โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หั่นดบ.- เพิ่มวงเงิน’ บัตรเครดิต – สินเชื่อส่วนบุคคล แบงก์ชาติช่วยลูกหนี้รายย่อย รอบ 2

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มิ.ย. 2563 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2563 เวลา 01.54 น. • The Bangkok Insight

'หั่นดบ.- เพิ่มวงเงิน' แบงก์ชาติออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ลดผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ลดลงสูงสุดถึง 4% เริ่มสิงหาคมนี้ 

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ธปท. ได้มี มาตรการ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มาเป็นลำดับ ซึ่ง มาตรการ ต่าง ๆ นั้นจะทยอยครบกำหนดแล้ว

'หั่นดบ.- เพิ่มวงเงิน'

ธปท. จึงได้หารือกับผู้ให้บริการทางการเงิน ประกอบด้วย สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ สมาคม และชมรม ของผู้ให้บริการทางการเงินรวม 9 แห่ง ออกมาตรการ เพิ่มเติมระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย ซึ่งรวมถึง การ 'หั่นดบ.- เพิ่มวงเงิน' ดังนี้

ปรับลดเพดานดอกเบี้ยเป็นการทั่วไป ร้อยละ 2 - 4 ต่อปี

สำหรับบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับ มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563 แบ่งออกเป็น

  • บัตรเครดิต จาก 18% เหลือ 16%
  • สินเชื่อส่วนบุคคลที่มีวงเงินหมุนเวียน จาก 28% เป็น 25%
  • สินเชื่อส่วนบุคคล ที่ผ่อนชำระเป็นงวด จาก 28% เหลือ 25%
  • สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ จาก 28% เหลือ 24%

เพิ่มวงเงินบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับ ประเภทวงเงินหมุนเวียน หรือที่ผ่อนชำระเป็นงวด

สำหรับลูกหนี้ที่มีความจำเป็นต้องใช้วงเงินเพิ่มเติม และมีพฤติกรรมการชำระหนี้ ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ขยายวงเงินจากเดิม 1.5 เท่า เป็น 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน เป็นการชั่วคราวถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564  มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2563

มาตรการขั้นต่ำเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 2

มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ขยายขอบเขตและระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และไม่เป็น NPLs ณ วันที่ 1 มีนาคม 2563 โดยผู้ให้บริการทางการเงิน ต้องจัดให้มีทางเลือกความช่วยเหลือขั้นต่ำให้ลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบได้เลือกตามประเภทสินเชื่อ เช่น การผ่อนชำระขั้นต่ำ การเปลี่ยนสินเชื่อระยะสั้นเป็นระยะยาว การลดค่างวด การเลื่อนชำระค่างวดหรือเงินต้น เป็นต้น

กำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องอำนวยความสะดวก รวมทั้งให้ข้อมูลที่ครบถ้วนเพียงพอ ต่อการตัดสินใจของลูกหนี้ เช่น เปรียบเทียบภาระหนี้เดิม และหนี้ใหม่ จำนวนหนี้ และจำนวนงวดที่เพิ่มขึ้น และดอกเบี้ย ที่ลูกหนี้ต้องจ่ายเพิ่ม จากการขอเลื่อนชำระหนี้

'หั่นดบ.- เพิ่มวงเงิน'

การช่วยเหลือตาม มาตรการ ขั้นต่ำข้างต้น จะไม่ถือว่าเป็นการผิดนัดชำระหนี้ จึงไม่สามารถเรียกเก็บเบี้ยปรับ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และในกรณีที่ ลูกหนี้ประสงค์จะชำระหนี้ก่อนกำหนด จะต้องไม่มีการคิดค่าเบี้ยปรับ (prepayment fee)

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน เช่น แอปพลิเคชัน เว็บไซต์ Call Center หรือส่งข้อความ SMS ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 จนถึง 31 ธันวาคม 2563

ปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ผู้ให้บริการทางการเงิน ต้องเร่งปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ โดยคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อช่วยบรรเทาภาระให้ลูกหนี้ เช่น โดยการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ เปลี่ยนสินเชื่อจากระยะสั้น เป็นระยะยาว เลื่อนการชำระค่างวด ลดดอกเบี้ย และกรณีลูกหนี้ี่ได้รับผลกระทบจนเป็น NPLs ขอให้พิจารณาชะลอการยึดทรัพย์

ธปท. เชื่อมั่นว่ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยเพิ่มเติมระยะที่ 2 นี้ จะทำให้ลูกหนี้ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที ลดภาระหนี้และโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ ขณะที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถบริหารจัดการความเสี่ยง และมีวิธีปฏิบัติต่อลูกหนี้ในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามการดำเนินการอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...