โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คริปโตโนแมดความหวังฟื้นท่องเที่ยวปูทางคริปทัวรึซึ่ม-ดิจิทัล ทริปเปอร์ไอ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 28 ก.ย 2564 เวลา 14.34 น. • เผยแพร่ 28 ก.ย 2564 เวลา 17.00 น.

ท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้ประเทศ แต่ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิดการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงมีแนวคิด Cryptourism ดึงต่างชาติถือเงินดิจิทัลกระตุ้นท่องเที่ยวพร้อมเล็งผุดแพลตฟอร์มช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง

ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า นโยบายเปิดประเทศหลังโควิดของรัฐบาล ททท. เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายหลักที่น่าสนใจคือ นักท่องเที่ยวคือผู้มีความมั่งคั่ง มีกำลังซื้อสูง ซึ่งกลุ่มถือสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ “คริปโตเคอเรนซี่” เช่น บิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เป็นหนึ่งในนั้น จึงเกิดแนวคิด “Cryptourism” ขึ้นมา 

เนื่องจากทุกวันนี้โลกเปลี่ยนไป ต้องใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง โดยมองว่า 1.เป็นช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการในระยะสั้นเพื่อให้ได้สภาพคล่องเข้ามา 2 .เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการรองรับการเปลี่ยนแปลงหลังสถานการณ์โควิด ซึ่งเป็นเรื่องของการปรับตัวเพื่อรองรับการเข้ามาของคริปโตเคอร์เรนซีหรือสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ 3. ไทยต้องการนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามา

“จากเดิมไทยเคยมีรายได้จากการท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ดังนั้นการรักษาตำแหน่งและขีดความสามารถในการแข่งขัน ตอบโจทย์อนาคตเป็นสิ่งสำคัญ”

ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ททท.อยากเห็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อไปในอนาคตที่อยู่บนพื้นฐานดิจิทัล เรียกว่า เป็น “ดิจิทัล ทริปเปอร์ไอ” ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 ไอแรกคือ อุตสาหกรรม ที่ต้องเป็นดิจิทัลมากขึ้น 2. ดิจิทัล อินเวสเมนท์ คือการให้ความสำคัญกับการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ และ 3.ดิจิทัล อินโนเวชั่น เป็นการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ไม่ว่าจะเป็นเออาร์ วีอาร์ บล็อกเชน เทคโนโลยีจดจำใบหน้า ฯลฯ เป็นสิ่งที่ททท.อยากทำ

 นอกจากนี้ ททท.กำลังทำแพลตฟอร์มช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลุ่มเปราะบาง มีปัญหาสภาพคล่องและการเข้าถึงสินเชื่อ ในรูปแบบสินทรัพย์ดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยี บล็อกเชน ในรูปแบบโทเคน ดิจิทัล พร้อมใช้ อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด 

จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า สินทรัพย์ดิจิทัลเติบโตเร็วมากในไทยและเป็นเทรนด์ของโลก จาก 4 ปีที่ผ่านมามาร์เก็ตแคป 800 พันล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันโต4 เท่าของจีดีพีประเทศไทย ฉะนั้นการดึงกลุ่ม “คริปโตโนแมด” จะมีผลต่อการกระตุ้นจีดีพีของประเทศมหาศาล หากสามารถวางโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเกี่ยวกับดิจิทัลเข้ามารองรับจะสามารถถึงคนกลุ่มนี้เข้ามาประเทศไทย สามารถทำให้จีดีพีไทยโตได้อีก 4 เท่าตัวจากเดิมที่จีดีพีจะมาจากการท่องเที่ยว 20%

“เทรนด์ที่กำลังจะมาหลังจากโควิด คือ กลุ่มคริปโตโนแมด อยากที่จะเข้ามาเมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมือง Workation เหมาะกับการทำงานและพักผ่อนที่สุดในโลก"

ขณะเดียวกันเกิด นาโน อองเทอร์เพอร์เนอร์“ที่สามารถรับงานได้จากหลายบริษัท เช่น อาชีพกราฟิก ดีไซเนอร์ คล้ายๆ กับฟรีแลนซ์หรือกิ๊ก อีโคโนมี ที่ประกอบอาชีพอิสระสามารถทำงานหลาย ๆ อย่างได้ ซึ่งเป็นการจ้างงานแบบชั่วคราว มีความยืดหยุ่นด้านเวลาสูง และพึ่งพาแพลตฟอร์มออนไลน์ในการทำงาน ซึ่งเป็นเทรนด์การทำงานที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลส์ ดังนั้น คนเหล่านี้จะอยู่ที่ไหนก็สามารถทำงานได้ จะอยู่กรุงเทพฯ เขาใหญ่ เชียงใหม่ ภูก็ต ก็ได้ ดังนั้นโรงแรมสามารถเปิดให้บริการพักระยะยาวได้จากเดิมที่เป็นระยะสั้น

จิรายุส กล่าวว่า ททท. น่าจะสร้างแพลตฟอร์มลิงค์ท่องเที่ยวออกมาเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆเหมือนกับแพลตฟอร์ม “แอร์บีแอนด์บี” (Airbnb) ทราเวลโลก้า หรืออโกด้า เชื่อทำให้ประเทศไทยหลุดจากกับดักรายได้ปานกลางได้ จากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงดาต้าที่มีอยู่ รวมทั้งแนะให้ผู้ประกอบการศึกษาเทรนด์เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไปพร้อมปรับธุรกิจรับกับความต้องการลูกค้า

"หากใครสามารถคาดเดาพฤติกรรมลูกค้าได้แม่นยำที่สุดจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์และกลายเป็นผู้ชนะ ในที่สุด จะแพ้หรือชนะ ขึ้นอยู่ที่ใครสามารถทำสินค้าหรือบริการที่ถูกใจลูกค้าได้มากที่สุด"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...