โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

20 อันดับแอปยอดนิยมของคนไทย ธนาคาร-วิดีโอสตรีมมิ่ง-ร้านอาหาร-ร้านสะดวกซื้อ ติดโผ

Positioningmag

อัพเดต 21 ก.ค. 2561 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2561 เวลา 05.09 น.

เปิดตัวมาครบ10 ปีพอดี สำหรับแอปสโตร์(App Store) สามารถทำยอดดาวน์โหลดจากผู้ใช้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 170 พันล้านครั้ง ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 130 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ล่าสุดบริษัทแอ๊พซินท์ เอเจนซี่ ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันในไทย ได้สรุปแนวโน้มตลาดโมบายล์ แอปพลิเคชันในธุรกิจประเภทต่างๆ จาก 20 อันดับแอปพลิเคชันยอดนิยมในรอบ 10 ปีของแอปสโตร์

โดยเป็นการจัดอันดับจากยอดดาวน์โหลดแอปของธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น ไม่รวมแอปพลิเคชันประเภทเกม ซึ่งข้อมูลทั้งหมดของการจัดอันดับ ถูกรวบรวมโดย App Annie บริษัทที่ทำวิเคราะห์การใช้งานแอปพลิเคชัน (app analytics) และเก็บข้อมูลทางการตลาดของแอปพลิเคชันทั่วโลก

ผลของการจัดอันดับสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของแอปพลิเคชันในแต่ละธุรกิจตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรายการโทรทัศน์ ธุรกิจกลุ่มธนาคารซึ่งมีแนวโน้มชัดเจนในการส่งเสริมการใช้จ่ายแบบไร้เงินสด ตลอดจนกลุ่มธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารที่เน้นการแชร์ประสบการณ์ของการใช้บริการ รวมถึงระบบการสะสมแต้มหรือ loyalty program

เรียกได้ว่าโมบายล์แอปพลิเคชัน เข้าไปมีส่วนในชีวิตประจำวันของคนไทยตลอดระยะเวลา10 ปีที่ผ่านมาและยังมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

จากแนวโน้มของตลาดโลก “กลุ่มธนาคาร” กำลังเผชิญกับการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งที่ทุ่มการลงทุนบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเป็นหลัก รวมถึงกลุ่ม ฟินเทค สตาร์ทอัพ หรือกลุ่มผู้พัฒนาโซลูชั่นทางการเงินขนาดเล็ก ที่พยายามเข้ามามีบทบาทในการยึดพื้นที่การให้บริการด้านการเงินแทนกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินในรูปแบบเดิม

เช่น การเสนอทางเลือกของ mobile payment หรือการใช้จ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยผู้บริโภคสามารถเติมเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัล (digital wallet) เพื่อใช้ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เงินสด

เทคโนโลยีดังกล่าวถือเป็นการ “ตัด” ระบบการให้บริการของธนาคารแบบเดิมๆ ออกจากวงจรการใช้งานของผู้บริโภค

แต่ธนาคารหลายแห่งในประเทศไทย ก็สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี  ทั้งการเร่งลงทุนและพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มของตนเองในช่องทางต่างๆ อีกทั้งยังร่วมมือกับกลุ่ม ฟินเทค สตาร์ทอัพ ในการคิดค้นสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบรับการใช้งานที่หลากหลายของผู้บริโภคในอนาคต จึงเป็นผลให้ธนาคารกสิกรไทยและธนาคารไทยพาณิชย์ครองตำแหน่ง  2 อันดับแอปพลิเคชันยอดนิยมจากทั้ง 20 อันดับ

พัชรสมะลาภากรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “จุดแข็งของ K PLUS จะเน้นให้ความสำคัญกับการใช้งานแบบโมบายล์เฟิร์ส โดยสร้างประสบการณ์การใช้งานแบบใหม่ ผ่าน Personalization ฟีเจอร์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคที่หลากหลาย"

เช่นเดียวกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มองว่ากลยุทธ์การตลาดแบบ Personalization (การปรับแต่งคุณสมบัติในแอปให้ตรงตามความชอบของแต่ละบุคคล) นั้นเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภค โดยการใช้โมบายล์เป็นช่องทางหลักในการให้บริการ

“SCB EASY  ปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการ โดยเชื่อมโยงบริการทางการเงินทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคหลากหลาย เพราะผู้บริโภคไม่ได้เจาะจงการใช้งานเพียงช่องทางเดียว แต่จะเลือกช่องทางที่สะดวกที่สุดในขณะนั้น เราจึงต้องสร้างทางเลือกของการใช้บริการที่หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งานของผู้บริโภคในทุกที่ ทุกเวลา” - ธนา โพธิกำจร ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสาย Digital Banking กล่าวว่า

ขณะที่ Alternative banking หรือกลุ่มทางเลือกใหม่ของผู้ให้บริการด้านการเงิน เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญแทนที่ธุรกิจการเงินแบบเดิมๆ TrueMoney Wallet ครองอันดับ 5 ของชาร์ต ในการให้บริการใช้จ่ายเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายในร้านค้า การจ่ายบิลด้วยการแสกน แม้แต่การเติมเงินโทรศัพท์มือถือ นอกจากการเติมเงินด้วยเงินสดแล้ว ผู้ที่มีบัญชีธนาคารก็สามารถผูกบัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัล กับบัญชีธนาคารเพื่อใช้การเติมเงินแบบอัตโนมัติได้อีกด้วย ถือเป็นทางเลือกใหม่ของการใช้บริการด้านการเงิน

อันดับที่ 3 ของชาร์ต เป็นแอปพลิเคชันเดียวที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักพัฒนาอิสระ และกลายเป็นแอปยอดนิยมของคนไทยทั่วประเทศ  TV Thailand นั้นเป็นแอปที่ให้บริการในการรับชมละครฮิต การ์ตูน และมิวสิกวิดีโอ ในทุกที่ ทุกเวลา

ผลสำรวจระบุว่ากว่า 51% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทย ดูวิดีโอผ่านโทรศัพท์มือถือทุกวัน และ 81% ดูอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ทำให้แอปให้บริการวิดีโอสตรีมมิ่ง จะติด 20 อันดับยอดนิยม ถึง 4 แอปด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ Thai TV3 app ตอนนี้ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Mello ซึ่งเป็นเพียงแอปเดียวที่ถ่ายทอดคอนเทนต์โดยตรงจากผู้ผลิตรายการทีวี

ป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า การที่จะผลิตแอปพลิเคชันให้ประสบผลสำเร็จได้ในตลาดนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนที่มหาศาลหรือความยิ่งใหญ่ของธุรกิจ หากแต่ขึ้นอยู่กับการให้บริการกับผู้บริโภคอย่างตรงจุด

อีกหนึ่งแอปในชาร์ตที่น่าสนใจคือ Wongnai ซึ่งเป็นหนึ่งในสองของสตาร์ทอัพที่ทำตลาดผ่านมือถือเป็นช่องทางแรก (mobile-first startups) ที่ติดอันดับ 20 แอปยอดนิยม โดย Wongnai เกิดขึ้นเมื่อปี 2553 เริ่มต้นจากการเป็นอินดี้แอปที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารเด็ดๆ ในประเทศไทย ถึงวันนี้ Wongnai  มียอดดาวน์โหลดสูงเป็นอันดับ 9 ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา

ยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอ วงในเผยเคล็ดลับความสำเร็จว่า “สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดของแอพเราก็คือ มันช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาร้านอาหารชื่อดังในละแวกใกล้เคียงได้อย่างทันที เป็นฟีเจอร์ที่ทุกคนชอบเพราะตอบโจทย์ความต้องการของพวกเค้าได้จริงๆ”

อีกหนึ่ง mobile-first startup ในชาร์ตก็คือ Kaidee ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันตลาดมือสองบนดิจิทัลแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กว่า 50% ของผู้เข้าชมแพลตฟอร์มต่อเดือนคือผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน ถ้าคิดเป็นจำนวนครั้งจะมากถึง 30 ล้านครั้ง นี่คือเหตุผลที่ทำให้แอปนี้ติดอันดับที่ 8 ใน 20 อันดับต้น โดยมียอดดาวน์โหลดทั้งหมดกว่า 12 ล้านครั้ง

ทิวา ยอร์ค Head Coach/CEO ได้ให้ความเห็นว่า ตั้งแต่ปี 2556 Kaidee วางแผนพัฒนาการตลาดแบบ app-first ซึ่งเน้นโมบายล์เป็นแพลตฟอร์มหลัก ทำให้ได้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่พึ่งเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งแรกผ่านสมาร์ทโฟน ประกอบกับ การมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ซื้อขายง่ายและเร็วที่สุด จึงทำให้ Kaidee มีผู้ใช้งานผ่านโมบายล์แอปมากที่สุดเมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ

ทางด้านธุรกิจสายการบิ นกแอร์ หนึ่งในสายการบินประเภทโลว์คอส ของไทยที่เป็นแอปพลิเคชันเดียวที่ติดยี่สิบอันดับแรก ด้วยเส้นทางการบินและแผนการตลาดที่เจาะจงไปยังผู้บริโภคหลากหลายกลุ่ม บวกกับการให้ความสำคัญกับการให้บริการผ่านโมบายล์ที่สะดวก ในทุกที่ ทุกเวลา ทำให้แอปนกแอร์ ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดาสายการบินภายในประเทศอื่นๆ

อีกแอปหนึ่งเดียวที่ติด 20 อันดับแรก ในธุรกิจประเภทร้านค้าปลีก คือ เซเว่น-อีเลฟเว่น หลังจากเข้ามาบนโมบายล์แพลตฟอร์มเพียงไม่นาน  โดย แอป 7-Eleven TH เน้นการใช้จ่ายในร้าน เซเว่น-อีเลฟเว่น เช่น ฟีเจอร์สะสมแสตมป์ดิจิทัลผ่านแอป ข้อมูลเกี่ยวกับ โปรโมชั่น กิจกรรม และส่วนลดพิเศษอื่นๆ อีกมากมายผ่าน 7Rewards ซึ่งเป็น loyalty campaign หลักภายในแอป ส่งผลให้มีผู้ใช้งานแอปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนติด 1 ใน 5 อันดับต้นของแอปพลิเคชันยอดนิยมในปี 2561

โรเบิร์ต แกลลาเกอร์ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการบริษัทแอ๊พซินท์  ได้ให้ความเห็นว่ากว่า 71% ของคนไทยในปัจจุบันใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งแอปพลิเคชันมีบทบาทอย่างมากในการเปลี่ยนรูปแบบการซื้อสินค้าและบริการ การติดต่อสื่อสารกับแบรนด์ รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ด้วยเหตุนี้ธุรกิจจึงหันมาพัฒนาแอปฯเพิ่มขึ้น

แอ๊พซินท์ คือเอเจนซี่ผู้นำแห่งการพัฒนาแอปพลิเคชันในประเทศไทย ให้บริการด้านการพัฒนาและการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศกว่า เช่น เซเว่น-อีเลฟเว่น, ไลน์, ทรู, โตโยต้า, กรุงไทย แอ๊กซ่า, คาสิโอ, บริติช เคาน์ซิล และธนาคาร เดอะรอยัลแบงค์อ๊อฟสกอตแลนด์  ปัจจุบัน แอ๊พซินท์ ได้ให้บริการลูกค้าทั่วโลกกว่า 15 ประเทศ สร้างผลกำไรกว่า 40 ล้านเหรียญสหรัฐ และสร้างยอดดาวน์โหลดให้กับลูกค้ารวมกันกว่า 30 ล้านครั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...