โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ธุรกิจบริหาร/ติดตามหนี้กร่อย เอ็นพีแอลถูกแช่แข็ง-แบงก์ชะลอตัดขาย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ย 2564 เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2564 เวลา 00.37 น.

ธุรกิจ “บริหารหนี้-ติดตามหนี้” ธุรกรรมฮวบ เหตุแบงก์ชะลอขายหนี้จากผลของมาตรการ ธปท.ผ่อนปรนจัดชั้นหนี้ช่วยกดเอ็นพีแอลไว้ไม่ให้พุ่ง หนุนแบงก์อุ้มลูกหนี้ในช่วงวิกฤต “BAM” เผย 7 เดือนแรกเพิ่งรับซื้อเอ็นพีแอลได้แค่ 2 พันล้านบาท ระบุส่วนหนึ่งแบงก์ชะลอขายหากไม่ได้ราคาที่ดีด้วย ขณะที่ “CHAYO” แจงงานทวงหนี้ก็ลดลง ทั้งหนี้บ้าน-หนี้ส่วนบุคคล จากมาตรการพักชำระ ฟาก “JMT” คาดรับซื้อหนี้ได้ตามเป้าแม้ภาพรวมธุรกรรมชะลอ

นายบัณฑิต อนันตมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 6-7 เดือนแรกของปี 2564 ที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งจะรับซื้อหนี้มาบริหารได้เพียง 1,000-2,000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีตั้งไว้ที่ 9,000 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญมาจากแนวทางการผ่อนปรนเกณฑ์การจัดชั้นหนี้ให้สถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

“การขายหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของระบบสถาบันการเงินชะลอตัวลง เพราะหนี้บางส่วนยังไม่ถูกจัดชั้นหนี้ โดยยังคงสถานะลูกค้าปกติภายใต้ผลกระทบของโควิด-19 โดย ธปท.ก็ช่วยแบงก์ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการช่วยเหลือลูกหนี้ จึงไม่ให้บันทึกเป็นหนี้เสียเพราะต้องการให้ช่วยประคองกันไปก่อน ทำให้เอ็นพีแอลไม่ได้ถูกขายออกมาตามจังหวะปกติ รวมถึงหากราคาไม่ได้ตามที่ต้องการ ธนาคารก็จะชะลอการขายเช่นกัน ซึ่งเราเองก็บริหารของเก่าที่มีอยู่ไป เพราะถ้าซื้อมากเงินก็จะจมเช่นกัน” นายบัณฑิตกล่าว

นายสุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชโย กรุ๊ป (CHAYO) กล่าวว่า การผ่อนปรนการจัดชั้นหนี้มีผลทำให้ปริมาณธุรกรรมการรับจ้างทวงถามหนี้ และปริมาณการเทขายหนี้เอ็นพีแอลปรับลดลงราว 20% โดยธุรกรรมในส่วนของติดตามทวงถามหนี้ โดยเฉพาะธุรกรรมของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) ลดลงอย่างชัดเจน จากมาตรการพักชำระหนี้ รวมถึงมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ (TDR)

“มาตรการที่ออกมาช่วยให้ปัญหาหนี้เสียทุเลาลง ซึ่งมีผลต่อการขายทรัพย์เอ็นพีแอลของสถาบันการเงิน ที่มีน้อยลงและช้าลง สะท้อนจากตัวเลขการเสนอขายหนี้เอ็นพีแอล (TOR) ลดเหลือเพียง 70,000-80,000 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่กว่า 100,000 ล้านบาท” นายสุขสันต์กล่าว

สำหรับเป้าหมายการรับซื้อหนี้มาบริหารของ CHAYO ปีนี้ตั้งวงเงินรับซื้อหนี้ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท ปัจจุบันใช้วงเงินรับซื้อไปแล้วราว 400-500 ล้านบาท คิดเป็นมูลหนี้ 2,400 ล้านบาท คาดว่าภายในสิ้นปียอดคงค้างเพิ่มขึ้นสุทธิ 15,000 ล้านบาท เป็น 80,000 ล้านบาท จากปัจจุบันพอร์ตอยู่ที่ 65,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อมีหลักประกัน 50,000 ล้านบาท และไม่มีหลักประกัน 15,000 ล้านบาท

“งานตามหนี้และการตัดขายเอ็นพีแอลของแบงก์ลดลงพอ ๆ กันราว 20% โดยงานตามหนี้ช้าลงในสินเชื่อบ้านและส่วนบุคคล ซึ่งเราเห็นสัญญาณตั้งแต่เดือน เม.ย.ปีก่อน และปีนี้มาช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.โดนเต็ม ๆ โดยพอร์ตตามหนี้ลดลงจาก 6,000-8,000 ล้านบาท เหลือ 5,000-6,000 ล้านบาท” นายสุขสันต์กล่าว

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) กล่าวว่า ธุรกรรมงานรับจ้างติดตามทวงถามหนี้ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2563 สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณธุรกรรมจะปรับขึ้นลงตามแนวทางมาตรการการช่วยเหลือของ ธปท.เป็นสำคัญ โดยคาดว่าปีนี้น่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว พอร์ตงานติดตามหนี้น่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 30,000 ล้านบาท จากช่วงก่อนมีมาตรการ ธปท.ขึ้นจากระดับ 20,000 ล้านบาท เป็น 40,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ พอร์ตงานติดตามทวงถามหนี้ที่ธนาคารส่งให้จะมี 2 แบบ คือ 1.หนี้อายุน้อย และ 2.หนี้ค้างชำระนานหลายปี โดยพอร์ตส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ที่อายุน้อย ซึ่งปัจจุบันธนาคารส่งให้น้อยลง อย่างไรก็ดี การตัดขายเอ็นพีแอลของสถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังปกติ แต่พบว่ามีบางรายเลื่อนการขายจากกำหนดเดิม ซึ่งปกติในช่วงไตรมาส 3-4 จะเป็นฤดูกาลการขายเอ็นพีแอลมากที่สุด

สำหรับปีนี้คาดว่าจะมีการขายเอ็นพีแอลออกมาอย่างน้อย 20,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทยังคงเดินหน้ารับซื้อหนี้ต่อเนื่อง โดยตั้งงบประมาณการรับซื้อไว้ทั้งปีอยู่ที่ 6,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปีสามารถรับซื้อหนี้ได้แล้วกว่า 3,300 ล้านบาท ลดลงจากปี 2563 ที่สามารถรับซื้อได้ราว 3,500 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตเอ็นพีแอลอยู่ที่ 210,000 ล้านบาท

“มาตรการจัดชั้นหนี้ของ ธปท.ทำให้เอ็นพีแอลถูกกันไว้ไม่ให้ไหลลงมาแรง แต่เป็นการทยอยไหลของปริมาณหนี้ ซึ่งจากการคาดการณ์มองว่าหนี้ในกลุ่มรายย่อยที่ถูกกันไว้ไม่ให้เป็นเอ็นพีแอลภายใต้ความช่วยเหลือมีอย่างน้อย 2-3% หากไม่มีมาตรการคาดว่าหนี้เอ็นพีแอลกลุ่มนี้จะเพิ่มเป็น 5%” นายสุทธิรักษ์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...