โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุดเศร้า! หัวใจวายคร่าชีวิตนักข่าวหนุ่มระนองสังกัดเดลินิวส์

77kaoded

เผยแพร่ 15 ม.ค. 2563 เวลา 13.09 น. • 77 ข่าวเด็ด

สุดเศร้า! หัวใจวายคร่าชีวิตนักข่าวหนุ่มระนองสังกัดเดลินิวส์

ระนอง  -ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้เวลาประมาณ 12.00 น.ได้รับแจ้งจากนายไพโรจน์  รัตนรัตน์  ผู้สื่อข่าวพิเศษ ททบ.5 ประจำจังหวัดระนองว่าเกิดเหตุเพื่อนชายช็อคหมดสติอยู่ที่บ้านเลขที่  84/9  ม.2 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง โดยตนได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะรีบแจ้งขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์นเรนทร โรงพยาบาลระนอง ต่อมาประมาณ 5 นาที รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลระนอง มาถึงที่เกิดเหตุ จนท.ประจำรถได้เร่งรุดไปยังบ้านดังกล่าวเพื่อนำเพื่อนชายของตนซึ่งเป็นเจ้าของบ้านเกิดเหตุทราบชื่อนายภาณุพงษ์  มณีศรี  อายุ 44 ปี หรือ บอย

ซึ่งเกิดอาการช็อคหมดสติอยู่ภายในบ้าน รีบนำขึ้นรถไปส่งยังห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลระนองเพื่อปั๊มหัวใจและช่วยชีวิต แต่ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะฟื้นชีวิตนายภาณุพงศ์ให้กลับคืนมาได้ โดย  จนท.ให้ข้อมูลว่านายภาณุพงศ์น่าจะเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตทันทีตั้งแต่อยู่ในที่เกิดเหตุ  ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของนายไพโรจน์เพื่อนผู้เสียชีวิตและอยู่กับนายภาณุพงศ์ช่วงที่เกิดเหตุว่าช่วงสายๆ ตนได้รับการติดต่อจากนายภาณุพงศ์ว่าให้มารับที่บ้านจะไปทำข่าวที่ว่าการอำเภอเมืองในช่วงบ่ายโมง เนื่องรถของนายภาณุพงศ์เสียต้องซ่อมแซมทำให้ไม่มีรถ เมื่อตนออกจากบ้านก็มาจอดรถรอรับนายภาณุพงศ์ที่บ้าน

พบว่ายังไม่ถึงเวลานัดหมายการทำข่าวจะจอดรถลงไปนั่งคุยในบ้าน ซึ่งช่วงแรกสังเกตเห็นว่านายภาณุพงศ์มีอาการปกติเช่นทุกครั้ง ไม่ดูมีอะไรผิดปกติ แต่พอนายภาณุพงศ์นั่งลงที่โซฟาได้ชั่วครู่ ก็บอกว่าเจ็บหน้าออกแล้วค่อยๆนอนลงกับพื้น ตนตกใจเข้าไปจับตัวเขย่าและเรียกชื่อ พร้อมกับตบที่บริเวณใบหน้าเพื่อเรียกสตินายภาณุพงศ์ให้กลับคืนมาจากอาการช็อคหมดสติ แต่ปรากฏว่านิ่งเงียบ ตนได้สติจึงรีบโทร ไปยังศูนย์นเรนทรโรงพยาบาลระนองเพื่อขอความช่วยเหลือ               แต่ไม่ทันการณ์ปรากฏว่านายภาณุพงศ์เพื่อนรักเสียชีวิตแล้ว ตนเสียใจและเสียดายเพื่อนคนนี้มากเพราะเป็นคนทำงานข่าวของจังหวัดระนองมานาน และเป็นที่รักของคนทั่วไปเนื่องจากเป็นคนมีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น ไม่คิดว่าจะมาอายุสั้นเช่นนี้

ด้านชาวบ้านในจังหวัดระนองที่ทราบข่าวต่างร่วมแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

“ขอให้น้องบอยสู่ภพภูมิที่ดีเป็นหนึ่งในทีมที่ชวนมาทำข่าวจากการประสานงานของพี่สาธิต ศรีหฤทัย นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดชุมพร ที่ผ่านมาขอให้ทำข่าวน้องบอยไม่เคยพลาด15มค63(หัวใจวายเฉียบพลัน)”

ด้วยความอาลัยยิ่งจากพี่ถึงน้องน่ะวันนี้หลังจากกลับจากงานฌาปนกิจศพของคุณแม่ของพี่รังสินี รับทราบข่าวถึงกับตกใจมากว่า"พี่แมว พี่บอยเสียแล้ว" ก็นึกยุ้ว่าบอยไหน??

นั่งพิมพ์ข่าวแม้ประสบเหตุหล่นแขนหักเมื่อช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา

น้องบอกต่อ: พี่บอยนักข่าว ที่แฟนเค้ายุ้ รพ.กะเปอร์เท่านั้นแระ..ตกใจมากๆๆ และคิดอีกว่าใช่เหรอบอยอายุยังน้อย.แต่ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

ทำให้ต้องสูญเสียนักข่าวที่มีฝีมือดีของระนองไปอีก1คน.ขอบอกว่ามันเศร้ามาก มันเร็วไปมั้ยกับ

เหตุการณ์นี้ หลับให้สบายน่ะน้อง ..ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวเดลินิวส์ของจังหวัดระนอง..

นาม นายภาณุพงศ์ มณีศรี..น้องกับพี่เจอกันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกันและเจอในงานบ่อยมากๆ โดยเฉพาะงานสาสุข..โทรหาเมื่อไหร่จะได้ยินคำว่า.."ยินดีครับพี่ วันไหนกี่โมง ที่ไหนครับพี่แมว ขอรายละเอียดเนื้อหาด้วยครับผมได้เขียนข่าวพร้อมส่งภาพให้ครับ"…หากเจอหน้ากันก็จะทักว่า…."หาเวลาพักบ้างน่ะอย่าหักโหมงานมาก แล้ววันนี้น้องกินยายัง ต้องกินน้ะ ไม่กินไม่ได้"นี่คือเสียงที่คุย/เตือนกันตลอดเวลา และจะดุน้องทันทีเมื่อได้รับคำตอบว่า"ผมลืม ผมยังไม่ได้กินที"  น้องตั้งใจทำงานมาก เพราะเป็นงานที่น้องรักมาก ไม่ว่าจะเช้า จะดึกขนาดไหนก็ตาม

น้องคนนี้ก็ยังลุยงานตลอด..จนงานเสร็จโน่น ..เขียนข่าวส่งให้สำนักพิมพ์เดลินิวส์ได้ตีพิมพ์มีภาพข่าวของระนอง ส่งให้ช่องทีวีที่น้องสังกัดได้อย่างรวดเร็ว..ณ วันนี้ เวลานี้ น้องไม่อยู่แล้ว จากไปอย่างไม่มีวันกลับ.หลับให้สบายน่ะน้อง ขอให้น้องสู่สุคติ.และขอเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวมณีศรี#คนดีไม่มีวันตาย#นักข่าวเดลินิวส์

ทีมข่าว 77 ข่าวเด็ดขอร่วมแสดงความเสียใจ และไว้อาลัยต่อการจากไปของนกพิราบน้อย

 

 

 

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...