หุ้นโบรกฯวิ่งสลุดทั้งกลุ่ม 45-365% รับวอลุ่มทะลุแสนลบ. ดันงบแจ่ม
ข่าวด่วน
หุ้นโบรกฯวิ่งสลุดทั้งกลุ่ม 45-365% รับวอลุ่มทะลุแสนลบ. ดันงบแจ่ม
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 64 10:16 น.
12 หุ้นโบรกเกอร์สุดฮ็อต ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปีบวก 45-365% แถมส่วนใหญ่ขึ้นทำไฮรอบหลายปี พบราคาบวกแรงเกิน 100% ถึง 6 บริษัท สูงสุด 409% วงการมองรับอานิสงส์วอลุ่มพุ่งเฉลี่ยเกินแสนล้านบาท แถมรายย่อยแห่เข้าตลาดฯ เพียบ
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สำรวจการเคลื่อนไหวราคาหุ้นของกลุ่มธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือ โบรกเกอร์ หลังตลาดหุ้นไทยปีนี้มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกว่า 1 แสนล้านบาท โดยพบว่าตั้งแต่ต้นปี (YTD) ราคาหุ้นกลุ่มนี้ทั้ง 12 บริษัท ปรับตัวขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่ 45-365% หรือเฉลี่ยทั้งกลุ่มที่ 133 ขณะที่ส่วนใหญ่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบมากกว่า 3 ปี
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มโบรกเกอร์ปี 64
ชื่อย่อหุ้น
ราคาปิด 12 พ.ค. (บ.)
%chg YTD
ราคาสูงสุดปีนี้ (บ.)
%chg เทียบสิ้นปี 63
นิวไฮในรอบ
AEC
0.79
364.71
0.84
394.12
6 ปี
XPG
4.76
344.86
5.45
409.35
16 ปี
GBX
1.53
200.00
1.76
245.10
11 ปี
FSS
3.9
114.29
4
119.78
7 ปี
AIRA
2.1
103.88
2.5
142.72
4 ปี
UOBKH
7.15
90.16
8
112.77
All Time High
TNITY
7.55
82.37
7.75
87.20
8 ปี
ASP
3.76
72.48
3.94
80.73
3 ปี
CGH
1.17
69.57
1.31
89.86
3 ปี
KGI
6.35
67.11
6
57.89
17 ปี
MBKET
12.9
45.76
13.5
52.54
3 ปี
FNS
5.5
44.74
5.8
52.63
8 ปี
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ สำรวจข้อมูล ณ 12 พ.ค.64
บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) หรือ AEC เป็นบริษัทที่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 364.71% ขณะที่ปีนี้ ราคาหุ้นทำจุดสูงสุดที่ 0.84 บาท เพิ่มขึ้น 394.12% จากสิ้นปี 63 และราคาหุ้นยังทำนิวไฮในรอบ 6 ปีอีกด้วย
ด้าน บมจ.เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล (XPG) ที่เปลี่ยนชื่อมาจาก บมจ.ซีมิโก้ แคปิตอล (ZMICO) ราคาหุ้นทะยานขึ้นไปทำจุดสูงสุดถึง 5.45 บาท หรือ เพิ่มขึ้่น 409.35% จากสิ้นปี 63 ซึ่งเป็นระดับนิวไฮในรอบถึง 16 ปี โดยล่าสุดราคาอยู่ที่ 4.76 บาท เพิ่มขึ้น 344.86% YTD
ขณะที่มีอีก 3 โบรกเกอร์ ที่ราคาหุ้น YTD ปรับตัวขึ้นมากกว่า 100% ประกอบด้วย บมจ.โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ (GBX) ราคาปรับตัวขึ้น 200% โดยขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1.76 บาท เพิ่มขึ้น 245.10% จากสิ้นปี 63 ซึ่งเป็นการทำนิวไฮในรอบ 11 ปี,
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 114.29% โดยขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 4 บาท เพิ่มขึ้น 119.78 จากสิ้นปี 63 ทำนิวไฮในรอบ 7 ปี และ บมจ.ไอร่า แคปปิตอล (AIRA) ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 103.88% แถมขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 2.5 บาท หรือ 142.72% จากสิ้นปี 63 โดยเป็นการทำนิวไฮรอบ 4 ปี อีกด้วย
*** ASP-MBKET กำไร Q1/64 โตทะลัก
ทั้งนี้เมื่อพิจารณางบการเงินไตรมาส 1/64 ถือว่า สอดคล้องกับราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรง โดยกลุ่มโบรกเกอร์ มี 2 บริษัท ที่ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 แล้ว ประกอบด้วย บมจ.อเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) ที่มีกำไรสุทธิ 349.58 ล้านบาท เติบโต 1,352% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET มีกำไรสุทธิ 276.73 ล้านบาท เติบโตขึ้น 105.47% จากปีก่อน
*** วงการมองวอลุ่มทะลัก ดันกำไร-ราคาหุ้น
"ไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ทิสโก้ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) มองว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/64 ของกลุ่มโบรกเกอร์ ที่จะประกาศตามหลัง ASP และ MBKET มีแนวโน้มสูง ที่จะปรับตัวขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรสุทธิปี 63 อยู่ในระดับต่ำ จากผลกระทบมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นลดลง แต่ปีนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันราว 1 แสนล้านบาท ส่งผลให้คาดว่าตลอดทั้งปี 64 ผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มโบรกเกอร์ ยังเติบโตต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับ "ก้องเกียรติ โอภาสวงการ" ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (ASP) ที่ประเมินว่า รายได้ของกลุ่มธุรกิจโบรกเกอร์จะกลับมาเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพราะนักลงทุนรายย่อยเข้ามามีบทบาทกับตลาดหุ้นมากขึ้น สะท้อนจำนวนเปิดบัญชีใหม่ที่เพิ่มขึ้น หลังผลตอบแทนของหุ้น IPO กลับมาจูงใจนักลงทุนรายย่อยอีกครั้ง ในระยะถัดไปมองว่านักลงทุนรายย่อยจะมีบาทบาทกับตลาดหุ้นมากขึ้น หลังมีอัตราการจองหุ้น IPO ในระดับสูง ส่งผลให้โบรกเกอร์จำเป็นต้องปรับตัว ลดสัดส่วนหุ้น IPO ของนักลงทุนสถาบันลง และเพิ่มให้นักลงทุนรายย่อยมากขึ้น
ด้าน "ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/64 ของกลุ่มโบรกเกอร์ มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนอย่างโดดเด่น หลังมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1 แสนล้านบาท เทียบกับปีก่อน อยู่ที่ราว 5 หมื่นล้านบาท/วัน โดยมองว่ามูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยในปีนี้ เฉลี่ยทั้งปีคาดยังสูงกว่าปีก่อน หลังนักลงทุนหน้าใหม่หันมาสนใจลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น สะท้อนจากจำนวนการเปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ประเมินว่า นักลงทุนรายย่อยจะเริ่มหันมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น หลังผลตอบแทนหุ้น IPO ในระยะหลัง อยู่ในระดับสูง สามารถจูงใจนักลงทุนหน้าใหม่ได้ ประกอบกับ นักลงทุนเริ่มมีความตระหนักรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้น หรือกองทุนรวม ซึ่งระยะยาวมีความเสี่ยงน้อยกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝากประจำ ที่ให้ผลตอบแทนต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี
*** ชี้การแข่งขันยังเดือด แต่ตลาดใหญ่ขึ้น
"ก้องเกียรติ โอภาสวงการ" เผยต่อไปว่า อุตสาหกรรมยังมีการแข่งขันที่รุนแรงเหมือนเดิม แต่ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าช่วง 2 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงตกต่ำของอุตสาหกรรมฯ ส่งผลให้ผลกระทบต่อการดำเนินงานลดลง และผู้ประกอบการได้ปรับตัวกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจมากขึ้นด้วย
ส่วนค่าธรรมเนียมในปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว มองว่าในระยะถัดไปยังคงทรงตัว เพราะไม่สามารถปรับขึ้นค่าธรรมเนียมได้ เนื่องจากอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกัน ก็ไม่สามารถจะปรับลดค่าธรรมเนียมให้ต่ำลงไปกว่านี้ได้เเล้ว เพราะปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมากแล้ว
ส่วน "ภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ" มองว่า ภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ ยังคงเข้มข้นเหมือนเดิม แต่มองว่าลดระดับความรุนแรงลงมาพอสมควร เนื่องจากการทำธุรกิจของแต่ละโบรกเกอร์ในปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น โดยค่าธรรมเนียมของทุกโบรกฯ ในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับดังกล่าวต่อไป เนื่องจากไม่สามารถลดค่าธรรมเนียมเพื่อแย่งชิงลูกค้ากันได้อีกแล้ว
รายงาน โดย จิรายุส์ ขุนนางประเสรืฐ เรียบเรียง โดย ศราพงค์ นันติวงค์
อีเมล์. sarapong@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ