสมบัติ เจ้าพนักงานอาลักษณ์เป็นผู้จารึกพระปรมาภิไธยในพระสุพรรณบัฏ นายฉัตรชัย ปิ่นเงิน โหรหลวง เป็นผู้จารึกดวงพระบรมราชสมภพ นายสุนทร วิไล ช่างศิลป์ประจำพระองค์เป็นผู้แกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล

พระพระราชพิธีครั้งนี้ นอกจากการจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระปรมาภิไธย ดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ยังมีการจารึกพระสุพรรณบัฏพระนามพระนามพระบรมวงศ์ด้วยในคราวเดียวกัน

หลังจากนี้พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย แผ่นดวงพระราชสภพ และพระราชลัญจกรประจำรัชกาล จะประดิษฐานบนธรรมาสน์ศิลา ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามจนกว่าจะถึงพระฤกษ์ประกาศพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจึงจะเชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระบรมราชสมภพ พระราชลัญจกร จากวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบรมมหาราชวัง เพื่อทูลเกล้าฯถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

————

ที่มาข้อมูล : หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จัดทำโดย กระทรวงวัฒนธรรม

หนังสือเสวยราชสมบัติกษัตรา เขียนโดย ดร.นนทพร อยู่มั่งมี, ผศ.ดร.พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...