โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปดราม่า 'บุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร' นักวอลเลย์หญิง หลังแสดงความคิดเห็นการเมือง-ห่วงประเทศไทยจะด้อยกว่าเมียนมา

Khaosod

อัพเดต 16 ส.ค. 2564 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 10.34 น.

สรุปดราม่า 'บุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร' นักวอลเลย์หญิง หลังแสดงความคิดเห็นการเมือง-ห่วงประเทศไทยจะด้อยกว่าเมียนมา

กลายเป็นกรณีดราม่าหลังจากที่ นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยบุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร โมกศรี ได้โพสต์สตอรี่ เขียนข้อความแสดงมุมมองทางการเมือง ทำให้เกิดเป็นดราม่าโดยมีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม

ชัชชุอร

บุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร โมกศรี นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์บ้านเมืองผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว(@bbbumbimbim) โดยมีข้อความระบุว่า

"เมื่อก่อนพม่าเจริญกว่าไทย พม่าได้เป็นถึงเลขาฯ UN แต่พอโดนทหารยึดอำนาจยาวนานกว่า 50 ปี สุดท้ายดูสภาพพม่าทุกวันนี้ ประเทศชาติถอยหลังไปเป็น 100 ปี ตอนนี้บ้านเราเจริญรอยตามพม่ามา 7 ปีละ ความคิดเห็นส่วนตัวถ้าภายใน 2 - 3 ปีนี้เราแก้ปัญหาระบบนี้ไม่ได้ประเทศเราจะเกิดภาวะสมองไหล คนเก่ง ๆ จะเริ่มหนีออกไปหาโอกาสในต่างประเทศ ย้ายถิ่นฐาน ย้ายสัญชาติและในอนาคตประเทศไทยจะไม่เหลือคนเก่งเลย เพราะประเทศอยู่ด้วยระบบเส้นสาย และการคอร์รัปชัน ที่ตรวจสอบและจัดการไม่ได้

ในขณะที่พวกสลิ่มก็จะขับไล่คนเก่ง ๆ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ทหารออกนอกประเทศไป และ 20-30 ปี หลังจากนี้พวกสลิ่มทั้งหลายก็จะทยอยตายไปตามอายุขัยและไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ทิ้งมรดกความพังพินาศไว้ให้พวกเราทนรับสภาพต่อไป จะมีการสืบทอดอำนาจต่อไปไม่รู้จบ เหมือนพม่าปัจจุบัน ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาที่หาทางกลับขึ้นมาไม่ได้อีกเลย" 

จากโพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก บ้างก็บอกว่าไม่เหมาะสม รวมไปถึงบอกว่าข้อมูลที่บุ๋มบิ๋มอ้างว่าในสมัยก่อนเมียนมาเจริญกว่าประเทศไทยนั้นไม่เป็นความจริง บ้างก็ถึงขั้นจะเลิกติดตามเชียร์ทีมวอลเลย์บอลอย่างถาวรเลยทีเดียว

บุ๋มบิ๋ม นักตบลูกยางสาวไทย Call Out! ไม่วายเจอด่า
บุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร

ดร.เสรี วงษ์มณฑา ได้แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ของนักกีฬาสาวเช่นเดียวกัน มีข้อความระบุว่า"โพสต์ถึงนักกีฬาคนหนึ่งที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเทศอย่างคนที่ไม่รู้จริง ใจความว่า ขอด่าว่าโง่บัดซบ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ตามครรลองประชาธิปไตย มองว่าไม่มีหลักฐานที่รัฐบาลคอร์รัปชัน ส่วนคนที่ย้ายประเทศเพราะไปหาโอกาสแต่ก็ยังรักชาติ โดยตั้งคำถามกลับว่า การพูดถึงสลิ่มอย่างด้อยค่าว่าสลิ่มโง่ แต่สลิ่มเห็นการคิดของพวกคนรุ่นใหม่แล้วห่วงใย รู้ไม่จริง คิดไม่เป็น ตรรกะวิบัติ เชื่อคนง่าย ยอมถูกปั่นถูกหลอกโดยคนชั่ว มีการกระทำรุนแรง พูดจาหยาบคาย ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่ภูมิใจในความเป็นไทย แบบนี้หรือจะมาจัดวางอนาคตของตนเอง หาข้อมูลให้รู้จริงมากกว่านี้แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นนะหนู" 

บุ๋มบิ๋มแรงต่อเนื่อง ตบหนัก 23 แต้ม เกมไทยดับไต้หวัน

ซึ่งต่อมาบุ๋มบิ๋ม ชัชชุอร ได้ลบสตอรี่ดังกล่าวไปและได้ออกมาชี้แจงและขอโทษผ่านอินสตราแกรมส่วนตัวในเวลาต่อมาว่า"เรียนแฟนๆ วอลเลย์บอล พี่ๆ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน สื่บเนื่องจากโพสต์ในสตอรีของหนู นางสาวชัชชุอร โมกศรี กับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น หนูขอเรียนชีแจงว่า หนูไม่ได้เป็นผู้พิมพ์ข้อความข้างต้นอย่างที่เป็นข่าวออกไป หนูเพียงแต่ใช้ฟังก์ชั่นแชร์โพสต์ แชร์ข้อความดังกล่าวมาลงในสตอรีของหนูเท่านั้น ไม่ได้ต่อเติมเสริมแต่งข้อความใดๆ รวมถึงรูปภาพเพิ่มเข้าไปแต่อยางใดค่ะ

ด้วยเจตจำนงที่เป็นห่วงกับสถานการณ์บ้านเมืองในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ได้ติดตามตลอดระยะที่ผ่านมา หนูขอเรียนให้ทราบว่า หนูไม่ได้มีเจตนาอันหนึ่งอันใดที่ไม่ดีกับบ้านเมืองแต่อย่างใดค่ะ และหนูไม่ต้องการจะส่งเสริม หรือสนับสนุนให้เกิดการขัดแย้งใดๆ ซึ่งเมื่อหนูได้พิจารณาเห็นว่าข้อความดังกล่าวไม่เหมาะสม ก็ได้ลบแชร์นั้นออกจากสตอรีของหนูทันที

หนูขอกราบขอโทษทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของหนูครั้งนี้ ทั้งต้นสังกัด สโมสร และสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย หนูได้ตระหนักว่าหนู่ยืนอยู่ในจุดที่ไม่สมควรแสดงออกความเห็นทางการเมืองใดๆ นอกเหนือจากการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ในฐานะคนของประชาชนด้านกีฬา

หนูขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้หนู ทุกคำติชม ทุกๆ คำเตือน หนูจะเก็บเอาไปปรับปรุงและพัฒนาการตัวเอง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ ขอบคุณค่ะ"

อย่างไรก็ตามมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปให้กำลังใจบุ๋มบิ๋ม พร้อมยังแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้นว่า การที่เธอออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นไม่ใช่เรื่องผิด เพราะฉะนั้นเธอไม่มีความจำเป็นที่ต้องออกมาขอโทษ ซึ่งเธอก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและวิจารณ์การเมืองเช่นกัน

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...