โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

คำนวณ ดัชนีมวลกาย โรคอ้วน ได้สิทธิ์รับ วัคซีนโควิด ก่อน

อีจัน

อัพเดต 29 ม.ค. 2564 เวลา 09.47 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 09.18 น. • อีจัน
ต้องได้รับวัคซีนโควิด เป็น 1 ใน 4 กลุ่&…
ภาพ กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค

ต้องได้รับวัคซีนโควิด เป็น 1 ใน 4 กลุ่มแรกนั้น โดยผู้ที่เข้าข่ายอยู่ในโรคอ้วน ต้องรับวัคซีนก่อน คือผู้ที่มีดัชนีมวลกาย 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เนื่องจากในระยะที่ผ่านมา ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงในต่างประเทศ พบในผู้ที่เป็นโรคอ้วนมากขึ้น โดยธรรมชาติแล้วผู้ที่มีโรคอ้วนส่วนใหญ่ มักมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นจึงถือเป็นกลุ่มเสี่ยงด้วย
แต่หลายคน อาจยังมีความสงสัย เกี่ยวกับเรื่อง ดัชนีมวลกาย หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า BMI ว่าคืออะไร และจะสามารถคำนวณได้เองหรือไม่นั้น ทีมอีจัน จึงหาข้อมูลมาอธิบาย พร้อมยกตัวอย่างวิธีการคำนวณ ซึ่งไม่ยากอย่างที่หลายคนกังวล

ภาพ กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค

ดัชนีมวลกาย คือ น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูงยกกำลังสอง (เมตร)
ตัวอย่าง หากมีน้ำหนักตัว 65 กิโลกรัม ส่วนสูง 160 เซนติเมตร สามารถคำนวณหาดัชนีมวลกาย ได้จากสูตร ดังนี้ 65 ÷ (1.6 x 1.6) = 25.4 ดัชนีมวลกายจึงเท่ากับ 25.4
แต่ทั้งนี้ ดัชนีมวลกาย เป็นเครื่องมือที่วัดได้ เพียงเบื้องต้นเท่านั้น เเต่ข้อดี คือสามารถคำนวณได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะสูตรคำนวณค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน แต่หากต้องการอยากตรวจร่างกายแบบละเอียด การตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากส่วนประกอบในร่างกายมีความซับซ้อนมากกว่า อาทิ คนที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ อาจจะมีไขมันเยอะเเละกล้ามเนื้อน้อยเกินก็ได้
อ่านมาถึงตรงนี้ อีจัน เชื่อว่า ทุกคนคงสามารถคำนวณ หาดัชนีมวลกายกันได้เองแล้วนะคะ ทีนี้ ก็มาดูกันว่ามีใครในครอบครัว หรือ บุคคลใกล้ตัว ที่จัดว่าเป็น 1 ใน 4 กลุ่มเสี่ยงต้องรับวัคซีนโควิด ก่อนหรือไม่?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...