Smart Office & Smart Service โมเดลขับเคลื่อนเศรษฐกิจ "สภาอุตฯ"
คอลัมน์ แตกประเด็น โดย สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้จัดพิธีเปิดสำนักงานแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Smart Office & Smart Service” เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยได้รับเกียรติจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เอกอัครราชทูต ผู้บริหารจากทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้สนับสนุนจากหลายภาคส่วนให้เกียรติร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “สภาอุตสาหกรรมฯเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักของรัฐบาลและประเทศ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนการอยู่ดีมีสุขของประชาชน และอยากให้พื้นที่ 5,100 ตารางเมตรของสำนักงานใหม่แห่งนี้ทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น” นับเป็นเกียรติของพวกเราชาวสภาอุตสาหกรรมฯทำให้มีกำลังใจทำงานให้กับประเทศชาติต่อไป
ตลอดระยะเวลา 53 ปี ส.อ.ท.ได้ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการส่งเสริม สนับสนุน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบด้วย 45 กลุ่มอุตสาหกรรม, สภาอุตสาหกรรมจังหวัด 74 จังหวัด, 11 คลัสเตอร์ และมีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 11,000 ราย ปัจจุบันได้ย้ายจากสำนักงานเดิมมาทำการที่ชั้น 7, 8, 10 และ 11 ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ โดยออกแบบตามแนวคิด “Smart Office & Smart Service” ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยยกระดับการทำงาน
เช่น ระบบ face recognition การจดจำใบหน้าบุคคลเพื่อความปลอดภัยในการเข้าออกสำนักงาน, ระบบ digital & robotic process automation ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย และระบบ smart meeting room ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ห้องประชุมรวมทั้งปรับสภาพแวดล้อมตามแนวทางสำนักงานสีเขียว (green office) ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ การคัดแยกขยะและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว การจัดการทรัพยากรและพลังงาน และการจัดการสภาพแวดล้อมและความปลอดภัย
โดยได้รับการรับรอง green meetings (แนวทางการประชุมสีเขียวในองค์กร) จากองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) เมื่อปี 2562ที่ผ่านมา
ในวันนี้ ส.อ.ท.ได้ปรับกลยุทธ์องค์กรเพื่อมุ่งสู่การเป็น “service organization” หรือองค์กรที่ให้ความสำคัญในการบริการสมาชิกให้มากยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น 5 ด้าน
คือ 1) โครงการ F.T.I. Academy จัดการอบรมหลักสูตรใหม่ ๆ ร่วมกับภาคการศึกษาและผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อช่วยยกระดับศักยภาพบุคลากร (upskill & reskill) ตามความต้องการของผู้ประกอบการและมีกระทรวงการอุดมศึกษาฯให้การสนับสนุน
2) marketing การบริการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ สร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และเป็นศูนย์รวมข้อมูลด้านอุตสาหกรรมให้ผู้ประกอบการ โดยจะจัดตั้ง e-Commerce ให้สามารถนำสินค้ามาวางขายบน platform โดยเฉพาะสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นการผลักดันนโยบาย Made in Thailand ที่จะเชื่อมโยงกับระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะขอให้ภาคเอกชนเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อปรับปรุงระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้คล่องตัวมากขึ้น และสนับสนุนสินค้าไทยมากขึ้น
3) innovation ส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการด้านนวัตกรรมแก่ผู้ประกอบการและสมาชิก โดยการจัดตั้งกองทุนนวัตกรรม (innovation funds) ซึ่งมีภาคเอกชนเป็นผู้บริหารกองทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถใช้เงินจากกองทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะพัฒนาให้ธุรกิจ SMEs เข้มแข็งและแข่งขันได้
4) operation efficiency การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการธุรกิจสำหรับสมาชิก โดยเฉพาะเรื่องการสนับสนุนให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการให้ข้อมูลด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการพลังงาน โดยจะดำเนินการร่วมกับ บสย., SME Bank, EXIM Bank และธนาคารแห่งประเทศไทย
และ 5) environment บริการให้คำแนะนำและสร้างระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมให้กับโรงงานอุตสาหกรรม โดยการส่งเสริมให้ได้รับการรับรองมาตรฐานโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (ecofactory) และโรงงานสีเขียว (green factory) การรับรอง water footprint ของผลิตภัณฑ์ การจัดทำฐานข้อมูลสินค้า
และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ecoproducts) และร่วมเสนอแนวคิด Bio-Circular-Green Economy (BCG) ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อเป็นแกนกลางประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างความเข้มแข็งให้ภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน