โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ / จารึกทวารวดีวิภูติ : หรือว่าทวารวดีจะไม่ได้อยู่ที่นครปฐม?

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 ก.พ. 2563 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. 2563 เวลา 04.30 น.

เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ กรมศิลปากรได้เผยแพร่คำอ่านของจารึกค้นพบใหม่ จากวัดพระงาม จ.นครปฐม ซึ่งพบเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2562

และเรียกกันแบบลำลองในหมู่ผู้สนใจโบราณคดีว่า “จารึกทวารวดีวิภูติ” เพราะเมื่อพบจารึกหลักนี้ มีข่าวสารเผยแพร่เพียงแค่ว่ามีคำว่าทวารวดีวิภูติ อยู่ในจารึก

แน่นอนว่า จารึกหลักนี้ควรจะถูกสถาปนาขึ้นในวัฒนธรรมที่นักโบราณคดี และนักประวัติศาสตร์เรียกว่า “ทวารวดี” ที่เจริญอยู่ในที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย เมื่อราว พ.ศ.1000-1500 โดยเฉพาะเมื่อจารึกหลักนี้พบที่เมืองนครปฐม อันเป็นเมืองที่มักจะเชื่อกันว่า เป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมทวารวดี

แถมหลายท่านก็เชื่อว่า ทวารวดีเป็นชื่อเก่าของเมืองนครปฐมเสียด้วยซ้ำ

ดังนั้น การพบจารึกที่มีคำว่า “ทวารวดี” อยู่ที่นครปฐมก็น่าจะเป็นหลักฐานยืนยันชัดๆ กันเสียทีว่า ทวารวดีก็คือนครปฐมนี่แหละ

แต่จากการถอดความโดยคุณก่องแก้ว วีระประจักษ์ ผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณของกรมศิลปากร (ซึ่งหมายความด้วยว่า เป็นคำแปลจารึกหลักนี้ฉบับทางการ) นั้นได้ระบุเอาไว้ว่า

“(เมือง?) ทิมิริงคะ เป็นยานของพระลักษมี เป็นเมืองที่ไม่มีเมืองใดเทียบได้ เมืองนั้นก็คือเมืองหัสตินาปุระ และคือเมืองทวารวดีซึ่งยิ่งใหญ่เนื่องจากความเจริญรุ่งเรือง เหมือนกับเมืองของพระวิษณุ”

แปลง่ายๆ ได้ใจความว่า ในจารึกเขาเปรียบเทียบ (เมือง?) ทิมิริงคะ ว่ายิ่งใหญ่รุ่งเรืองเปรียบเทียบได้กับเมืองหัสตินาปุระ และเมืองทวารวดี และถ้านครปฐมคือทวารวดีแล้ว ผู้จารึกเขาจะเอาเมืองทวารวดีมาเป็นความเปรียบทำไมกัน? (และนี่ยังไม่นับว่า เมืองทิมิริงคะที่ว่านี้อยู่ที่ไหน? แล้วทำไมอยู่ๆ จารึกที่นครปฐมถึงต้องพูดถึงเมืองนี้ด้วย?)

 

อันที่จริงแล้ว ชื่อทวารวดีนั้น ยังเป็นแค่ข้อสันนิษฐานว่าจะมีเมือง, อาณาจักร, รัฐ หรืออะไรทำนองนี้อยู่ในภาคกลาง (และเลยเถิดไปถึงภาคอีสาน) ของไทยอยู่นะครับ

โดยคำว่าทวารวดี ถูกกล่าวถึงในโลกวิชาการเป็นครั้งแรกใน พ.ศ.2427 เมื่อซามูเอล บีล (Samuel Beal) ได้ถ่ายถอดบันทึกการเดินทางของพระภิกษุเสวียนจั้ง หรือพระถังซัมจั๋ง จากภาษาจีนโบราณออกเป็นภาษาอังกฤษ

โดยในบันทึกเก่าแก่ฉบับนี้ได้กล่าวถึงคำว่า “To-lo-po-ti” โดยบีลได้ระบุว่า ตรงกับคำว่า “ทวารวดี” ในภาษาสันสกฤต โดยเป็นชื่อของรัฐที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศพม่าและกัมพูชา

และต่อมาก็ได้รับการยอมรับจากนักวิชาการร่วมสมัยกับท่านอื่นๆ เช่น อีดูอาร์ด ชาวานเนส์ (Edouard Chavannes) ที่ระบุว่า “Tu-ho-po-ti” และ “Tu-ho-lo-po-ti” ในบันทึกของพระภิกษุอี้จิง ก็คือ “ทวารวดี” เช่นกัน

การที่ข้อเสนอของบีลว่า “To-lo-po-ti” ตรงกับ “ทวารวดี” จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะ “ทวารวดี” หรือที่หลายครั้งก็เรียกว่า “ทวารกา” นั้น เป็นชื่อเมืองของพระกฤษณะ อวตารของพระนารายณ์ ตามท้องเรื่องในมหาภารตะ อันเป็นหนึ่งในสองมหากาพย์สำคัญของอินเดีย

ดังนั้น ทวารวดีจึงเป็นชื่อเมืองศักดิ์สิทธิ์ ที่มั่งคั่ง วิจิตรงดงาม และเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเมืองของเทพเจ้าองค์สำคัญ ที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้สนใจศึกษาทางด้านนี้

(ควรสังเกตด้วยว่า จารึกทวารวดีวิภูติที่วัดพระงามนั้น กล่าวถึงชื่อเมือง “หัสตินาปุระ” ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของฝ่ายเการพ ที่เป็นผู้ร้ายในมหาภารตะ คู่กันกับเมือง “ทวารวดี” ที่ถือได้ว่าเข้ากับฝ่ายพระเอกคือปาณฑพ เพราะพระกฤษณะยอมมาเป็นสารถีให้อรชุนในการรบที่ทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของมหาภารตะในช่วงเวลาดังกล่าวของอุษาคเนย์อย่างชัดเจน)

พูดง่ายๆ ว่า การที่ภูมิภาคซึ่งรับเอาวัฒนธรรมความเชื่อ และศาสนามาจากอินเดียอย่างอุษาคเนย์ จะนำเอาชื่อ “ทวารวดี” มาตั้งเป็นชื่อเมืองหรืออาณาจักรนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการนำเอาชื่อ “อยุธยา” ซึ่งเป็นเมืองของพระรามในมหากาพย์รามายณะมาใช้นั่นแหละครับ

 

แต่แม้กระทั่งในอินเดียเองก็ตาม เมืองทวารวดีนั้นก็มีลักษณะเป็นเมืองในตำนาน ที่ไม่มีใครแน่ใจได้ว่า เคยมีเมืองแห่งนี้อยู่จริงหรือเปล่า?

โดยเชื่อกันว่า เมืองแห่งนี้ได้จมลงในทะเลไปเรียบร้อยแล้ว และนอกจากเรื่องราวจากเทพปกรณ์ในศาสนาแล้ว ก็ไม่มีหลักฐานอะไรที่จะยืนยันการมีอยู่ของเมืองแห่งนี้ได้เลยด้วยซ้ำ

ข้อเสนอของบีลได้ถูกขยายผลไปสู่ความพยายามที่จะค้นหาเมืองทวารวดีแห่งภูมิภาคอุษาคเนย์ ที่เชื่อกันว่าอยู่ระหว่างประเทศกัมพูชากับพม่า โดยสันนิษฐานกันว่า สัมพันธ์อยู่กับกลุ่มโบราณวัตถุสถาน ที่พบกระจายตัวอยู่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศไทยในปัจจุบัน

แต่คำอธิบายที่ทรงอิทธิพลที่สุดน่าจะมาจากศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ (Goerge Coedes) ที่ได้เสนอเอาไว้เมื่อ พ.ศ.2472 ว่า ทวารวดีเกี่ยวข้องอยู่กับกลุ่มโบราณวัตถุในพุทธศาสนา แบบที่ท่านเรียกว่า “ก่อนเขมร” ซึ่งพบที่ลพบุรี และนครปฐม

และดูเหมือนว่าก็เป็นเซเดส์นี่เองที่เริ่มเรียกทวารวดีว่าเป็นราชอาณาจักร (เซเดส์ใช้คำภาษาฝรั่งเศสว่า royaume) อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เช่นเดียวกับข้อสรุปของท่านที่ว่า ทวารวดีนั้นเป็นอาณาจักรของพวกมอญ เนื่องจากพบจารึกภาษามอญอยู่มาก

เซเดส์นั้นเคยรับราชการอยู่ในสยาม และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดอยู่กับ “พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย” อย่างสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นับสิบปี แถมยังได้ช่วยลำดับยุคสมัยของประวัติศาสตร์ไทย ที่เริ่มต้นจากสมัยทวารวดีนี่แหละครับ แล้วค่อยไล่เรียงมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับทวารวดีของเซเดส์จึงมีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งในวิชาประวัติศาสตร์ของไทย

 

จุดสุดยอดของกระบวนการสร้าง “อาณาจักรทวารวดี” ขึ้นในประวัติศาสตร์ไทยนั้น เกิดขึ้นจากการพบเหรียญเงินสองเหรียญ ในโถขนาดเล็ก ที่ได้จากการลักขุดบริเวณซากเจดีย์โบราณแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของวัดพระประโทณฯ จ.นครปฐม ราว 1 กิโลเมตร เมื่อ พ.ศ.2486

ในเหรียญเงินทั้งสองดังกล่าว มีจารึกประดับอยู่ด้วย ซึ่งเซเดส์ได้ถ่ายทอดและแปลความออกมาเมื่อ พ.ศ.2506 ว่า “ศรีทวารวตีศวรปุณยะ” หรือ “บุญกุศลของพระราชาแห่งศรีทวารวดี”

ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะเป็นหลักฐานสนับสนุนแนวคิดของเซเดส์ว่า มีอาณาจักรทวารวดีอยู่ที่นครปฐม

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ยังไม่ได้พิจารณาถึงว่าชื่อทวารวดีก็ปรากฏอยู่ในหลักฐานอื่นๆ ของภูมิภาคด้วย เช่น จารึกจากวัดจันทึก อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่กล่าวถึงการที่พระเทวีของเจ้าแห่งทวารวดี ทรงบัญชาให้พระธิดาสร้างพระพุทธรูป, ข้อความในตำนานอุรังคธาตุที่ระบุว่าชื่อเดิมชื่อหนึ่งของเมืองร้อยเอ็ด คือทวารวดี หรือชื่อเมืองทวารวดีในจารึกทวารกไดของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ระบุศักราชตรงกับ พ.ศ.1496 พบในเขต จ.สตึง ประเทศกัมพูชา ที่ระบุถึงชื่อเมืองทวารวดี โดยเซเดส์เคยให้ความเห็นไว้ว่า เป็นชื่อเมืองทวารกได (สถานที่พบจารึก ซึ่งเซเดส์ว่าเพี้ยนมาจากคำว่าทวารวดี) ในเขต จ.สตึง ไม่ได้หมายถึงทวารวดีในประเทศไทย เป็นต้น

เป็นไปได้หรือไม่ว่า “บุญกุศลของพระราชาแห่งศรีทวารวดี” ในจารึกบนเหรียญเงินนั้น จะไม่ได้ชี้เฉพาะลงไปว่าคือพระราชาพระองค์ใดเป็นการเฉพาะ ในเมื่อตัวจารึกเองก็ไม่ได้ระบุเอาไว้

แถมทวารวดีในจารึกก็ไม่รู้ว่าหมายถึงทวารวดีในอินเดีย เขมร ปากช่อง หรือร้อยเอ็ด ไม่จำเป็นว่าต้องหมายถึงสถานที่พบคือนครปฐม โดยเฉพาะเมื่อทวารวดีเป็นชื่อเมืองศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่รู้ว่ามีจริงหรือเปล่า มาตั้งแต่ในอินเดียแล้วด้วยซ้ำนะครับ

ประกอบกับอาณาจักรทวารวดีในประเทศไทยก็ได้ชื่อมาจาก “To-lo-po-ti” และคำว่า “ทวารวดี” บนเหรียญเงินเท่านั้น

และยิ่งเมื่อมีการพบจารึก “ทวารวดีวิภูติ” ที่กล่าวถึงทวารวดีในฐานะความเปรียบ เพื่ออ้างถึงความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองของเมือง จากวัดพระงามแล้ว ก็ยิ่งชวนให้สงสัยใจยิ่งขึ้นว่า นครปฐมจะเคยเป็นเมืองที่มีชื่อว่าทวารวดี จริงๆ หรือ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...