“ปันปัน” เชื่อกฎแห่งกรรม ใครทำอะไรไว้...รู้เรื่อง!
“ปันปัน” เชื่อกฎแห่งกรรมใครทำอะไรไว้…รู้เรื่อง!
“ตัวแรง” “ไม่แคร์สื่อ” คือ คำนิยามที่โลกออนไลน์ ตีตราให้กับสารพัดข่าวนานา ที่พุ่งตรงออกมาจาก “ปันปัน – สุทัตตา อุดมศิลป์” นักแสดงวัยรุ่นที่เผชิญกระแสข่าวจากสังคมบันเทิงที่เรียกได้ว่า ไม่เคยจะยั้งมือว่าแท้จริงเธอก็คือ หญิงสาวอายุ 21 คนนึงเท่านั้นเอง แต่เราก็ยังเห็นว่า ปันปัน ยังคงออกมาสร้างสีสันและฝากผลงานให้วงการบันเทิงอย่างต่อเนื่อง เหมือนว่าไม่เคยเผชิญกระแสข่าวใดๆ ชวนให้สงสัยเหลือเกินว่า รอยด่าง หรือสีสัน แห่งโลกมายา ที่สร้างตัวตนของ ปันปัน สุทัตตาในวันนี้
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าปันปันอยู่ในวงการมานานกว่าสิบเจ็ดปีแล้ว!
“…จริงๆ ปันอยู่วงการนี้มาสิบหกสิบเจ็ดปีแล้วนะ! เริ่มทำงานวงการบันเทิงมาตั้งแต่ สี่ขวบ จุดเริ่มต้นคือมีพี่ๆโมเดลลิ่งเค้ามา Scout หาเด็กไปเล่นโฆษณาแป้งเด็กที่โรงเรียนอนุบาลแถวบ้าน แล้วเค้าคงเห็นว่าตอนนั้นเราหน้าแบบขาวๆ หมวยๆ เด็กๆ เค้าก็ให้เราไปใส่ชุดกิโมโนถ่าย ก็ได้งานมา หลังจากนั้นคือเรียกได้ว่าปันเป็นพวกเด็กวิ่งแคสงาน เด็กโมเดลลิ่งได้เลย พอเลิกเรียนทุกๆวัน สี่โมงหาโมงก็ไปอยู่ตามบริษัททำแคส บริษัทหนัง ไปนั่งรอถึงสี่ทุ่มห้าทุ่มทุกวันเลย แคสโฆษณา ได้บ้างไม่ได้บ้างไปเรื่อย จนอายุประมาณสักสิบสามค่ะ ก็มีพี่เค้ามาติดต่อให้ไปลองแคสหนังดู แล้วก็ได้ ซึ่งก็คือเรื่องลัดดาแลนด์ แล้วคนก็รู้จักเราจริงๆจากจุดนั้น ทั้งๆที่ความจริงก่อนหน้าก็มีพวกละครสั้นบ้าง
แต่ตอนแรกที่ได้ลัดดาแลนด์แล้วพี่เค้ามาบอกเรา เราไม่อยากเล่นนะ (หัวเราะ) เราไม่เล่นเพราะเรากลัวผี ก็ไม่เอาไม่อยากเล่น ทุกคนที่บ้านก็มาบอกว่าต้องไป เพราะรับงานเค้ามาแล้ว เราก็ไม่เอาลูกเดียว จนคุณพ่อใช้ไม้ตายด้วยการโทรเรียกคุณย่ามา นั่นแหละค่ะ บอมบ์ลงก็เลยไป ซึ่งมันก็ทำให้เราได้มาอยู่ตรงนี้นะคะ เพราะพอเล่นลัดดาแลนด์ได้ปีนึง เราก็เซ็นสัญญากับทางค่าย แล้วเค้าก็มีโปรเจค Hormones (Hormones – วัยว้าวุ่น) มาต่อ ก็ยิ่งทำให้เราเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก…”
บทบาทที่กำลังมองหาและเส้นทางที่ท้าทายยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“…บทบาทการแสดงที่ปันอยากได้ คืออยากจะเล่นบทอะไรที่แหวกแนวไปเลย เล่นอะไรที่คนไม่เคยเห็น นี่เลยเป็นเหตุผลที่เวลาเรารับละคร เราต้องรับบทที่มันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เพราะว่าเราจะเล่นแต่แนวเดิมๆ คนก็จะเบื่อ ปันว่ายิ่งเล่นบทที่มัน Extreme แล้วคนดูเชื่อว่าเราไม่ใช่ปันปันอีกแล้ว นั่นแหละปันถึงเรียกว่าประสบความสำเร็จ แต่ถ้าถามว่านอกจากงานแสดงแล้ว งานอะไรในวงการที่ปันอยากทำอีก ไม่มีแล้วนะ เพราะปันทำไม่ได้ (หัวเราะ) ปันร้องเพลงไม่ได้ เต้นไม่ได้ค่ะ ทำไม่ได้ ไม่อยากร้องด้วยค่ะ (พูดรัว) ปันร้องเพลงก็เพี้ยน เต้นขาก็ขยับไม่ตรงจังหวะชาวบ้าน (หัวเราะ) ปันชอบการแสดงที่สุดแล้ว เพราะเราทำแล้วรู้สึกว่าทำได้โอเค จริงๆมันเกิดจากตอนเด็กๆ เราเล่นๆไป เราก็ไม่รู้หรอกว่ามันดีหรือไม่ดี แต่มันเป็นเรื่อง Feedback ที่เราได้รับ คือมันแทบจะเป็นสิ่งเดียวในชีวิตปันเลยมั้งที่รู้สึกว่าปันทำแล้วคนบอกว่ามันโอเค (หัวเราะ) เราเลยรู้สึกว่า ถ้าเราทำสิ่งนี้ได้ดี เลยก็จะทำมันต่อไป…”
สิบเจ็ดปีในวงการเปลี่ยนแปลงอะไร“ปันปัน” ไปบ้าง
“…มันเปลี่ยนแปลงมุมมองในชีวิตเราไปเรื่อยๆเลยค่ะ เราโตขึ้นเพราะการทำงานตรงนี้ เอาจริงๆปันเองก็เพิ่งจะมารู้ว่าอะไรเป็นอะไร เมื่อสักไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เองนะ สิ่งที่เจอทำให้เรามองโลกในมุมมองใหม่ไปเลย เรามองหลายแง่มุมมากขึ้น เราเจอคนเยอะ ฟังคนเยอะ ได้อะไรมากกว่าเด็กในรุ่นเดียวกัน…”
เค้าหาว่าเธอเป็นคนแรงๆ
“….ปันเป็นคนโกหกไม่ค่อยเนียนค่ะ (ยิ้ม) ตั้งแต่เด็กๆแล้ว โกหกอะไรก็โดนจับได้ตลอด เวลาที่พูดอะไรที่เราไม่ได้คิด หรือพูดอะไรที่เราไม่ได้ทำจริง มันจะล่กมาก แล้วก็จะไม่เนียนเลย แล้วก็เลยคิดว่า เราไม่มีเหตุผลอะไรที่เราต้องไปล่กต่อหน้าทุกคน ก็พูดไปเลย พูดในสิ่งที่มันถูกต้องและมันโอเค ก็น่าจะโอเคกว่า
หลายๆคนอาจจะมองว่าเราแรง แต่ปันว่า มันจะมาจากบางครั้งเวลาเราพูดแล้วเราประมวลผลคำพูดออกมาแบบผิดนิดนึง บางครั้งเราอยากจะพูดแบบนี้ แต่พูดออกมาแล้วคนเค้าตีความผิด หรือว่าบางครั้งเราอาจจะพูดเป็นมุกของเรา แต่คนก็ไม่ได้เก็ท อย่างเช่นไอ้เรื่องเมื่อยปากเมื่อปีที่แล้ว (หัวเราะ) ตลกมากเลย (เสียงสูง) คือมีคนมาบอกว่า ปันปันดูหยิ่ง ไม่ค่อยยิ้ม ปันก็บอกว่าปกติไปข้างนอก ปันยิ้มตลอดนะคะ แต่ว่ามันก็ไม่มีใครที่จะเดินยิ้มตลอดเวลาหรอก ทุกคนก็ต้องเมื่อยเป็นธรรมดา แต่ข่าวที่เขียนออกไป ก็พาดหัวข่าวแรงๆ เราก็งงๆเหมือนกันค่ะ (ตอนนั้น) แต่มันก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
บางครั้งก็ท้อนะ เพราะบางทีมีข่าวออกไป คนเค้าก็มี image ว่าเราเป็นคนแรงๆ แล้วเค้าก็อคติ เราทำอะไรเค้าก็ไม่ชอบ ก็เซ็งนะ แต่เราไม่สามารถทำให้ทุกคนบนโลกนี้ชอบเราได้ใช่มั้ย เราก็สนใจแต่คนรอบๆตัวเราดีกว่า ซึ่งคนรอบๆตัวเรา รักปัน แล้วก็มีความคิดบวกมาก แค่นี้ปันก็ Happy แล้วค่ะ
คือถ้าเรายืนอยู่ในจุดนี้ อยู่ในจุดที่เรารู้ตัวว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดนะ เราก็จะคิดอยู่ในหัวเลยว่าชั้นไม่ได้ทำเรื่องอะไรที่มันไม่ดี โอเค เราอาจจะมีผิดพลาดไปบ้าง แต่ว่าอนาคตเราก็ต้องปรับปรุงตัว แล้วยอมรับมันอ่ะค่ะ ไม่ใช่ว่า คอยปฏิเสธแล้วเอาแต่โทษคนอื่น โทษคนโน้นคนนี้ ก็จะไม่จบไม่สิ้น ก็โทษตัวเอง มองตัวเองว่า โอเค ถ้าเราทำผิดไปปุ๊ป เราก็ยอมรับนะ แต่ถ้าเราไม่ได้ทำผิดอะไรเราก็รู้ตัวไว้ ใครว่าอะไรเราก็…ชั้นไม่ได้ทำ…”
หลักการสำคัญในการอยู่รอดในวงการของเด็กหญิงที่ทำงานมาสิบเจ็ดปี
“…พอเราอยู่ในวงการนี้ ปันคิดว่ากฏแห่งกรรม เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเข้าถึงตัวเราเหมือนกันนะ ทำอะไรไว้กับใคร มันก็จะย้อนกลับเข้ามาหาตัวเองไม่ช้าก็เร็ว อย่างที่สองคือ คนล้มอย่าข้าม เวลาที่เราเห็นใครก็ตามทำอะไรผิด หรือพลาดอะไรมา เรายิ่งไม่ควรที่จะไปซ้ำเค้า ถ้าเรารู้ว่าเค้าผิดจริงๆ ก็ไม่ต้องซ้ำก็ได้ ถึงไม่อยากให้กำลังใจก็อย่าไปยุ่งดีกว่า เพราะคุณก็ไม่รู้หรอกว่าเค้าคิดอะไรอยู่ ถ้าเค้าเศร้ามาก เราอาจจะมีส่วนทำให้เค้าเป็นอะไรไปหนัก หรือตายเลยก็ได้นะ ส่วนเรื่องที่สามก็คือ ถ้าพูดอะไร ก็พูดความจริงดีกว่า อย่าโบ้ยคนอื่นไปเรื่อยๆ ผิดก็บอกกันไปตรงๆว่าโอเคเราพลาดเอง…”
Passionและกำลังใจในการทำงาน
“… Passion ของปันก็คือทำผลงานดีๆ ออกมาเรื่อยๆ มีงานดีๆ ดูแล้วคนชอบ ถ้าเกิดไปเมืองนอกได้ก็ไป (หัวเราะ) ไม่ได้หวังนะ แต่ถ้าได้ก็ดี เพราะแฟนคลับปันปันก็มีคนอินโดนีเซีย คนจีน คนไต้หวันนะ เคยไปเดินๆ แล้วเค้ามาขอถ่ายรูป บอกว่าดูละครเรานะ เราก็งงๆ ว่า เอ้อ ดีจังมีแฟนคลับต่างประเทศกับเค้าด้วย
เอาจริงๆเวลามีคนมาชมว่าสวยนี่เขินนะ ไม่สวยค่ะ (เสียงสูง) แต่งหน้าเอาค่ะ หนูไม่แต่งหน้าหนูก็ไม่สวยหรอกค่ะ ไม่ค่อยรับคำชมอะไรใครเท่าไหร่ จำได้เลยว่าตอนที่เล่นลัดดาแลนด์แล้วหนังฉายใหม่ๆ เราไปงานขายเสื้อ T-Shirt ฮุ้ย ! งงมากเลย มีคนมาขอถ่ายรูปเรา เป็นความคิดที่แบบ เกิดอะไรขึ้น ปรับตัวไม่ได้ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนขอถ่ายรูป ตอนนี้ปันก็เริ่มชินแล้วล่ะ (หัวเราะ) แต่มันเปลี่ยนเป็นซึ้งมากเลยนะ เพราะเราทำมีตติ้งแฟนคลับมาสองปี มันอึ้งมากเลยนะ ที่มีคนแบบมาร้องเพลงให้เรา มารักเรามากขนาดนี้ เราก็จะต้องใจทำงานดีๆ ออกมาอีกให้เค้าได้ดู…”
ชีวิตนอกจอที่มีสีสันไม่แพ้ในจอ
“…ปันเป็นคนไม่อยู่บ้านนะ เป็นคนว่างไม่ได้ ไม่ชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบอยู่คนเดียว ถ้าวันที่ว่างปุ๊ปก็ต้องไปหาอะไรทำทั้งวัน คือตื่นเช้ามาก็ออกจากบ้านเลย หาโน่นหานี่ทำ จนโน่น (ลากเสียง) ดึกๆ ปันถึงเข้าบ้าน เพื่อนจะบอกว่า ปันเอา Energy เยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน เพื่อนก็จะบอกว่าชอบอยู่ด้วย คือทุกวันถ้าว่างก็จะเจอเพื่อน แต่พวกมุมเข้าป่าทำสมาธินี่ห่างไกลปันมากในตอนนี้เลยนะ ปันเคยไปปฏิบัติธรรมนะ แต่ปันผิดศีลตั้งแต่เที่ยงอ่ะ หนูหิว หนูกินเลยตอนเที่ยง หนูแบบ แม่ชี หนูขอโทษจริงๆ หนูไม่ไหวแล้ว หนูเป็นคนสมาธิสั้นมาก Multitask ตลอดเวลา ทำโน่นนี่นั่น จนพ่อยังว่า กินข้าวแล้วดูหนัง แล้วโน่นนี่ ไม่รู้จะทำให้ตัวเองเหนื่อยมากมายไปทำไม (หัวเราะ)….”
ความรักความสัมพันธ์ของ“ปันปัน”
“…สำหรับปัน ปันว่ามันคือความสบายใจที่เราจะอยู่ด้วย และการที่เค้าเข้าใจว่าเราอยู่ในจุดนี้นะ แล้วจะไม่นำปัญหาเข้ามาให้เราปวดหัว ต้องเข้าใจว่าเราทำงานในวงการนี้ ต้องเจอคนโน้นคนนี้ ถ่ายละครก็ต้องแบบนี้นะ แล้วปันก็ยุ่ง ชีวิตทำอะไรเยอะ เพื่อนก็ติด ออกกำลังกายก็ต้องออก แล้วถ้าคุณเข้ามา ชีวิตชั้นจะไม่เปลี่ยน แต่แค่จะมีคุณเข้ามาอยู่ในชีวิตของชั้นในจุดนึง แล้วก็ต้องทำให้ชีวิตมันดีขึ้น คบกันแล้วปันต้องรู้สึกว่ามัน เออ มันเติมเต็มมากขึ้น ไม่ใช่คบกันแล้วบั่นทอนจิตใจ ไม่เอา แม่ก็จะบอกว่า คบใครให้คบกันเป็นเพื่อนไว้ มันจะได้ยืนยาว อย่าไปใช้คำว่าแฟนกัน เป็นแฟนกันมันก็ต้องมีเลิกกัน แต่เพื่อนกันเนี่ย เค้าจะคบกันไปเรื่อยๆ เราก็ต้องฟังแม่ไว้นะคะ (ยิ้ม) คบเป็นเพื่อนสนิทอ่ะ คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่แบบถือสถานะว่า คุณเป็นคนรักของชั้น ปันว่ามันไม่ยืนยาวหรอก แบบนั้นอ่ะ…”
ตัวตนของ “ปันปัน” ในสายตาของเธอเอง
“…ถ้าให้ปันมองตัวเอง ปันว่าปันเป็นคนตลก ไม่ค่อยคิดอะไรมาก ง่ายๆ คนนึง แต่เพื่อนๆจะมองว่า ปันเป็น Entertainer ปันเคยทำ Personality Test ก็ออกมาเป็นแบบนี้ เพื่อนก็บอกว่าเป็นคนที่ Entertain ทุกคน อีปันไปไหนตรงนั้นก็จะตลก
ปันเป็นคนที่เด๋อมากนะ พี่รู้มั้ย (หัวเราะ) ทำอะไรแบบงงๆ ขับรถผิดทาง ทำของหล่น เรื่องที่รู้สึกว่าเด๋อที่สุดคือ จะไปงานบวชเพื่อน จำได้ว่าเป็นวัดบางบอน ปันก็เปิด Map เลยนะ แล้วขับรถแบบออกนอกเมือง แต่วนยังไงก็ไม่รู้ขึ้นทางด่วนกลับมาทางเดิม เข้าเมืองเฉยเลย หนูเลยไม่ไปละ จอดรถ Map ไม่ได้ผิดนะ แต่ปันเด๋อเอง…”
ผ่านกระแสคลื่นลมในวงการมาหนักหนาแต่ว่าความสุขในชีวิตของ“ปันปัน” ก็ยังคงอยู่เสมอ.
“…ความสุขของปันหาง่ายมากเลยนะคะ เราจะไม่เอาความทุกข์มาจมปลักกับตัวเอง มองทุกคนโปร่งใส ไม่คิดร้ายกับเราไว้ก่อน เพราะเราไม่คิดร้ายกับใคร ซึ่งจริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะในการมองแบบนี้ (หัวเราะ) แต่มันทำให้ปันมีความสุขได้ด้วยตัวเอง คือหนึ่งปันมีคนรอบตัวที่ดี สองคือปันรู้จักใครมาใหม่ในชีวิต ปันคุยกับเค้าทุกเรื่องเลยนะ เปิดไปเลย และปันก็คิดว่าเค้าก็ไม่ได้เกลียดเราด้วยนะ เพราะเราเป็นแบบนี้ ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรในชีวิตเลย ความสุขมันหาง่ายมาก แค่ปันได้ลงไปหาอาม่าปันก็มีความสุขแล้วล่ะ (หัวเราะ)…”
อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะรู้ก็โดยไม่ต้องบอกอะไรมากว่า ทั้งรอยด่าง และสีสันแห่งโลกมายา
ไม่เคยเปลี่ยนตัวตน คุณค่าและความแข็งแกร่งตามธรรมชาติของปันปัน สุทัตตา ไปได้เลย…
สถานที่ Le Dalat Restaurant
เสื้อผ้า le_qua_official by SOS
Missmodern_Boutique by SOS
Evalynbrand by SOS