โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์ชาติเคาะเกณฑ์ค้ำประกัน 100% ธุรกิจเสี่ยง "โรงเรียน-โรงแรม"ลุ้นกู้ใหม่แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2564 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2564 เวลา 00.13 น.

ธปท.-บสย.-แบงก์ เคาะเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟูเฟส 2 วงเงิน 1 แสนล้าน ลดค่าธรรมเนียม 2 ปีแรกเหลือ 1% พร้อมคืนค่าธรรมเนียมลูกค้าเฟสแรก 0.75% ขยับวงเงินลูกค้าใหม่-เก่าให้เข้าถึงสินเชื่อสูงขึ้นเป็น 50 ล้าน ที่พักแรม ร้านอาหาร กิจการนำเที่ยว ขนส่ง บันเทิง ก่อสร้าง สถานศึกษา ร้านนวดสปา รัฐค้ำประกัน 100% ร้อนเงินยื่นขอกู้ได้ 6 ก.ย.นี้

แหล่งข่าวจากสถาบันการเงิน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลการประชุมระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สถาบันการเงิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อปรับหลักเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟูของ ธปท. ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการค้ำประกันระยะที่ 2 วงเงิน 1 แสนล้านบาท มีข้อสรุปสำคัญที่มีการปรับเปลี่ยนมีอยู่ 4 เรื่อง

ได้แก่ 1.การขยายวงเงินสินเชื่อแก่ลูกหนี้ใหม่และลูกหนี้เดิมที่มีวงเงินเดิมต่ำ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้ได้รับสินเชื่อที่เพียงพอต่อการดำเนินกิจการภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่มีแนวโน้มรุนแรงและยืดเยื้อยิ่งขึ้น โดยลูกหนี้ใหม่ จากเดิมวงเงินไม่เกิน 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 50 ล้านบาท

ขณะที่ลูกหนี้เดิม จาก 30% ของวงเงินสถาบันการเงินแต่ละแห่ง ณ วันที่ 31 ธ.ค. 62 หรือ 28 ก.พ. 64 ทั้งนี้ ไม่เกิน 150 ล้านบาท ปรับเป็นให้วงเงิน 30% ของวงเงินแต่ละสถาบันไม่เกิน 150 ล้านบาท หรือสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้ที่ 30% ของวงเงินเดิมไม่ถึง 50 ล้านบาท

“คุณสมบัติยังเหมือนเดิม คือเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย ไม่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจการเงิน มีวงเงินสินเชื่อธุรกิจกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 28 ก.พ. 64 ไม่เกิน 500 ล้านบาท หรือไม่มีวงเงินสินเชื่อก็ได้ โดยจะต้องไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 62”

ธุรกิจเสี่ยงรายเล็กค้ำฯ 100%

2.เพิ่มอัตราชดเชยความเสียหายลูกหนี้รายตัวสำหรับกลุ่มลูกหนี้ Micro หรือ SME Sector ที่ยังได้รับผลกระทบหนัก ซึ่งจะลดโอกาสการเรียกหลักประกันเพิ่มเติม โดยกลุ่มลูกหนี้ Micro จากเดิมอัตราการค้ำประกันจะอยู่ที่ 90% ปรับเป็น 100% ส่วนกลุ่ม SME กรณีกลุ่มทั่วไปคงอัตราการค้ำประกันอยู่ที่ 80%

และกลุ่มเสี่ยง ขนาดเล็ก เช่น เซ็กเตอร์กลุ่มเสี่ยง อาทิ ที่พักแรม ร้านอาหาร ธุรกิจนำเที่ยว ขนส่งผู้โดยสาร ธุรกิจบันเทิงและสันทนาการ ก่อสร้าง สถานศึกษา และธุรกิจบริการอื่น เช่น ธุรกิจนวดสปา จะค้ำประกัน เพิ่มเป็น 100% ส่วนกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วไปอยู่ที่ 60% และกลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ 70%

โดยแนวทางการพิจารณาในกลุ่มเซ็กเตอร์เสี่ยงโดยคำนึงถึงการเข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟูยังจำกัด และมีนัยต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เช่น มีการจ้างงานในระดับสูงและมีความจำเป็นในการรักษาศักยภาพและโอกาสในการฟื้นตัว อย่างไรก็ดี พอร์ตการค้ำประกันรวมยังอยู่ที่ 40%

ลดค่าฟีลูกค้ารายใหม่

ข้อสรุปข้อที่ 3 ลดค่าธรรมเนียมบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น โดยมีภาระค่าธรรมเนียมค้ำประกันลดลง โดยในช่วงปีที่ 1-2 ในช่วงที่ธุรกิจยังไม่ฟื้นตัวปรับอัตราค่าธรรมเนียมเหลือ 1% ต่อปี จากเดิมอยู่ที่ 1.75% ต่อปี

ซึ่งทำให้ภาระค่าธรรมเนียมรวมของลูกหนี้ปรับลดลงจาก 14% เหลือ 13% ทั้งนี้ ให้ภาครัฐชดเชยค่าธรรมเนียม บสย.ให้เร็วขึ้นเป็นปีที่ 1-6 ซึ่งจูงใจให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ได้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว

ประเด็นที่ 4 การคืนค่าธรรมเนียมให้ลูกหนี้หากไม่ต้องการต่ออายุการค้ำประกันโดยจะคืนให้ภายใน 150-210 วันนับตั้งแต่หนังสือค้ำประกัน (L/G) ครบกำหนดการ ต่ออายุค้ำประกันปีที่ 1

“โดยกำหนดระยะเวลายื่นรับคำขอตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2564 สิ้นสุดรับคำขอวันที่ 9 ตุลาคม 2566 เป็นระยะเวลา 2 ปี 1 เดือน โดยระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 10 ปี” แหล่งข่าวกล่าว

คลังเตรียมชดเชยผู้ประกอบการ

สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟูนั้น จะมีการปรับปรุงค่าธรรมเนียมการค้ำประกันต่าง ๆ ด้วย แต่กระทรวงการคลังรวมทั้ง ธปท.คำนึงถึงผู้ประกอบการเฟสแรกที่เคยได้รับสินเชื่อไปแล้ว จึงอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือลูกค้าเฟสแรกที่ได้รับสินเชื่อด้วย ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการที่รับสินเชื่อไปแล้วได้รับประโยชน์เท่ากับเฟส 2

ทั้งนี้ สินเชื่อฟื้นฟูอีก 1 แสนล้านบาท ในเฟส 2 จะมีการปรับลดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เนื่องจากต้องการช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น

โดยช่วงปีที่ 1-2 จะปรับอัตราค่าธรรมเนียมเหลือ 1% ต่อปี จากเดิมอยู่ที่1.75% ต่อปี โดยผู้ประกอบการที่เคยได้รับสินเชื่อเฟสแรกแล้วก็จะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งหากผู้ประกอบการทำประกันกับ บสย.เป็นปีที่ 2 ก็จะนำเงินส่วนเกินที่ได้จากการลดในปีแรกไปเฉลี่ยเป็นส่วนลดในปีที่ 2

ขณะที่กรณีผู้ประกอบการไม่ต้องการค้ำประกันต่อในปีที่ 2 เนื่องจากต้องการปิดเงินกู้ หรือมีหลักประกันให้กับสถาบันการเงินแทนการค้ำประกันของ บสย.แล้ว

ในส่วนนี้ บสย.จะดำเนินการคืนเงินส่วนเกินจากการลดอัตราค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการ จำนวน 0.75% โดยใช้งบประมาณชดเชยจากกระทรวงการคลังในการคืนเงิน ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาในเรื่องงบประมาณดังกล่าว

“คาดว่ากลุ่มนี้จะมีน้อย เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว เอสเอ็มอีส่วนใหญ่ยังต้องการเงินทุนอยู่ ซึ่งสินเชื่อฟื้นฟูก็ให้อัตราดอกเบี้ย 2 ปีแรกต่ำมาก ผู้ประกอบการจะต้องคว้าโอกาสส่วนนี้ไว้ก่อน ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะต้องคืนเงินส่วนเกิน 0.75% หลังจากลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันเหลือ 1% ให้ผู้ประกอบการเฟสแรกจำนวนเท่าไหร่ ต้องรอสินเชื่อฟื้นฟูเฟสแรกอนุมัติเต็มวงเงินก่อน และจะต้องรอดูข้อมูลจาก บสย.ด้วยว่าลูกค้าเฟสแรกจะมีการต่อประกันในปีที่ 2 ด้วยหรือไม่ เพราะถ้าลูกค้าไม่ต่อประกันปีที่ 2 ก็จะไปเฉลี่ยวงเงินส่วนเกินแล้วลดการค้ำประกันที่ปี 2 ให้” แหล่งข่าวกล่าว

เฟสแรกค้ำทะลุ 8.7 หมื่นล้าน

นางวสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ รักษาการผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า ขณะนี้ บสย. กระทรวงการคลัง และ ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟู เพื่อเตรียมรองรับวงเงินเฟสแรก 1 แสนล้านบาท ที่คาดว่าจะเต็มวงเงินในช่วง ก.ย.-ต.ค.นี้

ปัจจุบัน บสย.ค้ำประกันสินเชื่อไปแล้วกว่า 8.7 หมื่นล้านบาทช่วยผู้ประกอบการไปแล้วกว่า 28,500 ราย

โดยหากเต็มวงเงินแล้วจะมีการดำเนินการสินเชื่อฟื้นฟูเฟส 2 อีกจำนวน 1 แสนล้านบาททันที ซึ่งคาดว่าการปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อดังกล่าวจะได้ข้อสรุปและเร่งออกมาในช่วงต้นเดือน ก.ย. 64

“การพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์สินเชื่อฟื้นฟู เราคำนึงถึงลูกค้าที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากผลของการแพร่ระบาดโควิดมากขึ้น ซึ่งน่าจะทำให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวให้เข้ามาใช้ พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟูตัวนี้ได้มากขึ้น โดยส่วนของ max claim ยังจำนวนเท่าเดิม แต่รายละเอียดของแต่ละธุรกิจจะมีการปรับปรุงเกณฑ์” นางวสุกานต์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...