โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

[รีวิว] Zombieland Double Tap: สนุกฮากว่าภาคแรกแบบ 4×100

BT Beartai

อัพเดต 31 ต.ค. 2562 เวลา 03.11 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2562 เวลา 17.20 น.
[รีวิว] Zombieland Double Tap: สนุกฮากว่าภาคแรกแบบ 4×100
สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ เรื่องราวของโลกที่ได้ล่มสลายลงจากการที่มนุษย์ติดเชื้อซอมบี้ และตัวหนังเป็นเรื่องราวการเอาชีวิตรอดด้วยกฎสุดฮาของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หลังเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดในภาคแรก สหรัฐฯกลายเป็นเมืองที่รกร้างไร้ผู้คน เหล่าแก๊งซ่าส์ล่าซอมบี้ได้ออกเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ร่วมผจญภัยและพบผู้รอดชีวิตอื่น ๆ ที่นำมาซึ่งความฮาแบบขั้นสุด ภารกิจล่าซอมบี้มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ ความป่วน และอาวุธครบมือกลับมาอีกครั้ง

หนังภาคต่อที่ห่างจากภาคแรกอย่าง Zombieland (2009) ถึง 10 ปีเต็ม โดยได้ทีมงานสร้างและนักแสดงชุดเดิมกลับมาพร้อมหน้า ไล่ตั้งแต่ผู้กำกับ รูเบน เฟลชเชอร์ (Ruben Fleischer) ที่หลังจากหนังภาคแรกผ่านไปเขาก็ไปจับหนังแนวอาชญากรรมสนุก ๆ ทั้ง 30 Minutes or Less (2011) และหนังแก๊งสเตอร์ดราม่ารวมดาวอย่าง Gangster Squad (2013) ตลอดจนได้ไปจับหนังซูเปอร์ฮีโรวายร้ายอย่าง Venom (2018) มาแล้ว ก่อนจะวกกลับมาสานต่อหนังที่สร้างชื่อให้เขาอีกครั้งใน Zombieland Double Tap นี่เอง ซึ่งเราก็ได้เห็นถึงพัฒนาการเล่าเรื่องของเขาที่ดูแน่นขึ้นมีการวางจุดพลิกผันที่สนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งว่าภาคแรกใช้เวลาแนะนำคาแรกเตอร์ตัวละครไปจนชัดเจนแล้ว พอมาภาค 2 นี้ก็เลยไม่ต้องเยิ่นเย้ออีกต่อไป เรียกว่าดันเรื่องลุยกับจักรวาลที่ลงตัวมากขึ้นแล้วให้สนุกใส่อีสเตอร์เอ้ก ใส่มุกเล็กมุกใหญ่ได้สบายมือ โดยหนังยังคงเล่นกับกฎของการเอาตัวรอดที่กลุ่มตัวละครบัญญัติกันขึ้นมา และชื่อของหนังภาค 2 นี้ก็เอามาจากกฎข้อ 2 ในหนังภาคแรกที่ว่า “Double Tap จงยิงย้ำ 2 นัดถ้าไม่แน่ใจว่าซอมบี้ตายจริงหรือไม่” นั่นเอง

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP
ZOMBIELAND

สำหรับด้านบท นี่ยังเป็นการขนทีมเขียนบทเดิมอย่างสองคู่หู เรต รีส (Rhett Reese) และ พอล เวอร์นิก (Paul Wernick) คู่กาวสายฮาที่ก่อกำเนิดหนังมัน ๆ อย่าง Deadpool ทั้ง 2 ภาคมาแล้ว แถมสมทบทีมเขียนบทเพิ่มด้วย เดฟ คัลลาแฮม (Dave Callaham) ที่เขียนบทให้แฟรนไชส์ The Expendables และกำลังมีผลงานบทหนังซูเปอร์ฮีโรใหญ่ยักษ์จาก 3 ค่ายใหญ่ให้ชมในอนาคตอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Wonder Woman 1984 ของวอร์นเนอร์ Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ของมาร์เวลสตูดิโอ และ Spider-Man: Into the Spider-Verse 2 ของโซนี่ด้วย เรียกว่าทีมบทนี่แน่นแข็งปั๋งเอามาก ๆ คาดหวังในทางแอ็กชันผสมตลกร้ายมุกพรั่งพรูแบบDeadpool ได้เลยล่ะ

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP

มุกล้อสไตล์เกรียนเดดพูลต่าง ๆ แนวมุกเมอร์เรย์ในภาคแรกมีมาเต็ม

ซึ่งก็ส่งผลให้หนังมีอารมณ์แบบเน้นฮาเข้าว่า ปล่อยมุกไม่ยั้ง ฮามากฮาน้อยไม่ซีเรียสขอได้ปล่อยของ หลายมุกอาศัยความเนิร์ดหนังแบบพอปคัลเจอร์พอสมควร ถ้าเข้าใจหมดนี่คือกำไรผู้ชมล้วน ๆ และน่าสนใจว่ากระจายบทกันได้เด่นทั่วถึงทั้งตัวหลัก 4 คนและตัวรองที่มาเพิ่มก็มีช่วงเวลาน่าจดจำของตัวเองทั้งสิ้น มุกก็มาทั้งล้อหนังภาคแรกที่ว่าด้วยกฎมากมายของตัวเอกอย่าง โคลัมบัส และการเอาดารารับเชิญมาปู้ยี้ปู้ยำที่รอบนี้มีลุก วิลสัน (Luke Wilson) มาแจมในฉากสั้น ๆ แบบเดียวกับ บิล เมอร์เรย์ (Bill Murray) ในภาคก่อน แต่วิลสันมาฮาสไตล์ล้อเลียนตัวละครหลักที่ขิงใส่กันไปมาได้สนุกปากแทน และสำหรับใครประทับเมอร์เรย์สไตล์ก็ต้องบอกว่าขอให้นั่งรอจนจบเครดิต มันคือฉากจบระดับเดียวกับที่เดดพูลเคยย้อนเวลาไปฆ่าตัวเองในหนัง X-Men Origins: Wolverine (2009) เลยทีเดียว

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP

ลุก วิลสัน (ขวา) มาล้อเลียนคาแรกเตอร์แทลลาแฮสซีขาใหญ่ได้สนุกถึงพริกถึงขิง ขณะที่ตัวแทลลาแฮสซีเองก็มีลูกเล่นเผยความคลั่งไคล้ในเอลวิสเพิ่มเข้ามาในตัวละครอีกหลังจากกลุ่มตัวหลักมีเป้าหมายไปเยี่ยมเกรซแลนด์กัน

ด้านดารานักแสดง ก็เอากลับมาได้ทั้ง 4 ตัวละครนำในภาคเก่าที่ทุกคนต่างมีชื่อเป็นเมืองในสหรัฐ (เพราะในภาคแรกไม่อยากผูกพันเลยไม่ถามชื่อจริงกัน) ไล่ไปตั้งแต่ วูดดี้ ฮาร์เรลสัน (Woody Harrelson) ในบท แทลลาแฮสซี พี่ใหญ่คาวบอยจอมโหดผู้มีมุมอ่อนไหวอย่างไม่น่าเชื่อ เจสซี ไอเซนเบิร์ก (Jesse Eisenberg) ในบท โคลัมบัส หนุ่มเนิร์ดที่ผู้ชมหลงรักกับสารพัดกฎการเอาตัวรอดในวันโลกแตกที่ภาคนี้เขานำพาเราไปสู่ก้าวต่อมาของชีวิตคู่ของเขากับตัวละครเอมมา สโตน (Emma Stone) ในบทวิชิตา สาวสวยจอมแสบนักต้มตุ๋นแฟนสาวของโคลัมบัสที่กลายเป็นเจ้าสาวกลัวฝนในภาคนี้ และที่แปลกตาที่สุดก็คงเป็น อาบีเกล เบรสลิน (Abigail Breslin) ในบท ลิตเทิลร็อก  เด็กสาววัย 13 ปีเมื่อภาคก่อน แต่ตอนนี้โตเป็นสาวรุ่นแสบเซี้ยวที่โหยหาโลกกว้างและพยายามหนีความรักแบบไข่ในหินของแทลลาแฮสซีจนเกิดเรื่องราวใหญ่โต เราจะเห็นพัฒนาการความเป็นครอบครัวของทั้ง 4 ตัวละครชัดขึ้น แม้จะไม่ได้แปลกใหม่ในหนังแนวตลกครอบครัว แต่สำหรับแฟนหนังแฟรนไชส์นี้ก็ต้องบอกว่าเป็นก้าวการพัฒนาของตัวละครสุดรักที่น่าจดจำทีเดียวล่ะ

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP
ZOMBIELAND: DOUBLE TAP
ZOMBIELAND: DOUBLE TAP

แถมภาคนี้ยิ่งเพิ่มดีกรีตัวละครรองด้วยสาวสวย โซอี ดุตช์ (Zoey Deutch) จากหนังBefore I Fall (2017) ในบท แมดิสัน สาวบลอนด์สไตล์สุดน่ารักได้อย่างขโมยซีนชาวบ้านชาวช่องมาก เรียกว่าบทสาวติ๊งต๊องซ่อนเปรี้ยวของเธอเปิดโอกาสให้ปล่อยมุกได้เยอะกว่าชาวบ้านมากทีเดียว เธอน่าจะเป็นตัวละครสำคัญได้ในอนาคตถ้ามีการทำภาคหน้าน่ะนะ

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP

เรื่องงานภาพก็ต้องขอจดไว้ตรงนี้เลยเพราะเป็นอีกครั้งที่หนังฮอลลีวูดเลือกใช้ผู้กำกับภาพเอเชีย โดยครั้งนี้คือ ชอง ชองฮุน (Chung Chung-hoon) ผู้กำกับภาพคู่บุญที่ถ่าย Oldboy (2003) ให้ผู้กำกับ ปาร์ก ชานวุก (Park Chan-wook) และหนังหลังจากนั้นเรื่อยมา จนมีโอกาสโกอินเตอรใน Stoke (2013) และยังได้ถ่ายหนังงานภาพเด่น ๆ อย่าง It (2017) ด้วย ก็น่าภูมิใจไม่น้อยนะ แม้ว่าเอาเข้าจริงแนวหนังมันก็ไม่ได้ต้องเน้นเรื่องภาพมากนัก แต่เราก็ได้เห็นครีเอทีฟในการเล่นกับกล้องที่หลากหลาย และส่งเสริมกับการตัดต่อจังหวะตลกที่ดีอยู่เหมือนกัน มีเรื่องติงที่ว่างานซีจีอาจไม่ได้เน้นมากนักมีหลุด ๆ การ์ตูน ๆ อยู่หลายฉากทีเดียว 

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP

ฉากโชว์พลังงานภาพและซีจีแบบสโลว์โมชันตอนเปิดเรื่อง

และเพราะตัวละครเจนจัดในโลกที่สร้างไว้ในภาคแรกแล้ว เรียกว่าไม่ค่อยกลัวซอมบี้ธรรมดากันแล้ว ภาคนี้เขาเลยอัปเกรดเหล่าซอมบี้ด้วยซอมบี้หลากหลายประเภทเข้ามาสร้างความวุ่นวายอีก ไม่ว่าจะ ประเภทโฮเมอร์ (ตัวละครในซิมป์สัน) ที่จะไม่ค่อยฉลาดนัก ประเภทฮอว์กิง (จากอัจฉริยะสตีเฟน ฮอว์กิง) ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ประเภทนินจา ที่จะเคลื่อนไหวเงียบเชียบและโจมตีว่องไว ซึ่งจริง ๆ น่าสนใจแต่เอามาใช้ในหนังน้อยไปหน่อย สุดท้ายคือซูเปอร์ซอมบี้ประเภทถึกอึดทน T-800 ซึ่งล้อจากรุ่นคนเหล็กในหนัง The Terminator นั่นเอง แน่นอนว่าประเภทหลังนี่คือเดินหน้าฆ่าไม่ตายด้วยและเป็นประเภทที่หนังเอามาใช้งานเยอะสุด เพื่อสร้างความตื่นเต้นลุ้นให้ตัวละครที่เก่งเว่อไม่ค่อยกลัวซอมบี้จากภาคแรกแล้วนั่นเอง จึงทำให้หนังเรื่องนี้มีทั้งความฮาและฉากแอ็กชันผสมอยู่แบบหนังโปรแกรมใหญ่อย่างลงตัว และน่าจะเป็นแฟรนไชส์ที่แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับภาคก่อนหน้าที่ดูเป็นแค่หนังทุนกลางค่อนต่ำขายไอเดียเท่านั้น

ZOMBIELAND: DOUBLE TAP

ซอมบี้ฮากระจาย ขายครีเอทีฟ แต่ถ้าซื้อตั๋วเร็วรีบต้องกดรูปด้านล่าง

zombieland double tap

 

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

[รีวิว] Zombieland Double Tap: สนุกฮากว่าภาคแรกแบบ 4×100
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...