โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ใช้ปืนทองคำ! ยิงหัวแฟนสาวสาหัส ตร.รวบหนุ่มลูกเจ้าของร้านทอง อ้างปืนลั่น

Khaosod

อัพเดต 17 มิ.ย. 2561 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2561 เวลา 12.30 น.

ใช้ปืนทองคำยิงหัวแฟนสาว ตร.รวบหนุ่มลูกเจ้าของร้านทองคาร.พ. อ้างปืนลั่น

ใช้ปืนทองคำ! ยิงหัวแฟนสาวสาหัส ตร.รวบแฟนหนุ่ม ลูกเจ้าของร้านทองคา ร.พ.มหาราชนครเชียงใหม่ หลังมาติดต่อขอเยี่ยมแฟนสาว สภาพยังมีเลือดเปื้อนเฝือกที่ข้อมือ อ้างทำปืนลั่นหลังมีปากเสียงในห้องพัก คอนโดฯ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ว่ามีหญิงสาวถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวมารักษา ขอให้เดินทางมาตรวจสอบด้วย ภายหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน

เมื่อไปถึงพบผู้บาดเจ็บคือ น.ส.ญาณิศชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี บ้านอยู่ ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน ถูกอาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงเข้าบริเวณศีรษะด้านขวา

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ แฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นลูกเจ้าของร้านทองแห่งหนึ่ง หลังมีปากเสียงกันแล้วเกิดทะเลาะวิวาทกันภายในห้องพักคอนโดมิเนียม ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 6 แล้วถูกแฟนหนุ่มใช้อาวุธปืนพกสั้นยิงใส่ได้รับบาดเจ็บ แล้วโทรบอกเพื่อนให้แจ้งหน่วยกู้ภัยมารับตัวแฟนสาวส่งโรงพยาบาล

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน เข้าจับกุม นายปัทมพันธ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มไว้ได้ขณะที่บริเวณโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หลังพยายามติดต่อขอเข้าเยี่ยมน.ส.ญาณิศชา ในสภาพสวมเสื้อยืดสีขาว สวมกางเกงขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าเตะ มือขวาสวมเฝือกและมีรอยเลือดเปื้อนอยู่บนเฝือก

โดยอ้างว่าทำปืนลั่นใส่แฟนสาวหลังมีเรื่องทะเลาะกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวไปค้นห้องพักที่เกิดเหตุพบกลางอาวุธปืนสั้นขนาด.22 สีทองที่ใช้ก่อเหตุ รวมทั้งกระสุนปืน จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...