โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พระเจ้าตาก" ทรงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยการค้าสำเภาจีน กำไรมากถึงร้อยละร้อย!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 ก.ค. 2567 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 08.30 น.
จิตรกรรมพระราชวังเดิมกรุงธนบุรี ฝาผนังพระอุโบสถวัดอัมพวันเจติยาราม สมุทรสงคราม (สงวนลิขสิทธิ์ภาพ)

“การค้าสำเภา” ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นปัจจัยสำคัญที่ค้ำจุนเศรษฐกิจและสร้างความแข็งแกร่งแก่อาณาจักรมาโดยตลอด แม้กระทั่งเข้าสู่สมัยกรุงธนบุรียังคงใช้ “การค้าสำเภา” นี้อยู่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนการสร้างกรุงธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่หลังกรุงศรีอยุธยาแตก ซึ่ง “พระเจ้าตาก” ทรงทำ “การค้าสำเภา” จนได้กำไรถึงร้อยละร้อยเลยทีเดียว!

การค้าสำเภาของ “พระเจ้าตาก”

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือพระเจ้าตากทรงมีเชื้อสายจีน พระราชบิดาเป็นชาวจีนที่ประกอบอาชีพค้าขายมาก่อน จนตั้งตัวมีฐานะมั่นคง ประมูลเก็บอากรบ่อนเบี้ยจนได้เป็นถึง “ขุนพัฒน์” ดังนั้นพระเจ้าตากจึงทรงคุ้นเคยเรื่องการค้าขายเป็นอย่างดี

สอดคล้องกับพงศาวดารที่กล่าวถึงพระเจ้าตากว่า “เดิมชื่อจีนแจ้ง เป็นพ่อค้าเกวียนมีความชอบในแผ่นดิน ได้ไปเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอยู่ ณ เมืองตาก…” และ“ขณะนั้นยังมีบุตรจีนคลองสวนพลูคนหนึ่ง ขึ้นไปค้าขายอยู่ ณ เมือกตากหลายปี…”

ภายหลังจากกรุงศรีอยุธยาแตก พระเจ้าตากทรงรวบรวมกำลังกอบกู้บ้านเมืองสำเร็จ แต่การจะสร้างความแข็งแกร่งให้กรุงธนบุรีนั้นเป็นเรื่องยากลำบาก เพราะเวลานั้นต้องประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจหลายประการ ทว่าสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกรุงธนบุรีมั่นคงได้นั้นคือกำไรจากการค้าสำเภา

จากวิจัยเรื่อง “การค้าสำเภาของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น” ของ วราภรณ์ ทินานนท์ ระบุว่า เนื่องจากสภาพบ้านเมืองในระยะเวลานั้นทรุดโทรมในทุกด้าน และรายได้จากการเก็บภาษีอากรจากราษฎรก็ไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูบ้านเมือง ดังนั้นการแต่งเรือสำเภาไปค้าขายจึงเป็นทางนำรายได้เข้าสู่ประเทศ และในขณะเดียวกันก็เป็นรายได้ของบรรดาขุนนางและพ่อค้าเอกชนต่าง ๆ ด้วย

นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงกรุงธนบุรี สินค้าของราชสำนักจะที่นำไปค้าขายสำเภานั้นส่วนมากเป็นของป่าและแร่ธาตุ ซึ่งได้มาจาก “ส่วย” ที่ได้จากผลผลิตของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นในอัตราที่กำหนดไว้อย่างแน่นอนและสม่ำเสมอ หรือไม่แล้ว ราชสำนักก็จะเกณฑ์แรงงานไพร่ไปหาของป่าสำหรับนำมาค้าขาย

โคะอิสุมิ จุงโกะ ระบุข้อมูลในบทความ “การแผ่ขยายอำนาจของรัฐสยามในสมัยธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์” (อาทิตย์ เจียมรัตตัญญู แปล) ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ว่า โยฮัน เกอร์ฮาร์ด เคอนิก นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมันซึ่งเข้ามาเยือนสยามในปลายทศวรรษ1770 ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าสยามในขณะนั้น“อุดมด้วยสิ่งของนานาประเภทที่นำเข้าจากจีน” และว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงได้ผลประโยชน์มหาศาลจากการ“ซื้อสินค้านำเข้าที่ดีที่สุดในราคาที่ถูกมากและขายต่ออีกทอดหนึ่งให้พ่อค้าในเมืองด้วยกำไรร้อยละร้อย”

โคะอิสุมิ จุงโกะ อธิบายว่า การค้าที่สร้างกำไรร้อยละร้อยนี้อาจเป็นรายได้จากการค้าสำเภากับจีน ซึ่งถึงแม้ว่าราชสำนักจีนจะให้การยอมรับพระเจ้าตากเมื่อช่วงท้ายของรัชกาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการค้าสำเภาเกิดขึ้น โดยการค้าสำเภามีอยู่โดยตลอด ส่วนใหญ่ทำโดยสำเภาจีน และชาวจีน ทั้งที่อยู่ในจีนและในกรุงธนบุรี

นอกจากนี้ พระเจ้าตากทรงสนับสนุนชาวจีนที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการค้าสำเภาด้วย เช่น จีนมั่วเสง ได้รับพระกรุณาโปรดฯ เป็นหลวงอภัยพานิช นำสินค้าลงสำเภาไปขายที่จีนปีละ 15 ลำ และสำเภาส่วนตัวอีกปีละ 2 ลำ ซึ่งได้ผลกำไรปีละจำนวนมาก

นิธิ เอียวศรีวงศ์ ระบุในหนังสือ“การเมืองไทยสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี” ว่า“สิ่งที่ขาดหายไปในการค้าคือ การค้าในระบบบรรณาการ ซึ่งเป็นผลประโยชน์โดยตรงของรัฐบาลไทย เพราะเป็นโอกาสที่จะส่งสินค้าไปขายเมืองจีนโดยไม่ต้องเสียภาษี อีกทั้งยังอาจขอสิทธิในการซื้อสินค้าที่ต้องการกลับโดยไม่ต้องเสียภาษีออกอีกด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ในส่วนที่เป็นการค้าในระบบบรรณาการนี้ รัฐบาลของพระเจ้ากรุงธนบุรีก็ขาดรายได้ไปบ้าง”

โคะอิสุมิ จุงโกะ ยังอธิบายอีกว่า นอกจากนี้แทนที่จะเป็นส่วย ภาษีอากรต่างหากที่น่าจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอีกทางหนึ่งทั้งในรูปของเงินและวัตถุสิ่งของสำหรับกษัตริย์จะทรงใช้ในกิจการภายในหรือค้าขายกับต่างประเทศ ดีบุกซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญชนิดหนึ่งซึ่งผลิตในภาคใต้ โดยเฉพาะที่เกาะถลางหรือภูเก็ต เป็นภาษีชนิดหนึ่งที่สมเด็จพระเจ้าตากและกษัตริย์ต้นรัตนโกสินทร์ทรงได้รับในอัตรา1 ชั่งจากดีบุกทุกๆ1 ภารา

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวะศึกสงครามและปัญหาการควบคุมกำลังคนที่ต้องอาศัยไพร่ส่วยหรือไพร่หลวงเข้าป่าไปเก็บทำให้น่าจะได้ของป่ามาไม่มากเพียงพอ จำนวนสินค้าป่าที่นำเอาไปขายจึงไม่น่าจะมีมากนัก จึงอาจสงวนเอาไว้แลกเปลี่ยนกับสินค้าในตลาดอื่นซึ่งเป็นที่ต้องการด้วย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระเจ้าตาก” ทรงแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยการค้าสำเภาจีน กำไรมากถึงร้อยละร้อย!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...