“กอง BMAP”…จากโมเดลลูกค้า HNW…สู่มือ ‘นักลงทุนรายย่อย’!!!
อย่าเสียเวลาลงทุนแบบแทงหวย หวังจะเลือกถูกแล้วรวยในไม้เดียว การกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์เป็นทางเลือกที่ดีกว่า
ถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งนักลงทุนที่ซื้อได้ แต่ขายไม่เป็น หรือมีงานประจำต้องทุ่มเทเวลาให้กับงานหลัก ไยไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ‘ผู้จัดการกองทุน’ ที่มีอาชีพการลงทุนโดยตรง
วันนี้ไม่อยากปวดหัวว่าจะนั่งผสมสินทรัพย์การลงทุนเองยังไง ทาง “บลจ.บัวหลวง” มีโมเดลการลงทุนที่ใช้กับ ‘ลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth : HNW)’ มาให้นักลงทุนทั่วไปได้มีโอกาสลงทุนด้วยเช่นกัน
กับ “กองBMAPS” ที่มีโมเดลการลงทุนเบื้องหลัง ไม่แตกต่างกันแต่ประการใด
วันนี้ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“กอง BMAPS” โมเดลการลงทุนจากลูกค้า HNW…สู่ ‘นักลงทุนทั่วไป’
“พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบลจ.บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) บอกว่า บริษัทได้นำโมเดลการลงทุนที่ให้บริการลูกค้า HNW มานำเสนอให้กับนักลงทุนทั่วไปได้ลงทุนกัน ผ่าน‘กอง BMAPS’ ทั้งหมด 3 กองทุน ซึ่งจดทะเบียนเป็นกองทุนผสมในลักษณะกองทุนหน่วยลงทุน (Fund of Funds) ที่มีการจัดสรรในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลก (Asset Allocation) ให้นักลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และตามความคาดหวังของผลตอบแทนการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางการเงิน โดยจะลงทุนผ่าน ‘กองทุนรวม’ ภายใต้การบริหารของบลจ.บัวหลวงทั้งหมด ในลักษณะที่เรียกว่า ‘Cross Investing’
อย่างไรก็ตาม ‘กอง BMAPS’ จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อขายซ้ำซ้อนแต่ประการใด โดยจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อปกติ 0.5% (แต่ในช่วง IPO 7-14 ต.ค. 20 ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้) โดยกองทุนปลายทางที่เข้าไปลงทุนจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการซื้อ/ค่าธรรมเนียมการขายแต่ประการใด
พีรพงศ์ จิระเสวีจินดา
สำหรับ ‘กอง BMAPS’ ทั้ง 3 กองทุน ประกอบด้วย
-กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 25 (BMAPS25)
-กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 55 (BMAPS55)
-กองทุนเปิดบัวหลวงบีแมพส์ 100 (BMAPS100)
“โดยทั้ง 3 กองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไวเฉลี่ยในรอบปีบัญชี 25%, 55% และ 100% ตามลำดับ ซึ่งจะมีความเสี่ยงและผลตอบแทนคาดหวังแตกต่างกันไป โดยจะเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 7-14 ต.ค. 20 ในราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท มูลค่าการซื้อขั้นต่ำ 500 บาท เท่านั้น”
นักลงทุนมักสอบถามเข้ามาว่า ซื้อกองทุนไหนดี ขายกองทุนช่วงไหน หรือไม่รู้จะเลือกกองทุนไหน บริษัทจึงเปิดตัว ‘กอง BMAPS’ เป็นมิตรแท้ตลอดเส้นทางลงทุน ทำหน้าที่เหมือนผู้นำทาง (Navigator) ช่วยจัดสรรสินทรัพย์ให้ พร้อมจัดตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญมาดูแลพิจารณาโอกาสและความเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้ผู้ลงทุนที่มีวัตถุประสงค์และความคาดหวังจากการลงทุนแตกต่างกัน เลือกลงทุนง่ายๆ ผ่านกองทุนต่างๆ ที่จัดสัดส่วนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
สำหรับแนวทางการจัดพอร์ตของ ‘กอง BMAPS’ ทั้ง 3 กองทุน มีดังนี้
- BMAPS25 จะลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 25% ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์สินทางเลือก เช่น กองทุนทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และตราสารหนี้ เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อย
- BMAPS55จะลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 55% ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์สินทางเลือก เช่น กองทุนทองคำ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และตราสารหนี้ เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง
- BMAPS100จะลงทุนในตราสารทุนได้ถึง 100% เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง
จัดพอร์ตการลงทุน…ตาม ‘ระดับความเสี่ยง’ ให้ลูกค้าเลือกอย่างเหมาะสม
“สันติ ธนะนิรันดร์” ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนบลจ.บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) อธิบายเพิ่มเติมว่า ในกระบวนการลงทุนของ ‘กอง BMAPS’ จะมีทีมงานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะดูแล ประกอบด้วย ผู้จัดการกองทุน BMAPS ที่ประมวลผลการตัดสินใจการลงทุนตามปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ข้อมูลจากผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ ข้อมูลวิเคราะห์จากทีมวิจัย และมีคณะอนุกรรมการการจัดสรรทรัพย์สิน (Asset Allocation Sub Committee) ทำหน้าที่ให้มุมมองการลงทุนในแต่ละทรัพย์สิน ในทุกภูมิภาคทั่วโลก เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้จัดการกองทุน BMAPS ลงทุนในแต่ละกองทุน ให้เป็นไปตามความเสี่ยงที่ลูกค้ายอมรับได้
สันติ ธนะนิรันดร์
“ส่วนเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ของ ‘กอง BMAPS’ จะเป็นดัชนีตามประเภทหลักทรัพย์ที่จะลงทุนจริง ตามนโยบายการลงทุนของทั้ง 3 กองทุน โดยการจัดสรรเงินลงทุนจะวางทั้งในระยะยาวและระยะสั้น มีการทบทวนพอร์ตการลงทุนทุกเดือน ด้วยทีมงานการลงทุนที่มีคุณภาพ”
“พีร์ ยงวณิชย์”รองกรรมการผู้จัดการ Head of Risk Management บลจ.บัวหลวง จำกัด (กองทุนบัวหลวง) บอกว่า บริษัทเห็นความสำคัญเรื่องการบริหารความเสี่ยง และดูแลการลงทุนเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ลงทุนไว้วางใจได้ว่า เมื่อลงทุนกับ ‘กอง BMAPS’ แล้ว ก็เหมือนมีผู้ช่วยคอยดูแลพอร์ตการลงทุนให้อย่างสม่ำเสมอ ทีมงานความเสี่ยงทำหน้าที่ให้ข้อมูล และเน้นย้ำให้ผู้จัดการกองทุนตระหนักถึง ความผันผวนที่ผ่านมาในอดีต รวมถึงการคาดการณ์ความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า เพื่อให้ผู้จัดการกองทุนได้ใช้ข้อมูลในการปรับการลงทุน ให้อยู่ในระดับความผันผวนและความเสี่ยงตามกรอบที่วางไว้
พีร์ ยงวณิชย์
แนะ “Stay Invested”…จังหวะทยอยเก็บหุ้น ‘ธนาคารพาณิชย์/ท่องเที่ยว/โรงพยาบาล’
สำหรับมุมมองการลงทุนนั้น พีรพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงทุนในยุคนี้เผชิญความท้าทายมากขึ้น จากปัจจัยแวดล้อม ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ตลาดมีโอกาสผันผวนได้มากกว่าในอดีต โดยในส่วนของเศรษฐกิจน่าจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้วตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 หลังจากนี้ก็อยู่ในช่วงการฟื้นตัวต่อเนื่อง หากในปี 2564 เริ่มมีวัคซีนโควิด-19 ใช้ในวงกว้าง ก็จะเป็นผลดีทำให้สามารถเปิดประเทศได้เต็มรูปแบบ นักท่องเที่ยวต่างชาติทยอยกลับมาเดินทางได้ตามปกติใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งตลาดการลงทุนก็จะซื้อขายบนความคาดหวังในปัจจัยเหล่านี้
“ไม่ว่าภาวะตลาดจะเป็นอย่างไร ผู้ลงทุนก็ควรจะ ‘ลงทุนอย่างต่อเนื่อง (Stay Invested)’ เพื่อสร้างความมั่งคั่งทางการเงิน โดยจำเป็นต้องลงทุนในระยะยาว จึงจะเห็นดอกผลอย่างชัดเจน และอย่าไปหวั่นไหวกับความผันผวนรายวันของตลาดหุ้น เพราะในช่วงที่ตลาดปรับตัวลงมาก นักลงทุนอาจจะตัดสินใจบนอารมณ์ มากกว่าเหตุผล ทำให้อาจเกิดความผิดพลาดได้ หรือในกรณีที่ไม่มีเวลาติดตามตลาด การลงทุนกับกองทุน BMAPS จะช่วยตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนได้ โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแล”
ช่วงไตรมาส4/20 เป็นจังหวะดีที่นักลงทุนเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มโรงพยาบาล เพิ่ม เพื่อรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงปี2021 จากการมีวัคซีนรักษาไวรัส COVID-19 และการเปิดประเทศ ทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวสามารถสะท้อนการฟื้นตัวสูงถึง 20-30% ขณะที่เงินลงทุนต่างชาติมีโอกาสกลับมาในช่วงปี2021 ค่อนข้างมาก หากประเทศไทยกลับมาเปิดประเทศแบบและปลอดภัย
"ช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนควรเก็บหุ้นกลุ่มแบงก์ ท่องเที่ยว โรงพยาบาล อย่างหุ้นกลุ่มแบงก์สามารถจ่ายเงินปันผลได้ตามปกติ ราคาหุ้นแบงก์จะกับมาสะท้อนทันที รวมถึงหุ้นกลุ่มเที่ยวกับท่องเที่ยวและโรงพยาบาล ส่วนดัชนีหุ้นไทยปี20 มองว่าจะ ‘ทรงตัว’ แม้ว่ามีกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) จะมีเข้ามามากขึ้นก็ตาม แต่กองทุนดังกล่าวมีการลงทุนในต่างประเทศหลายกองทุน ขณะที่นักลงทุนหันมากระจายความเสี่ยงไปยังต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ดัชนีหุ้นไทยปีนี้ยังทรงตัว"
สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการปวดหัวว่าตอนนี้จะจัดสรรเงินลงทุนยังไง จะซื้อหรือขายดี กลุ่ม ‘กองทุนผสม’ น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ‘กอง BMAPS’ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าจะเติมเต็มพอร์ตการลงทุนให้คุณได้อยู่บ้างไม่มากก็น้อย