โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"สะเดา" สารพัดสรรคุณ! ตัวช่วยสุขภาพคนไทย ที่มีดีมากกว่าความขม!

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 13 พ.ย. 2562 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 06.47 น.

สะเดาทางเลือกใหม่ของเกษตรกรรมและสุขภาพไทยที่ยั่งยืน

หลังจากผ่านวันเวลาอันแสนยาวนานที่เครือข่ายภาคประชาชนต่อสู้กันมาถึง 7 ปี ในที่สุดก็บรรลุถึงวันเผด็จศึก 22 ตุลาคม 2562 เมื่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติปรับอัพเกรดสารพิษเกษตร 3 ชนิด คือ พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส จากวัตถุอันตรายประเภท 3 เป็นวัตถุอันตราย ประเภท 4

นั่นหมายความว่า สารเคมีพิษทั้ง 3 ชนิด ต้องห้ามผลิต ห้ามขาย ห้ามนำเข้า ห้ามส่งออก และห้ามมีไว้ในครอบครอง

นับตั้งแต่วันดีเดย์ที่ 1 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป

คำถามที่ได้ยินหนาหูในเวลานี้ก็คือ เราจะใช้อะไรมาแทนสารพิษกำจัดศัตรูพืชที่ถูกแบนไปแล้ว

ความจริงเกษตรกรไทยและนักวิชาการไทยมีคำตอบในเรื่องนี้มานานแล้ว

มูลนิธิสุขภาพไทยเองเคยดำเนินโครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเองและทำหนังสือข่าวสารสมุนไพร รวบรวมความรู้การใช้สมุนไพรของชาวบ้านมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

ในกรณีของการใช้สะเดากำจัดแมลง พบว่ามีคนรักหมาใช้สะเดากำจัดหมัดหมา

โดยเอาสะเดาทั้งใบและก้านหนัก 1 กิโลกรัม ต้มน้ำอาบกำจัดหมัดหมาแก้คันได้ผลดีไม่แพ้แชมพูสุนัขราคาแพง มีผู้ใช้ใบสะเดาตากแห้งใส่ผ้าโปร่งวางในหีบเสื้อผ้า และชั้นหนังสือป้องกันแมลงสาบ มด มอด รบกวนได้แรมปีไม่แพ้ดีดีที และเป็นที่รู้กันในหมู่ผู้ทำฟาร์มไก่ขนาดเล็กสมัยก่อนว่า ใบสะเดาแห้งใช้สุมไฟรมควันกำจัดตัวไรไก่ในเล้าได้

โดยทำสม่ำเสมอ 2 สัปดาห์ครั้ง ครั้งละ 10-20 นาที

นอกจากกำจัดไรไก่สิ้นซากแล้ว การรมควันสะเดายังช่วยให้เล้าไก่สะอาดปราศจากเชื้อโรค รับรองว่า ไก่ห่างไกลจากโรคห่าขี้ขาว รวมทั้งโรคจับเหงาทุกชนิดเป็นปลิดทิ้ง

 

นี่เป็นแค่ฉายหนังตัวอย่างภูมิปัญญาชาวบ้านในการใช้สะเดาไล่แมลง ซึ่งมีมาก่อนการวิจัยของตะวันตกที่เพิ่งเริ่มมีรายงานทางวิทยาศาสตร์เมื่อปี 2502 ว่าช่วงที่ตั๊กแตนปาทังก้าระบาดกัดกินพืชผลทุกชนิดเสียหายหลายพันไร่ในซูดานทวีปแอฟริกา

แต่พบว่ามีใบไม้เพียงชนิดเดียวที่ปาทังก้าเว้นวรรคไว้ไม่กัดกินแม้แต่นิดเดียวคือ ใบสะเดา ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Azadirachta indica ซึ่งเป็นสายพันธุ์อินเดีย

ส่วนสายพันธุ์สะเดาไทยที่ฝรั่งเรียกชื่อว่า Siamese Neem Tree มีอัตลักษณ์พิเศษ คือ ยอดอ่อนสะเดามีสีเขียว ไม่ออกสีแดงเหมือนใบสะเดาอินเดีย

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้นักแมลงวิทยาชาวเยอรมันชื่อ ดร.ชมุดเทอร์เรอร์ (Prof.Dr.Heinrich Schmutterer)

เริ่มทำการวิจัยนำสารสกัดสะเดาไปใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชครอบคลุมได้ถึง 413 ชนิด อาทิ ด้วงปีกแข็ง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟ มวนชนิดต่างๆ แมลงวันทอง หนอนผีเสื้อศัตรูพืชต่างๆ เช่น หนอนกระทู้ หนอนใยผัก เป็นต้น

ตั๊กแตนหนวดสั้น หนวดยาว ไรศัตรูพืชต่างๆ ฯลฯ รวมทั้งแมลงตายยากอย่างปลวก แมลงสาป ยิ่งไปกว่านั้น กลไกกำจัดแมลงของสะเดา นอกจากมีฤทธิ์ฆ่าโดยตรงแล้ว ยังช่วยยับยั้งพัฒนาการของหนอนศัตรูพืชหลายชนิดด้วย เช่น ยับยั้งการฟักตัวจากไข่และการลอกคราบของแมลง

เป็นต้น

นอกจากฤทธิ์กำจัดแมลงแล้ว สารสกัดสะเดายังมีฤทธิ์ป้องกันและยับยั้งโรคพืชอีกหลายชนิด ได้แก่ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราที่เป็นสาเหตุโรครากเน่า กล้าเน่า และใบกุด ในพืชผักหลายชนิด ทั้งยังยับยั้งการแพร่ขยายพันธุ์ของเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ที่เป็นสาเหตุโรคพืชต่างๆ เช่น โรคใบไหม้ของข้าว เป็นต้น จะเห็นได้ว่าสะเดาตัวเดียวสามารถกำจัดศัตรูพืชได้ครอบคลุมทั้งแมลง และโรคพืชเกือบทุกชนิด แถมยังกำจัดหนอนไส้เดือนฝอยที่ไชรากพืชได้อีกต่างหาก

แต่สำคัญที่สุดก็คือ สะเดาเป็นมิตรกับคน สัตว์เลี้ยงหรือปลาและสิ่งแวดล้อม

กล่าวคือ สะเดาเป็นทั้งยาและอาหารสำหรับคน ส่วนผลสุกของสะเดาก็เป็นของโปรดของคณานกและค้างคาว ซึ่งจะนำเมล็ดพันธุ์ของสะเดาเข้าไปสัมพันธ์กับระบบนิเวศน์อย่างยั่งยืน ในเมล็ดสะเดามีสารสำคัญออกฤทธิ์กำจัดศัตรูพืช คือ อะซาไดแรคติน (azadirachtin) แต่สำหรับเกษตรกรไทยทั่วไป มักใช้ใบสะเดาแก่หมักทำน้ำยาควบคุมศัตรูพืช ต่อไปนี้คือสูตรเด็ดน้ำยาสะเดาที่นิยมใช้ในหมู่ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ดังนี้ วัตถุดิบ (1) ใบสะเดาแก่ (2) หัวข่าแก่อายุ 1 ปีขึ้นไป (3) ตะไคร้หอมทั้งต้น ทั้งหมดอย่างละ 2 กิโลกรัม วิธีทำ นำวัตถุดิบ มาหั่นเป็นชิ้น ตำหรือบดด้วยเครื่องให้ละเอียดรวมกัน เทน้ำลงไป 1 ปี๊บ แช่ทิ้งไว้หนึ่งคืน อย่าแช่น้ำเกิน 1 คืน เพราะตัวยาจะบูดใช้ไม่ได้ รุ่งเช้านำมากรองเอากากออก บีบน้ำให้สะเด็ด

นำน้ำยาที่ได้มาผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน น้ำยา 1 ลิตร ต่อน้ำ 1-2 ปี๊บ นำไปฉีดพืชผัก พืชสวน พืชไร่ เว้นระยะฉีด 5 วัน

การฉีดครั้งที่สองจะเห็นผลในการควบคุมแมลงและศัตรูพืชอย่างชัดเจน

อันที่จริงมีการทำวิจัยใช้สารสกัดจากเมล็ดสะเดามาผลิตเป็นยากำจัดศัตรูพืชในระดับอุตสาหกรรมมานานแล้ว เพียงแต่ยังไม่มีการส่งเสริมให้ใช้อย่างแพร่หลาย จึงถือเป็นฤกษ์งามยามดีที่ต้องมีการผลิตน้ำยาสะเดาในระดับอุตสาหกรรม เพื่อใช้แทนที่สามสารพิษที่ถูกแบนไปแล้ว

โดยทั่วไปคนไทยรู้จักกินยอดสะเดาแนมปลาดุกย่างน้ำปลาหวาน ช่วยให้เจริญอาหาร เพราะรสขมของใบสะเดาแปลกจากรสขมเย็นทั่วไป ตรงที่ช่วยบำรุงธาตุไฟ ช่วยขับน้ำดีให้ตกสู่ลำไส้เล็กมากขึ้น ช่วยย่อยอาหาร ย่อยไขมันที่ย่อยยาก กล่อมอุจจาระให้ละเอียด

หมอไทยยังใช้น้ำต้มใบสะเดารักษาผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับ

และใช้ลูกสะเดากินแก้ลมหทัยวาตะ ลมสัตถวาตะ ที่เสียดแทงหัวใจ จึงช่วยรักษาอาการหัวใจเต้นผิดปกติได้ ดังนั้น หมอไทยจึงใช้สะเดาเข้ากับกัญชาในตำรับยาศุขไสยาสน์ที่ช่วยให้นอนหลับ กินข้าวได้

ถ้าคนไทยนำสะเดามาใช้กำจัดศัตรูพืชแทนสารเคมีพิษ สะเดาจะมีคุณประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล คือช่วยลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็ง พาร์กินสัน ไตพิการเรื้อรัง และผู้ป่วยเด็กที่เป็นโรคทางสมอง พัฒนาการช้า ไอคิวต่ำ อันเกิดจากการบริโภคสารเคมีพิษทางเกษตรที่ตกค้างในอาหารและน้ำ

พูดอย่างเต็มปากได้เลยว่า สะเดา เป็นกุญแจสมุนไพรไทยตัวหนึ่งที่สามารถตอบโจทย์สุขภาพของมหาชนคนไทย หลังเลิกใช้สารเคมีพิษ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...