โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

นักวิชาการจุฬาฯ เตือน ‘วิกฤติโควิด’ กระทบห่วงโซ่เศรษฐกิจ ‘โจทย์หิน’ รัฐบาล

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 เม.ย. 2563 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. 2563 เวลา 05.05 น. • The Bangkok Insight

ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบไปทุกมิติของชีวิตมนุษย์ อีกปัญหาที่หลายคนกังวลนอกเหนือจากผลกระทบทางสุขภาพ คือสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่เริ่มส่อเค้าลางว่าจะตกต่ำและทำให้ผู้คนอยู่ยากกันขึ้นเรื่อยๆ

รศ.ดร.กรกรัณย์ ชีวะตระกุลพงษ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ กล่าวในคอลัมน์ "รู้ลึกกับจุฬา" ถึงประเด็น "โควิด-19 กระทบห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก" ว่า นอกจากการขาดแคลนหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ข่าวการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ก็ทำให้เกิดกระแสความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนสินค้า หรือราคาสินค้าพุ่งปรับตัวสูงเหมือนหน้ากากอนามัยหรือไม่

สาเหตุที่เห็นข่าวแอลกอฮอล์ขาด หน้ากากขาด เป็นเพราะผลกระทบในระบบเศรษฐกิจชัดเจน แต่ในเชิงของกินของใช้ที่ผลิตในประเทศไทยจะไม่ขาดแคลน ถ้าเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากประเทศอื่นๆ เยอะ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึงยุโรปจำนวนมากอาจจะขาดบ้าง แต่ในระยะยาว ปัญหา Supply Shortage ก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม

อาจารย์กรกรัณย์ชี้ว่า ปัญหาห่วงโซ่การผลิตหยุดชะงัก หรือ Supply Chain Disruption เป็นปัญหารุนแรงและก่อให้เกิดเศรษฐกิจถดถอยมากกว่า เช่น ภาคการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ทั่วโลก รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆที่ต้องอาศัยชิ้นส่วนหลายชิ้นมาประกอบกัน

ทั้งนี้เนื่องจากระบบการผลิตสินค้าดังกล่าวมาจากสายพานการผลิตในที่ต่างๆ บนโลก เมื่อโควิด-19 เกิดระบาดที่จีน ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิตในระดับหนึ่ง แต่หลังจากมีการลุกลามเป็นโรคระบาดใหญ่ทั้งโลก ส่งผลให้ไม่ว่าจะย้ายฐานการผลิตไปที่ใดก็ยังต้องเจอปัญหาหยุดชะงัก

"ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมผลิตยานยนต์ สมมุติว่ารถยนต์คันหนึ่งต้องใช้ ชิ้นส่วนประกอบกัน 1,000 ชิ้น ถ้าหากมีชิ้นไหนเพียงชิ้นเดียวติดขัดผลิตไม่ได้รถยนต์ก็นำมาประกอบเป็นชิ้นเดียวกันไม่ได้ จะขายอย่างไร แล้วชิ้นที่เหลือจะทำอย่างไรต่อ สต็อกของไว้นานก็สต็อกบวม ขณะที่ฝั่งอุปสงค์ลดลงเพราะคนไม่ซื้อของ มันเกิดผลกระทบต่อเป็นลูกโซ่เป็นทอดๆ เพราะพอทางจีนเริ่มควบคุมโรคได้ ที่ยุโรปก็มาเป็นต่อ ย้ายจากอีกที่ไปเป็นอีกที่"รศ.ดร.กรกรัณย์ กล่าว

นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1990 โลกเริ่มมีการคิดค้นนวัตกรรมสื่อสารเทคโนโลยี และการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เศรษฐกิจโลกก็เริ่มย้ายเครือข่ายเป็นการเชื่อมโยงการผลิตเข้าด้วยกัน และมีการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตสินค้าในหลากหลายประเทศ รวมถึงการเข้ามามีบทบาทของจีนในตลาด การค้าและกลายเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลก ผลกระทบจากโควิด-19 จึงเป็นภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงัก นับว่าเป็นเหตุการณ์ความไม่แน่นอน ที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก

ยกตัวอย่างเหตุการณ์น้ำท่วมที่อยุธยา ครั้งนั้นเกิดผลกระทบในห่วงโซ่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์นะเพราะมีโรงงานประกอบชิ้นส่วนที่อยุธยาแต่ว่าสามารถควบคุมได้ เช่น ไปประกอบที่แหล่งอื่น อีกอย่างก็คือน้ำท่วม สามารถบอกได้ว่าเหตุการณ์นี้จบเมื่อไร แต่พอเป็นโรคระบาดทุกคนจะหยุดชะงัก และไม่รู้ว่าถ้าย้ายฐานการผลิตชิ้นส่วนไปที่อื่นจะมีปัญหาไหม เพราะโรคระบาดไปทั่วโลก

หลังจากเริ่มมีสถานการณ์ห่วงโซ่การผลิตหยุดชะงักที่เกิดปัญหาจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ก็เริ่มมีการพูดคุยกันถึงแนวทางการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้เหตุจากโรคระบาดก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงและควบคุมได้ยาก เพราะไทยไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทุกชิ้นส่วน เช่น ยานยนต์ เพราะไม่ได้มีความรู้และเทคโนโลยีพอที่จะรองรับ ขณะเดียวกันตลาดในประเทศก็เล็กเกินกว่าจะผลิตทุกชิ้นส่วน ทำให้ต้องพึ่งพาต่างชาติ

“มีความเป็นไปได้อยู่บ้าง แทนที่จะพึ่งพิงฐานการผลิตที่ใดที่หนึ่งก็ทำเป็นสองที่ สำหรับอุตสาหกรรมใดๆ ก็ตามเป็น Lead Firm (บริษัทที่กำหนดการผลิตในห่วงโซ่การผลิตระดับโลก) เช่น โตโยต้า ก็ต้องย้ายไปทำ Double Source (แหล่งจัดหาวัตถุดิบสำรอง) ที่อื่น แต่ว่าหากปัญหาเกิดทั้งสองที่ก็ควบคุมได้ยากเหมือนกัน”รศ.ดร.กรกรัณย์ กล่าว

ที่สำคัญคือ มาตรการที่ภาครัฐควรกระทำเร่งด่วนหลังจากนี้ คือ มาตรการบรรเทาหรือมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่สายป่านการผลิตไม่ยาวและได้รับผลกระทบหนักรวมถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาคท่องเที่ยว ภาคการผลิต ภาคบริการหรือแม้แต่ลูกจ้างพนักงาน

"สถานการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่เหมือนกับวิกฤติการณ์เศรษฐกิจตกต่ำเหมือนที่ผ่านมา แต่รอบนี้วงกว้างมาก และเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลว่าจะช่วยเหลืออย่างไร” อาจารย์กรกรัณย์กล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...