โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขมันเกิดจากอะไร กระบวนการสลายไขมันในร่างกายทำได้อย่างไรบ้าง?

HonestDocs

อัพเดต 16 พ.ย. 2563 เวลา 21.42 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2563 เวลา 21.42 น. • HonestDocs
ในร่างกายของมนุษย์ มีกระบวนการและกลไกต่าง ๆ ที่ทำงานประสานกันได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารไปเป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อวันใดก็ตามที่เราทานอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการ ก็จะมีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายก็มีกระบวนการสลายไขมันออกไปได้อีกเช่นกัน โดยวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ในร่างกายของมนุษย์ มีกระบวนการและกลไกต่างๆ ที่ทำงานประสานกันได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะกระบวนการเปลี่ยนสารอาหารไปเป็นพลังงานในการใช้ชีวิตประจำวัน 

เมื่อใดก็ตามที่เรารับประทานอาหารมากกว่าที่ร่างกายต้องการ พลังงานที่เหลือจากการใช้เหล่านั้นก็จะเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันตามจุดต่างๆ ของร่างกาย 

แล้วเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า กระบวนการนี้มีการทำงานอย่างไร และมีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะช่วยเพิ่มการสลายไขมันให้กับร่างกายได้ดียิ่งขึ้น

ไขมันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ไขมัน เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น ให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยในการละลายและดูดซึมวิตามินบางตัว ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ป้องกันการกระทบกระเทือนต่ออวัยวะภายใน และสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย เป็นต้น 

จริงอยู่ที่ว่า ไขมันมีประโยชน์ถ้าหากได้รับในปริมาณที่พอดี แต่ถ้ามากเกินไปก็จะเป็นโทษ เกิดปัญหาสุขภาพตามมาหลายอย่าง ซึ่งมักเกิดจากไขมันสะสมในร่างกาย ที่มาจากการรับประทานอาหารเป็นหลักนั่นเอง 

หากอาหารที่รับประทานเข้าไป เป็นอาหารที่ให้พลังงานและมีไขมันสูงย่อมทำให้ระบบย่อยอาหารไม่สามารถย่อยได้ทั้งหมด ทำให้สารอาหารต่างๆ เช่น คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาล มีการเปลี่ยนรูปไปเป็นไขมันไปเกาะตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย 

โดยจุดที่มักจะมีการสะสมไขมันมากที่สุด คือ บริเวณช่องท้อง บริเวณใต้ผิวหนัง บริเวณใกล้เคียงกับอวัยวะภายใน หากมีปริมาณไขมันสะสมมากเกินไป

ในบางคนอาจถึงขั้นไปพอกบนอวัยวะภายในได้ เช่น ไขมันพอกตับ เป็นต้น และอาจจะพบได้ในกล้ามเนื้อบางส่วน 

ความสำคัญของกระบวนการสร้างไขมันในส่วนนี้ ก็เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานสำรอง ในกรณีที่ร่างกายไม่ได้รับพลังงานหลัก (คาร์โบไฮเดรต)หรือใช้พลังงานหลักหมดไปแล้ว เช่น การออกกำลังกายต่อเนื่องกันเป็นเวลามากกว่า 45 นาทีขึ้นไป 

แน่นอนว่าหากไม่ได้ทำกิจกรรมจนถึงขั้นต้องเอาพลังงานสำรองออกมาใช้ ก็เป็นอันมั่นใจได้ว่าไขมันเหล่านี้จะส่งผลให้เรากลายเป็นคน “อ้วน” ในอนาคต 

ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายจะส่งผลอะไรได้บ้าง

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า จุดสำคัญที่มักจะมีเกิดการสะสมของไขมัน มีด้วยกัน 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะส่งผลต่อร่างกายที่แตกต่างกันไป ดังนี้ 

1.   บริเวณช่องท้อง

การสะสมของไขมันในบริเวณนี้ ส่งผลให้เกิดภาวะ “อ้วนลงพุง” และอาจทำให้เกิดการเบียดบังอวัยวะภายในที่อยู่ในช่องท้องจนทำให้เกิดความผิดปกติตามมา ถ้าหากมีการสะสมไขมันในช่องท้องมาก อาจนำไปสู่การเป็นโรคร้ายหลายชนิด และการสลายไขมันในส่วนนี้ทำได้ยากที่สุด

2.   บริเวณใต้ผิวหนัง 

สามารถพบการสะสมไขมันในส่วนนี้ได้มากตาม ท้อง เอว สะโพก ต้นขาส่วนบนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เซลลูไลท์” การสลายไขมันในส่วนนี้สามารถทำได้ยากเช่นกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบกับในช่องท้อง ก็ถือว่าง่ายกว่าพอสมควร

3.   บริเวณกล้ามเนื้อ 

มักจะพบในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน หรือคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน และคนที่อ้วนมากๆ 

คนที่มีน้ำหนักมาก ค่า BMI สูง ควรหาโอกาสตรวจเบาหวานกับแพทย์เพื่อเช็กระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือด เพราะหากเป็นความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน จะทำให้กระทบต่อการใช้ชีวิตอื่นๆ อีกหลายด้านตามมาในภายหลัง เช่น โรคหัวใจ โรคไต 

4.   บริเวณใกล้เคียงกับอวัยวะภายใน

หากมีการสะสมของไขมันใกล้กับอวัยวะภายในมาก โอกาสที่ไขมันจะเคลื่อนไปพอกบนอวัยวะได้มากเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลทั้งในเรื่องของระบบไหลเวียนเลือด และการทำงานของอวัยวะนั้นๆ ที่ผิดไปจากเดิม

กระบวนการสลายไขมันในร่างกาย เกิดขึ้นได้อย่างไร?

กระบวนการที่ช่วยในการสลายไขมันของร่างกาย คือ กระบวนการ "เมตาบอลิซึม" ซึ่งทำหน้าที่ในการสลายอาหารที่รับประทานให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน และจะทำหน้าที่ในการเสริมสร้าง โดยนำอาหารที่เปลี่ยนเป็นพลังงานไปซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย 

นอกจากนี้ กระบวนการเมตาบอลิซึม ยังสามารถช่วยในการเผาผลาญพลังงาน หรือไขมันให้สลายออกจากร่างกายได้ การที่ร่างกายจะสลายไขมันได้มากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1. อาหารที่รับประทานเข้าไป 

ตามปกติแล้ว ร่างกายต้องการพลังงานจากอาหารอยู่ที่ 1,800-2,000 กิโลแคลอรี่ ถ้าหากได้รับพลังงานน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดการสลายไขมันได้ในปริมาณมาก เพราะเมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานหลักไปหมดแล้ว ก็จะดึงไขมันสะสมออกมาเผาผลาญต่อนั่นเอง แต่เมื่อไรก็ตามที่ได้รับพลังงานเกินกว่าความจำเป็นของร่างกาย ก็จะทำให้พลังงานเหล่านั้นสะสมอยู่ในรูปของไขมันต่อไป

2. การทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน 

เมื่อร่างกายมีการเคลื่อนไหว ก็จะต้องมีการดึงพลังงานที่สะสมไว้ออกมาใช้ ถ้าหากเคลื่อนไหวบ่อย หรือเคลื่อนไหวต่อเนื่องมากกว่า 30 นาที ก็จะยิ่งทำให้เกิดการดึงพลังงานออกมาใช้มากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น (กิจกรรมในเวลา 1 ชั่วโมง) โดยยิ่งใช้พลังงานต่อเนื่องนานเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันมาใช้มากขั้นเท่านั้น

  • ซักผ้าด้วยมือ เผาผลาญ 240 กิโลแคลอรี่
  • เดินช้อปปิ้ง เผาผลาญ 210 กิโลแคลอรี่
  • นั่งทำงาน เผาผลาญ 110 กิโลแคลอรี่
  • วิ่งเหยาะๆ เผาผลาญ 600 กิโลแคลอรี่
  • ขี่จักรยาน เผาผลาญ 450 กิโลแคลอรี่

3. อัตราการเผาผลาญของร่างกาย 

ในส่วนนี้จะเกี่ยวข้องกับมวลกล้ามเนื้อที่มีในร่างกายโดยตรง ในผู้ชายจะมีอัตราการเผาผลาญ (ในกรณีที่ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวใดๆ) มากกว่าผู้หญิง เพราะฉะนั้นหากมีการเพิ่มกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง ก็จะสามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญในส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้ ขณะเดียวกัน หากมวลกล้ามเนื้อเกิดสลายไปจากการลดน้ำหนักที่ผิดวิธี จะทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายลดน้อยลงด้วยเหตุผลเดียวกัน

สรุป  ไม่มีวิธีใดที่จะช่วยให้ร่างกายมีการสลายไขมันได้เท่ากับการควบคุมอาหารควบคู่กับออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าวิธีนี้ต้องใช้เวลานาน แต่ก็ส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวมากกว่า รวมถึงช่วยให้การสลายไขมันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ดูแพ็กเกจตรวจเบาหวาน เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @hdcoth หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...