มูลนิธิร่วมกตัญญู ออกมาชี้แจง คำสั่งย้ายไม่ได้เป็นการลงโทษ วอนสื่อเข้าใจ
จากกรณีน้าป้อม หรือ นายนภดล ศรีทองคำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนคร71 มีคำสั่งให้ย้ายตัวด่วนไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานใหญ่บางพลี พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นกระแส ซึ่งในโลกโซเชียลต่างแชร์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในทำนองว่า คนทำดีแต่ถูกลงโทษ วานนี้ (3 มี.ค.62) ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงประกาศชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “มูลนิธิร่วมกตัญญู” โดยระบุข้อความว่า
ตามที่มีภาพและข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ กรณีนายนภดล สีทองคำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รหัส นคร71 ปฏิบัติหน้าที่เก็บศพผู้เสียชีวิตจากการกระโดดสะพานพระราม 7 เมื่อเวลา 00.30 น.เศษ ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกับ 2 โรงพักของ บช.น. และ 2 โรงพัก สังกัด บช.ภ.1 นั้น
ต่อมาสื่อมวลได้มีการนำเสนอภาพและข่าวในประเด็นที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องมานั่งเฝ้าศพจนถึงเช้า เพราะตำรวจ 4 โรงพักไม่มีใครรับเป็นเจ้าของคดีนั้น ซึ่งข้อเท็จ วอนสื่อเข้าใจจริงห้วงเวลาดังกล่าวได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปทีเกิดเหตุแล้ว ขาดแต่พนักงานสอบสวนกับแพทย์ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเป็นท้องที่ใด ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่มูลนิธิ อยู่ลำพัง จึงมีการทักท้วงถามข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ขึ้น ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจึงแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อหาข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ดังกล่าว
ดังนั้นเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบทางมูลนิธิ จึงมีคำสั่งให้นายนภดล ศรีทองคำ มาช่วยงานที่สำนักงาน เพื่อให้คณะกรรมการได้ซักถามข้อเท็จจริงทั้งหมด ตามเอกสารคำสั่งที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคำสั่งดังกล่าว มิใช่ การลงโทษหรือ พักงาน อย่างที่มีการเผยแพร่ตามสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อโซเชียล ก่อให้เกิดกระแสความไม่พอใจเป็นวงกว้างในทำนอง คนทำดีแต่ถูกลงโทษ
ทางมูลนิธิใคร่ขอเรียนชี้แจงว่า นายนภดล สีทองคำ ยังไม่ได้ถูกตัดสินลงโทษใดๆทั้งสิ้น หากการตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีความผิดหรือข้อบกพร่องใดๆ นายนภดล ศรีทองคำ หรือ นคร 71 จะกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติต่อไป มูลนิธิขอยืนยันว่า เราตระหนักถึงคุณค่าของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของเราทุกคน หากทำงานบนพื้นฐานของกฎระเบียบของมูลนิธิร่วมกตัญญูและอยู่ภายใต้กฎหมายคามูลนิธิพร้อมจะปกป้องและช่วยเหลือเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครของเราอย่างเต็มกำลังความสามารถเช่นกัน
ดังนั้นการนำเสนอข่าวสารใดๆก็ตามทางสื่อโซเชียลต่างๆ ทางมูลนิธิมูลนิธิ ใคร่ขอความกรุณาทุกๆท่านโปรดพิจารณาข้อความข่าวสารให้ถี่ถ้วนรอบคอบและครอบคลุมในทุกๆด้าน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆท่านจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมูลนิธิน้อมรับทุกคำติติงหรือกำลังใจจากทุกๆท่านไว้ ณ โอกาสนี้