โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ท่องเที่ยวอีสาน-ใต้ เงินสะพัดรับปี’64 สวนกระแสโควิดระบาดหนัก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ม.ค. 2564 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2564 เวลา 06.30 น.

สำหรับภาคอีสานการท่องเที่ยวคึกคักไม่น้อยหน้าภาคเหนือ ในจังหวัดติดริมโขงอย่างจังหวัดหนองคายช่วงเทศกาลปีใหม่มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยือนวัดวาอารามและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติไม่ขาดสาย

“สุกานดา พันธุ์เสือ” นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา มีประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้ามาทำบุญและท่องเที่ยวตามวัดและสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

โดยเฉพาะในเขตอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน มีเงินสะพัดในจังหวัดหนองคายประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาลดลงประมาณ 40%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงปลายปี 2563 จนถึงปี 2564 จังหวัดหนองคายอากาศหนาวเย็นต่อเนื่องกันหลายวัน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่าง “วังบัวแดง” ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่น้อย

ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2,600 ไร่ ในเขต 2 ตำบล ของอำเภอเมืองหนองคาย ที่เริ่มออกดอกบานสะพรั่งสวยงามรับอากาศที่หนาวเย็นยามเช้า และมีแนวโน้มหนาแน่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองหนองคายไม่ถึง 20 กม. คาดว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะหนาแน่นสวยงามเป็นพิเศษ ซึ่งจุดที่ดอกบัวแดงหนาแน่นกว่าทุกจุดคือที่บริเวณบ้านหนองบ่อ ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย

ในจังหวัดมหาสารคามก็เช่นเดียวกัน ช่วงวันหยุดนับศักราชใหม่ปี 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่เป็นอันซีนระดับประเทศในเขต จ.มหาสารคาม อาทิ วัดป่าวังน้ำเย็น วัดหนองหูลิง วัดพระยืนกันทรวิชัย ปรางกู่สมัยขอม พระบรมธาตุนาดูน เป็นต้น

มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลต่างพากันแวะเวียนทยอยเข้ามาเที่ยวชมวัดเหล่านี้ตลอดทั้งวัน จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหาร รวมทั้งสินค้าของฝากภายในวัดป่าวังน้ำเย็น ต.เกิ้ง อ.เมือง รายหนึ่งทราบว่าสินค้าขายได้ค่อนข้างดียอดขายเพิ่มขึ้นประมาณ 20%

เมื่อเทียบกับวันหยุดปกติเสาร์-อาทิตย์ มีประชาชนเข้ามาเที่ยวจำนวนมากตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงบ่าย

“ณรงค์ เหล่าสุวรรณ” ประธานหอการค้าจังหวัดมหาสารคาม ให้ความเห็นกรณีนี้ว่า วันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวท้องถิ่นของเมืองมหาสารคาม โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ส่งผลให้ธุรกิจในท้องถิ่นได้รับอานิสงส์จากการจับจ่ายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร สินค้าโอท็อป เป็นต้น ตลอดระยะเวลาปิดยาวช่วงปีใหม่น่าจะมีกระแสเงินสะพัดลงพื้นที่หลายล้านบาท เพราะประชาชนส่วนหนึ่งมีกำลังซื้อสูงจากการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งด้วย

ส่วนภาคใต้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2563 ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างจับจองพื้นที่บริเวณลานด้านบนและด้านล่างของแหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อเฝ้ารอชมแสงสุดท้ายของปี 2563 อย่างคึกคัก เพราะไม่มีการจัดงานเคานต์ดาวน์ งานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

“ขวัญใจ กลับสุขใส” เจ้าของสวนไผ่ขวัญใจตลาดป่าไผ่สร้างสุข อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2564

ตลาดป่าไผ่จัดกิจกรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 4 วัน ได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวปริมาณตามคาดหมาย โดยมีนักท่องเที่ยววันที่ 2 ม.ค. 64 เพียงวันเดียวประมาณ 10,000 คน

“แม้ว่าประเทศไทยหลายจังหวัดเกิดโควิด-19 รอบ 2 แต่สำหรับตลาดป่าไผ่ไม่ได้รับผลกระทบ โดยนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอยส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยจะมาจากทางภาคใต้ตอนบน เช่น จ.ภูเก็ต กระบี่ พังงา ฯลฯ ภาคใต้ตอนล่าง จ.สงขลา ฯลฯ ภาคเหนือ เช่น จ.น่านและจากกรุงเทพฯ เป็นต้น ประมาณการว่าจะมีเงินหมุนสะพัดประมาณ 1 ล้านถึง 3 ล้านบาท/วัน” ขวัญใจกล่าว

อย่างไรก็ตาม “วิทยา แซ่มลิ่ม” มัคคุเทศก์อาชีพจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า สำหรับ จ.สงขลา ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับใหม่ 2564 ยังคงสภาพเดิมมาตั้งแต่โควิด-19 รอบแรก

จนมาถึงการระบาดรอบ 2 เพราะสภาพธุรกิจการท่องเที่ยวหาดใหญ่ขณะนี้ยังเหลือแต่นักท่องเที่ยวภายในพื้นที่ของจังหวัดสงขลาเป็นหลัก ส่วนนักท่องเที่ยวจากจังหวัดอื่นที่เคยมีสัดส่วนประมาณ 30% และนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 70% ยังไม่กลับมาเหมือนเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...