โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

1 ร่างกายช่วยได้ 8 ชีวิต กับเหตุผลดี ๆ ที่ทุกคนควรบริจาคอวัยวะ

Mango Zero

เผยแพร่ 12 มี.ค. 2564 เวลา 04.36 น. • Mango Zero

ทุก ๆ คนเคยบริจารอะไรกันบ้างครับ ? ถ้าการบริจาคอย่างง่ายที่สุดก็คงเป็นสิ่งของหรือไม่ก็เงิน หรืออย่างบ้างคนก็อาจจะเป็นการบริจาคเลือดใช่ไหมครับ ? แต่หากพูดถึงเรื่องบริจาคอวัยวะละ ? คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องน่ากลัวหรือยุ่งยากหรือเปล่า

แต่คุณไหมว่าจริง ๆ แล้วการบริจาคอวัยวะนั้นทำได้ง่ายมาก ๆ และประเทศไทยก็กำลังต้องการผู้บริจาคอวัยวะเป็นจำนวนมาก ทำให้ในบทความนี้ผมอยากจะขอเชิญชวนทุกคนเข้ามาเป็นผู้บริจาคอวัยวะ และช่วยไขข้อข้องใจสำหรับคนที่สงสัยหรือไม่กล้าที่จะบริจาคอยู่ครับ

ทำไมถึงควรบริจาคอวัยวะ

คำถามแรก คุณรู้ไหมว่าตอนนี้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ? คำตอบก็คือ ประมาณ 5000-6000 คน ในขณะที่จำนวนผู้บริจาคอวัยวะในปี 64 มีเพียง 315 คนเท่านั้น น่าตกใจกับตัวเลขเหล่านี้ไหมครับ ?

แล้วอะไรคือข้อดีของการบริจาคอวัยวะ ? 

1.คุณสามารถช่วยชีวิตคนได้มากถึง 8 คน เพียงแค่คุณบริจาคอวัยวะในร่างกาย และสามารถต่อชีวิตคนได้หลังจากที่เสียไปแล้ว

2.การบริจาคอวัยวะจะช่วยให้คุณสามารถปล่อยวางเรื่อง “ความตายมากขึ้น”

3.หากคุณเป็นคนเชื่อเรื่องบุญ การบริจาคร่างกายคือการให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

4.ทำง่าย ๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย โดยบริจาคผ่านเว็บไซต์ www.organdonate.in.thหรือศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย

5.ร่างกายยังสามารถทำพิธีกรรมทางศาสนาได้ 

บริจาคอวัยวะ VS บริจาคร่างกาย

หลายคนคงสงสัยว่าการบริจาตอวัยวะและการบริจาคร่างกายแตกต่างกันอย่างไรใช่ไหมครับ 

การบริจาคร่างกายคือ การบริจาคร่างกายเป็นการอุทิศร่างกายให้กับนักศึกษาแพทย์หรือคณะแพทยศาสตร์ เพื่อใช้สำหรับการศึกษาและเป็นบทเรียน

ส่วนผู้บริจาคต้องเสียชีวิตจากสาเหตุธรรมชาติและมีต้องอวัยวะครบทุกส่วนตอนเสียชีวิต นอกจากนั้นแล้วภายใน 24 ชั่วโมงแรกต้องแจ้งเสียชีวิตเพื่อบริจาคร่าง และถูกนำไป “อาจารย์ใหญ่” เป็นระยะเวลา 2 ปีก่อนนำไปประกอบพิธีทางศาสนา

การบริจาคอวัยวะคือ การนำอวัยวะที่ผู้บริจาคไปปลูกถ่ายให้กับผู้ที่รอรับการปลูกถ่ายอวัยวะ โดยที่จะนำอวัยะไปหลังจาก “สมองตาย” เท่านั้น โดยจะมีแพทย์ 3 คนเป็นผู้วินิจฉัยและตรวจอีกครั้งหลังจากผ่านไป 6 ชั่วโมง หลังจากนั้นจะนำไปสู่ขั้นตอนของการผ่าตัดเผื่อขนย้ายอวัยวะไปปลูกถ่าย

ใครสามารถบริจาคอวัยวะได้ และบริจาคอะไรได้บ้าง ?

สำหรับเกณฑ์ในการสมัครเป็นผู้บริจาคอวัยวะได้แก่

1.มีอายุไม่เกิน 65 ปี

2.ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง

3.ไม่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน, หัวใจ, โรคไต, ความดันโลหิตสูง, โรคตับ และไม่ติดสุรา

4.ปราศจากเชื้อที่ถ่ายทอดทางการปลูกถ่ายอวัยวะ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดบี, ไวรัสเอดส์ ฯลฯ

อวัยวะที่สามารถบริจาคได้

1.หัวใจ

2.ตับ

3.ไต

4.ปอด

5.ดวงตา

ป.ล.นอกจากนั้นแล้วผู้บริจาคยังสามารถเลือกบริจาคอวัยวะทุกส่วนทุกส่วนที่ยังใช้งานได้ และสามารถบริจาคได้มากกว่า 1 อวัยวะอีกด้วย

บริจาคอวัยวะแล้วร่างกายไปไหน ?

หลังจากผู้บริจาคอวัยวะถูกแพทย์วินิจฉัยวะมีภาวะสมองตายแล้ว แพทย์จะทำการผ่าตัดอวัยวะที่บริจาคไปปลูกถ่าย หลังจากนั้นจะมีการตกแต่งร่างกายของผู้บริจาคให้อยู่ในสภาพครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วนำร่างของผู้บริจาคส่งคืนให้กับญาติเพื่อนำไปประกอบพิธีการทางศาสนาต่อไป

ข้อมูลจาก www.organdonate.in.th 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...