โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบจบที่เดียว! มัดรวม 16 "ข่าวเด็ด" แห่งปี 2563

LINE TODAY

เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2563 เวลา 04.41 น.

ปี 2563 กำลังจากเราไปแล้ว

และไม่เพียงคนไทย แต่ทั่วโลกต่างมองว่าปีนี้เป็นปีที่หนักหนาสาหัส เพราะมีเจ้า “โควิด19” ตัวดีที่ทำให้ชีวิตของทุกคนยากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่ประเทศไทยเองก็เดินทางผ่านเหตุการณ์สำคัญมากมาย ทั้งในทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นปีที่พลิกประวัติศาสตร์และเปลี่ยนประเทศไปอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

LINE TODAY ขอรวบรวมข่าวสารและเหตุการณ์บ้านเมืองที่เปรียบดังหมุดหมายสำคัญประจำปี เป็นเหตุการณ์เด่น ๆ ที่เรายกให้เป็นประเด็นดังของพ.ศ. 2563 ให้ทุกคนได้ย้อนนึกและประเมินเรื่องราวที่ผ่านมา ก่อนเดินทางเข้าสู่ปีหน้าฟ้าใหม่ไปด้วยกันกับเรา ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกัน!

191 ล้านบาทเป็นเหตุ “พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ”

สรุปคดีพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ไทม์ไลน์เริ่มจาก ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ อดีตหัวหน้าพรรค ปล่อยเงินกู้จำนวนกว่า 191 ล้านบาทให้พรรค เมื่อช่วงต้นปี 2562 จนกระทั่ง ‘ศรีสุวรรณ จรรยา’ ร้องให้กกต. ตรวจสอบว่าการกระทำนี้เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ กลายเป็นการสืบสวนสอบสวนกันอย่างยาวนานกว่าครึ่งปี ฝ่ายธนาธรก็ยืนยันว่าเงินกู้นั้นไม่ใช่รายได้ และได้ชี้แจงต่อกกต.เรียบร้อยแล้ว ท้ายที่สุดกกต.ก็ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ และศาลตัดสินว่ามีความผิด เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ปิดฉากพรรคอนาคตใหม่ลงทันที

“#Saveวันเฉลิม” ชะตากรรมผู้ลี้ภัยทางการเมืองถูกอุ้มหาย

เกิดขึ้นเมื่อผู้ลี้ภัยทางการเมือง ‘วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์’ ถูกอุ้มหายอย่างปริศนาในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ชาวทวิตเตอร์ออกมาติด #saveวันเฉลิม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการหายตัวไปของวันเฉลิมในฐานะประชาชนไทยคนหนึ่ง นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญทางโลกโซเชียลในช่วงปีที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา พี่สาวของวันเฉลิมได้มอบข้อมูล เอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ต่อศาลพนมเปญ หวังเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกัมพูชา เพื่อให้สามารถติดตามคดีนี้และจับกุมผู้กระทำความผิดมารับโทษได้อย่างยุติธรรมต่อไป

รัฐบาลแจกกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ ขนนโยบายหวังกระตุ้นเศรษฐกิจ

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,เราเที่ยวด้วยกัน,คนละครึ่ง โครงการเด่น ๆ ที่รัฐบาลจัดให้ประชาชนไทยในรอบปีนี้ หวังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของชาวไทยท่ามกลางวิกฤติโรคโควิด-19 ตั้งแต่เพิ่มวงเงินบัตรคนจน ต่ออายุบัตรในปีหน้า รวมถึงกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศด้วยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และส่งท้ายปีด้วยโครงการคนละครึ่ง กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยให้แก่ร้านค้ารายย่อย ส่วนในปี 2564 จะมีนโยบายอะไรออกมาให้ประชาชนได้ใช้บริการกันอีกหรือไม่นั้น ต้องติดตามตอนต่อไป

“บอส อยู่วิทยา” คดีสะเทือนวงการยุติธรรมไทย

เป็นอีกคดีที่ถูกตั้งคำถามว่า ‘คุกมีไว้ขังคนจน’ จริงหรือไม่ เมื่อลูกชายแห่งตระกูลเครื่องดื่มชูกำลังของไทย ขับรถยนต์ชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 ดูเหมือนเป็นคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต แต่ระหว่างการทำคดีมีความผิดปกติเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่ให้คนอื่นมารับผิดแทน, ตำรวจไม่ตั้งข้อหายาเสพติดและเมาแล้วขับ รวมถึงความเร็วรถที่ผิดเพี้ยนจากความจริงไปมาก จนกระทั่งมีการรื้อคดีมาตรวจสอบใหม่ และเอาผิดต่อตำรวจที่ทำคดีบางส่วน รวมถึงมีการออกหมายจับระหว่างประเทศ แต่ก็ยังไร้วี่แววว่าจะสามารถจับกุมตัวบอส อยู่วิทยาได้ กลายเป็นข้อกังขาและวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก

จากแฟลชม็อบสู่ม็อบ “คณะราษฎร” การเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์การเมืองไทยไปตลอดกาล

อีกหนึ่งข่าวสุดร้อนแรงที่สุดในรอบปี คงหนีไม่พ้นการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่เริ่มก่อตัวความเดือดจากคดียุบ "พรรคอนาคตใหม่" ราวเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนพักความร้อนแรงจากสถานการณ์โควิด 19 แต่ก็กลับมาเข้มข้นกันยาว ๆ และมีจำนวนมากขึ้น โดยมีคดี #Saveวันเฉลิม และคดีบอส อยู่วิทยา ที่เปรียบเสมือนเชื้อไฟที่ทำให้ม็อบยิ่งขยายตัว มีแฟลชม็อบเกิดขึ้นทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและแสดงความไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมเรียกร้องให้ลาออก ซึ่งในภายหลังก็มีทั้งฝ่าย "คณะราษฎร" และ "นักเรียนเลว" ที่เน้นเป็นกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังมีข้อเรียกร้องให้ "ปฏิรูปสถาบัน" ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นในการเมืองไทยมาก่อน ทำให้มี "กลุ่มไทยภักดี" เกิดขึ้นตามมา เพื่อแสดงเจตนาในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์

การเคลื่อนไหวทางการเมืองยังไม่ปรากฏบทสรุป ล่าสุดกลุ่มราษฎรออกมาประกาศพักม็อบก่อนกลับมาอีกครั้งในปี 2564 ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาก็ยังไม่มีวี่แววจะโบกมือลาตำแหน่งในเร็วว้น

โควิด-19 โรคระบาดที่เปลี่ยนโลกให้เข้าสู่ยุค “นิวนอร์มอล"

เพิ่งมีอายุครบรอบ 1 ขวบปีไปหมาด ๆ สำหรับ โควิด-19 โรคระบาดตัวร้ายที่เปลี่ยนชีวิต "ปกติ" ของมนุษย์โลกไปโดยสิ้นเชิง

เริ่มต้นที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โควิดเกิดที่ตลาดสด ก่อนลุกลามระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็วเกินรับมือ ปี 2020 ทั้งปีกลายเป็นปีที่การเมืองทั่วโลกรวมถึงภาคธุรกิจ การศึกษา สังคม การแพทย์ ต้องปรับตัวเพื่อป้องกันการระบาด ทั้งการ Social DIastancing การต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา การอยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ การกักตัวเมื่อไปสถานที่เสี่ยง กิจกรรมที่เคยทำถูกยกเลิก ทั้งการท่องเที่ยว งานรื่นเริง รวมถึงการออกไปกินข้าวนอกบ้านก็กลายเป็นเรื่องไกลตัว

ล่าสุดสถานการณ์โควิด-19 ในไทยกลับมาย่ำแย่ หลังตรวจพบแรงงานต่างชาติที่จังหวัดสมุทรสาครติดเชื้อกว่า 548 คนเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา และยอดเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ คนไทยคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่ารัฐบาลจะออกมาตรการอะไรตามมา และประชาชนอย่างเราต้องรับมืออย่างไร

“ฌอน บูรณะหิรัญ” ดราม่าเงินบริจาคของไลฟ์โค้ชคนดัง

ดราม่าไลฟ์โค้ชเลื่องชื่อ "ฌอน บูรณะหิรัญ" ไลฟ์โค้ชผู้โด่งดังจากการประกอบอาชีพเป็นนักพูดเชิงให้แรงบันดาลใจ แบ่งปันเคล็ดลับธุรกิจ รวมถึงเป็นนักเขียนที่มีผู้ติดตามในโลกออนไลน์กว่า 2 ล้านคน ดรามาเกิดขึ้นเมื่อฌอนพบกับ "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" ที่โครงการปลูกต้นไม้ที่จ.เชียงใหม่ ก่อนแสดงความคิดเห็นว่าอย่าเพิ่งชื่อสิ่งที่เห็นในสื่อ เพราะตัวจริงของพล.อ.ประวิตรนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ซึ่งเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ต ส่งผลให้เกิดมหกรรมการ "ขุด" ประวัติของไลฟ์โค้ชคนดังกล่าว มีทั้งการเผาและประกาศขายหนังสือของเจ้าตัว ตามด้วยประเด็น "เงินบริจาค" ไฟป่า ที่ทีมอาสาร่วมดับไฟมีข้อสงสัยกรณีที่ฌอนเปิดรับบริจาคไฟป่าที่เชียงใหม่ แต่ทางทีมไม่เคยได้รับสิ่งของจากฌอนเลย แม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงประเด็นพร้อมโชว์หลักฐานความบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่อาจกู้ชื่อเสียงกลับมาได้ ปัจจุบันยอดผู้ติดตามเพจ "ฌอน บูรณะหิรัญ" เริ่มลดลงเรื่อย ๆ และล่าสุดฌอนก็ประกาศงดการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียไปเป็นที่เรียบร้อย

“กราดยิงโคราช” 17 ชั่วโมงที่ยาวนานเหมือนชั่วชีวิต

เป็นเรื่องร้อนรับต้นปีที่ผ่านมา สำหรับเหตุการณ์กราดยิงที่โคราช เริ่มต้นเกิดเหตุทหารคลุ้มคลั่งก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาพร้อมแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ที่นครราชสีมา จากนั้นได้ขับรถไปยังคลังอาวุธภายในค่ายทหาร ก่อนขับฮัมวี่พร้อมอาวุธสงครามจำนวนมากหลบหนีเข้าตัวเมือง ระหว่างทางคนร้ายได้ใช้อาวุธที่ขนมากราดยิงชาวบ้านที่สัญจรไปมาและตำรวจที่เข้าระงับเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองสนธิกำลังปิดล้อมห้างเทอร์มินอล 21 ที่ผู้ก่อเหตุซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานกว่า 17 ชั่วโมง โดยมีประชาชนจำนวนมากติดอยู่ในห้างด้วย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญฆาตกรรมแล้วเมื่อเวลาประมาณ 9.00 น.วันที่ 9 ก.พ. นายกฯ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บและฟังรายงานสรุปเหตุการณ์ โดยมียืนยันผู้เสียชีวิตทั้งหมด 27 ราย บาดเจ็บ 57 ราย ถือว่าเป็นเรื่องราวสะเทือนใจครั้งใหญ่ของคนไทยในปีนี้อีกหนึ่งข่าว

"คดีน้องชมพู่" การตายปริศนาที่ไขหาคำตอบไม่ได้

การเสียชีวิตของเด็กหญิงวัย 3 ขวบที่บ้านกกกอก ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร ที่หายตัวไปจากบ้านเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 จากการตามหาของชาวบ้านและตำรวจในท้องที่เป็นเวลา 3 วันพบว่าน้องชมพู่ได้เสียชีวิตในสภาพเปลือยเปล่า และพบศพอยู่บนภูเหล็กไฟ เขาสูงที่มีระยะทางมากกว่า 1 กิโลเมตร การสืบสวนเพื่อตามหาตัวคนร้ายจึงเกิดขึ้นเพราะไม่มีใครเชื่อว่าเด็กอายุ 3 ขวบจะพาตนเองไปเจอกับความตายในเงื่อนไขนี้ได้ แต่เวลาผ่านไป 5 เดือนและหลังจากการสอบพยานบุคคลกว่า 384 ปาก คำตอบของคดียังคงคลุมเครือ และถึงแม้ว่าตำรวจจะฟันธงว่าเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง ก็ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ สิ่งเดียวที่เกิดขึ้นจากคดีนี้คือการพลิกบทบาทจากผู้ต้องหาสู่สเตตัสคนดังของ 'ลุงพลและป้าแต๋น' ญาติของน้องชมพู่ที่เคยตกเป็นผู้ต้องสงสัย

“เหตุระเบิดเลบานอน” อุบัติเหตุจากการระเบิดครั้งใหญ่ในยุคนี้

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม เวลาประมาณ 4 ทุ่มประเทศไทย เกิดเหตุระเบิดบริเวณคลังสินค้า ท่าเรือในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน จำนวน 2 ครั้งซ้อน แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 15 นาที เป็นการระเบิดที่ใหญ่พอจะทำให้บ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหาย โดยการระเบิดเกิดขึ้นหลังเพลิงไหม้โกดังดอกไม้ไฟใกล้ท่าเรือ ทำให้เกิดควันสีแดงพวยพุ่งเป็นดอกเห็ดขนาดใหญ่ ส่งผลให้มีบาดเจ็บอย่างเป็นทางการกว่า 3,000 คน ผู้เสียชีวิต 78 ราย เป็นเหตุการณ์ระเบิดสะเทือนขวัญคนทั้งโลก และทำให้หลายประเทศหันกลับมาใส่ใจมาตรการกักเก็บสารเคมีมากขึ้น

จับ "ยาเค" ล็อตใหญ่สุดในประเทศไทย สุดท้ายกลายเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต!

คดียาเสพติดที่ใหญ่โตและฮือฮาที่สุดในรอบปี เมื่อป.ป.ส. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด) บุกจับ "ยาเค" ล็อตใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีจำนวนกว่า 11.5 ตัน มูลค่า 28,750 ล้านบาท โดยได้รับข้อมูลจากทางการไต้หวันว่ามีการลักลอบส่งออกเคตามีน 300 กิโลกรัมไปยังไต้หวัน ซึ่งสืบสวนพบโกดังต้นทางอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พอเข้าตรวจค้นจึงพบเคตามีนน้ำหนัก 11,500 กิโลกรัม ถือเป็นจำนวนมากที่สุดที่เคยจับมาในประเทศไทย แต่คดีกลับพลิกล็อก เมื่อ 12 วันหลังจับกุม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ออกมายอมรับความผิดพลาดว่า "ขาดความรู้ทางวิชาการ" ก่อนยืนยันว่าการสุ่มตรวจทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็น "สารไตรโซเดียมฟอสเฟต" ไม่ใช่ยาเคอย่างที่เข้าใจ

“ครูจุ๋มใจร้าย” จากครูใจร้ายสู่การตั้งคำถามสวัสดิภาพเด็กโรงเรียนเอกชน

เหตุการณ์เริ่มโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปภาพของครูห้องเด็กอนุบาลโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำร้ายลูกศิษย์ ทั้งจิกผม ผลักจนล้ม จนเด็กหวาดผวา และแสดงอาการไม่อยากไปโรงเรียนให้ผู้ปกครองได้เห็น จึงได้รวมตัวกันเพื่อถามหาความรับผิดชอบ ทางฝ่ายผู้บริหารของโรงเรียนได้ยืนยันว่า จะดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนที่ กลุ่มผู้ปกครอง จะนำหลักฐานไปแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด ให้ดำเนินคดีกับครูจุ๋ม โดยมีผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความรวมเป็น 7 ราย ด้าน ผู้บริหารโรงเรียนได้ออกหนังสือชี้แจงไปยังศึกษาธิการเรื่องการลงโทษนักเรียนที่ไม่เหมาะสม โดยโรงเรียนขอแสดงความเสียใจต่อนักเรียนและผู้ปกครอง และขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมมีคำสั่งให้ พ้นสภาพของการเป็นบุคลากรของโรงเรียนทันที และจะลงโทษทางวินัยต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงจะเยียวยาแก้ไขป้องกันให้เป็นสถานศึกษาที่ปลอดภัยต่อไป ด้านครูจุ๋มยอมรับว่ากระทำการและใช้วาจา ไม่เหมาะสมต่อนักเรียน ทำให้นักเรียนได้รับความเสียหายทั้งร่างกายและจิตใจ และอ้างว่าที่ลงมือกับเด็ก เพราะเครียดสะสมในเรื่องส่วนตัว

คดีทำร้าย “เตี้ยมช.” เจ้าหมาคนดังขวัญใจมหาชน

เมื่อเดือน พ.ค.63 เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘เตี้ย มช.’ ประกาศตามหาพี่เตี้ย สุนัขชื่อดังขวัญใจมหาชนได้หายตัวไปจนต้องมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวัน และตั้งเงินรางวัลให้แก่ผู้ที่พบเห็น สองวันต่อมาได้รับแจ้งว่าพบร่างสุนัขคล้ายพี่เตี้ยที่ป่าข้างทางเบื้องต้นคาดว่าเป็นอุบัติเหตุ หลังจากจัดพิธีศพและได้นำโครงกระดูกของพี่เตี้ยไปประกอบร่างไว้ที่พิพิธภัณฑ์ของคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงจะมีการทำรูปปั้น 'เตี้ย มช.' เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของ 'สุนัขชุมชน' เรื่องราวดูเหมือนจะจบลง แต่แล้วก็ได้มีการโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด พบคนขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด และเรียกพี่เตี้ยขึ้นรถ ก่อนจะขับออกไป ต่อมาทางมูลนิธิวอชด็อกไทยแลนด์ได้เข้ามาเป็นผู้ประสานคดี ไม่นานก็พบผู้ต้องสงสัยในคลิป ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจยศ ส.ต.ท. สังกัด ตชด.33 โดยผู้ต้องสงสัยอ้างว่า สงสารที่พี่เตี้ยไม่ได้ออกไปไหน จึงคิดจะพาไปเที่ยว แต่ในที่สุด ส.ต.ท. จำนนต่อหลักฐาน รับสารภาพว่าเป็นผู้นำพี่เตี้ยออกไปจริง และยืนยันว่าไม่มีเจตนาร้าย อ้างว่าพี่เตี้ยกระโดดลงจากรถขณะขับขี่ ทำให้ล้อหลังทับตายทันที จึงนำไปโยนทิ้งพร้อมโกยใบไม้กลบเพื่อหลบหนีความผิด ทว่า

“คดีปล้นร้านทองออโรร่า” การกราดยิงที่ทำร้ายหัวใจคนไทยตั้งแต่ต้นปี

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 เกิดเหตุสะเทือนขวัญคดี “โจรเหี้ยม” บุกปล้นร้านทองออโรร่า ภายในห้างดัง อ.เมืองลพบุรี โดยใช้อาวุธปืนเก็บเสียงยิงเปิดทางใส่ประชาชนและพนักงานร้านทอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ หนึ่งในนั้นมีเด็กชายวัย 2 ขวบโดนลูกหลงเสียชีวิตด้วย คดีนี้ตำรวจใช้เวลา 14วันในการสืบเสาะตามหาจับกุมตัวคนร้ายได้สำเร็จ โดยคนร้ายเป็นครูระดับผู้อำนวยการโรงเรียน และเป็นข้าราชการระดับชำนาญการสังกัด สพป.สิงห์บุรี อายุ 38 ปี ถูกควบคุมตัวได้ที่ จ.สิงห์บุรี สารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยทำไปเพราะอยากปะทะกับตำรวจเพื่อให้โดนจับตาย

ดราม่า “หน้ากากอนามัย”​ กับคำถามคาใจว่าทำไมคนไทยหาซื้อไม่ได้!

จากสถานการณ์โควิด-19ระบาดเมื่อช่วงต้นปีจนทำให้ประชาชนเริ่มแตกตื่นหาซื้อหน้ากากอนามัยจนกลายเป็นสินค้าหายากเพราะหมดทุกร้านและถูกโก่งราคาโดยพ่อค้าแม่ค้าที่กว้านซื้อไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตามก็ได้เกิดเรื่องราวเหลือเชื่อในโลกโซเชียลเมื่อมีการเผยแพร่คลิปวิดิโอชายคนหนึ่งออกมาพูดว่าตนเองมีหน้ากากอนามัยอยู่ในครอบครองถึง 200 ล้านชิ้น และกำลังจะนำส่งออกไปยังต่างประเทศเพื่อโกยเงินก้อนโตจากสถานการณ์โควิดระบาด แต่ประชาชนคนไทยยังหาซื้อหน้ากากไม่ได้ ความน่าสนใจคือชายคนดังกล่าวมีการอ้างว่ามีผู้มีอิทธิพลให้การหนุนหลังและมีการเชื่อมโยงว่าอาจเป็นคนสนิทของนักการเมืองคนหนึ่ง ซึ่งบทสรุปของเรื่องนี้กลับตาลปัตรกลายเป็นว่า 200 ล้านชิ้นนั้นกลายเป็นวัตถุดิบในการผลิต หาใช่ตัวหน้ากากแต่อย่างใด

ปิดคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ศาลสั่งประหารชีวิต ‘บรรยิน’

อดีตตำรวจใหญ่และส.ส.นครสวรรค์ ‘พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์’ ตกเป็นผู้ต้องหาฟัวพันคดีฮุบหุ้นและฆาตกรรมเสี่ยชูวงษ์ แซ่ตั๊ง รวมถึงคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาเจ้าของคดีโอนหุ้นหลายร้อยล้าน จนถูกจับกุมตัวได้พร้อมพวก กลายเป็นข่าวโด่งดังขึ้นมาอีกครั้งเมื่อบรรยินพยายามวางแผนแหกคุก แต่ถูกจับได้เสียก่อน จนกระทั่งล่าสุดเมื่อ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ศาลตัดสินประหารชีวิต คดีอุ้มฆ่า แต่ผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก LINE TODAY

Recap Ep.3 “มีการเกี้ยวพาราสีกันจริง ๆ เคมีมันออก”

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“บอย-พีธ พีซเมกเกอร์” แถลงข่าวคอนเสิร์ตใหญ่ PEACEMAKER THE RE:PEACE CONCERT 2026

19 มี.ค. เวลา 09.10 น.

🔥 ลุ้นรับบัตรชมภาพยนตร์ 'โกฮัง..หัวใจโกโฮม' รอบพิเศษ! จำนวน 10 รางวัล~

18 มี.ค. เวลา 11.00 น.

การ์ดแต่งงานมาแล้ว! ย้อนรอย 5 ละครสุดปัง "ณเดชน์-ญาญ่า" ต้นกำเนิดความรักสู่คู่จริง

18 มี.ค. เวลา 05.00 น.
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...