โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมคอนโดรุมค้านบัตรอีลิท แลกสิทธิ์ซื้อห้องชุด 10 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ธ.ค. 2563 เวลา 10.13 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 10.13 น.

สมาคมคอนโดฯรุมค้านโครงการ “Elite Flexible One” ยันขายคอนโดฯพ่วงบัตรสมาชิก “ไทยแลนด์ อีลิท” ไม่ช่วยกระตุ้นภาคอสังหาฯ แจงซื้อบัตร 5 แสนแลกวีซ่า 5 ปีไม่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบัน แนะรัฐให้วีซ่าทางตรงระยะยาว 5-10 ปีแบบไม่มีเงื่อนไข สร้างแรงจูงใจ พร้อมเพิ่มแต้มต่อด้านการแข่งขันดึงต่างชาติลงทุนในประเทศ

นายสมชัย สูงสว่าง บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ การ์ด จำกัด ผู้ดำเนินโครงการบัตรสมาชิกไทยแลนด์ อีลิท เปิดเผยว่า จากที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และหามาตรการนำกำลังซื้อจากต่างประเทศเข้ามาเติมกำลังซื้อในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวจากผลกระทบโควิด-19 บริษัทจึงมีแนวคิดขายสิทธิประโยชน์บัตรสมาชิกไทยแลนด์ อีลิท รองรับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติกำลังซื้อสูงผ่านโปรแกรม Elite Flexible One (ค่าสมาชิก 5 แสนบาท วีซ่า 5 ปี)

โดยกำหนดให้สมาชิกบัตรต้องลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ที่ก่อสร้างเสร็จพร้อมอยู่อาศัยมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (1 ม.ค. 2564-31 ธ.ค. 2565)

ชูอีลิทการ์ดกระตุ้นอสังหาฯ

โดยเปิดให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการทำบันทึกความเข้าใจในข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัทไทยแลนด์ พริวิเลจ การ์ด เพื่อนำโปรแกรมของไทยแลนด์ อีลิท เข้าร่วมในแพ็กเกจการขาย

“นอกจากโปรแกรม Elite Flexible One แล้ว ตอนนี้เรากำลังหารือกับอีกหลายภาคส่วนทำโปรแกรมที่เรียกว่า Elite Flexible Plus ได้วีซ่า 10 ปี โดยหลักการคือ ต้องลงทุนในไทย 1 ล้านเหรียญสหรัฐใน 5 หมวด คือ ซื้อคอนโดฯ, เปิดบริษัท, ซื้อพันธบัตร, เงินฝาก รวมถึงลงทุนในหุ้น ซึ่งหลักการเบื้องต้นนี้ผ่านการพิจารณาจาก ศบศ.แล้ว รอข้อสรุปสุดท้ายเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.ต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นอีกโปรแกรมที่ช่วยกระตุ้นการลงทุนในประเทศ และช่วยผู้ประกอบการอสังหาฯในประเทศได้”

สมาคมคอนโดฯค้านอีลิทการ์ด

ดร.อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงการบัตรสมาชิก “Elite Flexible One” ของไทยแลนด์ อีลิท การ์ดนั้น ตัวแทน 3 สมาคมวงการอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วยสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย ได้แสดงความเห็นคัดค้านไปแล้วในที่ประชุมร่วมกับนายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจและ รมว.กระทรวงพลังงานที่จัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ข้อเสนอหลักในการกระตุ้นอสังหาฯ ในส่วนของการดึงดูดกำลังซื้อลูกค้าชาวต่างชาติ คือ 1.โฟกัสกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ดังนั้นจึงเสนอให้เจาะฐานลูกค้าหรือนักลงทุนต่างชาติซื้อคอนโดมิเนียมในประเทศไทย ราคา 5-10 ล้านบาทขึ้นไป 2.รัฐพิจารณาให้วีซ่าระยะยาว 5-10 ปีโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ชาวต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนซื้อห้องชุดมากขึ้น

“สถานการณ์โควิดมีปัจจัยบวกที่รัฐบาลไทยได้รับเสียงชื่นชมยกย่องไปทั่วโลกว่าสามารถควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ประเมินกันว่าหลังยุคโควิดจะมีดีมานด์ซื้อที่อยู่อาศัยทั้งเพื่อการพักผ่อน และซื้อเพื่อลงทุนจากลูกค้าต่างชาติทั่วโลก

แต่ในเวลาเดียวกันวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำทุกคนเจอเหมือนกันหมด ทำให้ทุกประเทศมีการแข่งขันแย่งชิงลูกค้า โดยหนึ่งในนโยบายที่นำมาใช้คือการให้วีซ่าระยะยาวแลกกับการซื้ออสังหาฯในประเทศ ดังนั้น รัฐบาลไทยควรพิจารณาการให้วีซ่าชาวต่างชาติระยะยาวเพื่อรักษาความได้เปรียบในการแข่งขันระดับประเทศด้วย”

ชำแหละจุดอ่อนเพียบ

แหล่งข่าวจากวงการที่อยู่อาศัย ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ประเด็นการให้วีซ่าพำนักระยะยาวในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ ถ้าต้องการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดรัฐบาลต้องเปิดให้วีซ่าทางตรง กล่าวคือ กำหนดราคาอสังหาฯ เพื่อกำหนดกำลังซื้อของลูกค้า โดยเน้นชาวต่างชาติที่มีรายได้สูงเพราะต้องการให้มีการจับจ่ายใช้สอยในระหว่างพำนักในเมืองไทย เมื่อชาวต่างชาติซื้อห้องชุดในราคาที่กำหนด รัฐบาลก็ให้วีซ่าระยะยาวได้โดยทันที

ประเด็นคือบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ดเป็นการเปิดให้วีซ่าระยะยาวทางอ้อม เพราะหลังจากซื้อห้องชุด 10 ล้านบาทแล้ว ชาวต่างชาติจะต้องซื้อบัตร Elite Flexible One เพิ่ม มีค่าธรรมเนียม อีก 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนและเป็นภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ซื้อและผู้ขายโดยตรง

นอกจากนี้ เงื่อนไขมีความย้อนแย้ง เช่น มีเวลาดำเนินการถึง 2 ปี แต่ไทยแลนด์ อีลิทฯ ตั้งเป้ามียอดขายคอนโดฯเพียง 100 ยูนิต ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสต๊อกห้องชุด 5-10 ล้านบาทที่มีอยู่ในตลาดมากกว่า 2 หมื่นยูนิต จนทำให้วิพากษ์วิจารณ์กันว่าบัตร Elite Flexible One ไม่ได้ช่วยกระตุ้นอสังหาฯ แต่เป็นการช่วยกระตุ้นลูกค้าอีลิท การ์ดมากกว่า

โดยสถิติห้องชุดราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป ทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC จัดทำรายงาน ณ ครึ่งปีแรก 2563 มีซัพพลายเหลือขายรวมกัน 21,479 ยูนิต มีมูลค่ารวมกันถึง 250,576 ล้านบาท เทียบกับเป้าระบายสต๊อกห้องชุดของบัตร Elite Flexible One จำนวน 100 ยูนิต มูลค่า 1,000 ล้านบาทภายในเวลา 2 ปี

“ปี 2563 สถานการณ์โควิดทำให้อสังหาฯแข่งขันสงครามราคาอย่างหนักหน่วง ผลประกอบการพลาดเป้ากันแทบทั้งตลาด นาทีนี้คงไม่มีใครสนใจจะทำโปรโมชั่นแจกบัตรอีลิทการ์ด 5 แสนแน่นอน แต่จะให้ต่างชาติซื้อคอนโดฯ 10 ล้านแล้วต้องซื้ออีลิทการ์ดอีก 5 แสน ไม่น่าจะกระตุ้นความสนใจอยากซื้อ เพราะลูกค้าเป้าหมายบัตรอีลิทการ์ดเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ลูกค้าเป้าหมายซื้อห้องชุดในเมืองไทยเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ คนละกลุ่มลูกค้ากัน”

พฤกษาฯขอวีซ่าทางตรง

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พฤกษาฯสนใจที่จะเข้าร่วมกับบัตร Elite Flexible One โดยมีสต๊อกห้องชุดราคา 5 ล้านบาทขึ้นไปที่พร้อมระบายผ่านโครงการนี้มูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม มีอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าต่างชาติจะต้องซื้อบัตรอีลิทการ์ดเพิ่มอีกต่างหาก 5 แสนบาท ซึ่งเป็นต้นทุนสูงมากในภาวะเศรษฐกิจฝืด ขณะเดียวกัน คอนโดฯมีปัญหาโอเวอร์ซัพพลาย จนทำให้มีการแข่งขันจัดแคมเปญโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมอย่างรุนแรงอยู่แล้ว ดังนั้น การเพิ่มต้นทุนซื้อบัตร 5 แสนบาทเพื่อแลกกับวีซ่าระยะยาว 5 ปีจึงมองว่าอาจไม่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

โดยพฤกษาฯมี 2 ข้อเสนอ คือ 1.ลูกค้าต่างชาติซื้อคอนโดฯราคา 5-10 ล้านบาท รัฐสนับสนุนให้แถมบัตร Elite Flexible One ฟรี ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กับ 2.ลูกค้าต่างชาติซื้อคอนโดฯในราคาที่กำหนด รัฐให้วีซ่าระยะยาว 5-10 ปีโดยทันที วิธีการนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ช่องทางผ่านบัตรอีลิทการ์ดแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...