โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

4 ตุลาคม 2563 สถาปนา ‘กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร’ ครบรอบ 250 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ต.ค. 2563 เวลา 03.48 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2563 เวลา 03.48 น. • The Bangkok Insight

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี สถาปนาราชธานีแห่งใหม่ มีนามว่า “กรุง ธนบุรี ศรีมหาสมุทร” เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2313 

หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงรวบรวมกำลังพล และกองทัพเรือจากเมืองจันทบุรี ล่องมาตามชายฝั่งจนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา ทรงต่อสู้โจมตีค่ายโพธิ์สามต้น จนสามารถขับไล่ทหารพม่า ออกจากอาณาจักรได้ และสามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากการยึดครองได้ ในเวลาเพียง 7 เดือน จากนั้นโปรดให้อัญเชิญพระบรมศพพระเจ้าเอกทัศ มาประกอบพิธีโดยสังเขป และพระราชเพลิงพระบรมศพเรียบร้อย

จากนั้นพระองค์ได้เสด็จสำรวจความเสียหายของบ้านเมือง และประทับแรมในพระนคร ณ พระที่นั่งทรงปืน ทรงพระสุบินนิมิตรว่า พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา "มาขับไล่ไม่ให้อยู่" สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงเล่าให้ขุนนางทั้งหลายฟัง แล้วดำรัสว่า

"…เราคิดสังเวชเห็นว่าบ้านเมืองจะร้างรกเป็นป่า จะมาช่วยปฏิสังขรณ์ทํานุบํารุงขึ้นให้บริบูรณ์ดีดังเก่า เมื่อเจ้าของเดิม ท่านยังหวงแหนอยู่แล้ว เราชวนกันไปสร้างเมืองธนบุรีอยู่เถิด แล้ว ตรัสสั่งให้เลิกกองทัพกวาดต้อนราษฎร แลสมณพราหมณาจารย์ ทั้งปวงกับทั้งโบราณขัติยวงษ์ ซึ่งยังเหลืออยู่นั้น ก็เสด็จกลับลงมาตั้งอยู่ ณ เมือง ธนบุรี…"

เรื่องเมืองธนบุรีนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงแสดงความคิดเห็นไว้ว่า

"…ที่เจ้าตากลงมาตั้งเมืองธนบุรีเป็นราชธานี ครั้งนั้นเหมาะแก่ประโยชน์ทุกอย่าง ถ้าหากว่าสมเด็จพระอดีตมหาราชได้มาขับไล่เจ้าตาก มิให้ตั้งอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา ก็ขับไล่ด้วยไมตรีจิต ตักเตือนมิให้พลาดพลั้งไปด้วยเห็นแก่เกียรติยศ

เพราะกรุงศรีอยุธยาถึงเป็นที่มีชัยภูมิด้วยลําน้ำล้อมรอบ และเป็นเมืองมีป้อมปราการมั่นคงก็จริง แต่รี้พลของเจ้าตากที่มีอยู่ ไม่พอจะรักษากรุงศรีอยุธยาต่อสู้ข้าศึก และขณะนั้นศัตรูก็ยังมีมาก ทั้งพม่า และไทยก๊กอื่น อาจจะยกมาย่ำยีในเมื่อหนึ่งเมื่อใด กรุงศรีอยุธยาอยู่ในทางที่ ข้าศึกจะมาถึงได้สะดวก ทั้งทางบกและทางน้ำ ถ้ามีกําลังไม่พอรักษา ขืนตั้งอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาก็คงเป็นอันตราย

การที่ลงมาตั้งอยู่เมืองธนบุรีก็ไม่ห่างไกลกับกรุงศรีอยุธยา มีอํานาจอยู่ที่เมืองธนบุรีก็เหมือนมีอํานาจอยู่ในกรุงศรีอยุธยา แต่ได้เปรียบที่เมืองธนบุรีตั้งอยู่ที่ลําน้ำลึกใกล้ทะเล แม้ข้าศึกมาทางบก ไม่มีทัพเรือเป็นกําลังด้วยแล้ว ก็ยากที่จะมาตีเมืองธนบุรี…"

ภายหลังเมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงปราบชุมนุมต่าง ๆ แล้ว พระองค์ได้ทรงสถาปนาเมืองธนบุรี ขึ้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ ทรงสร้างพระราชวังขึ้นทางทิศใต้ของกรุงธนบุรี ขนาบข้างด้วยวัดแจ้ง หรือวัดมะกอก (ปัจจุบันคือ วัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร) และวัดท้ายตลาด (ปัจจุบันคือวัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร) เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม  2313 พระราชทานนามว่า “กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร”

สำหรับขอบเขตของราชธานีแห่งใหม่นี้ ครอบคลุมสองฝั่งน้ำ โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาตัดผ่านกลางเมือง พื้นที่ในกำแพงเมือง ฝั่งตะวันตกเริ่มตั้งแต่เขตเมืองธนบุรี เดิมริมคลองบางกอกใหญ่ ไปจนถึงบริเวณหลังวัดบางหว้าน้อย (วัดอินทาราม) ริมคลองบางกอกน้อย ส่วนฝั่งตะวันออกเริ่มตั้งแต่ศาลเทพารักษ์หัวโชค (เชิงสะพานพระปิ่นเกล้าฝั่งพระนคร) เลียบตามแนวคูเมือง (คลองคูเมืองบริเวณหลังกระทรวงมหาดไทย) ไปจรดแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด โดยภายในกำแพงเมืองธนบุรีเดิม เป็นที่ตั้งของพระราชวังกรุงธนบุรี

สาเหตุทรงเลือก "ธนบุรี"  เป็นราชธานี

  • กรุงธนบุรีตั้งอยู่ที่น้ำลึกใกล้ทะเล

หากข้าศึกยกมาทางบก โดยไม่มีทัพเรือ เป็นกำลังสนับสนุน ด้วยแล้วก็ยากที่จะตีได้สำเร็จ และในกรณีที่ข้าศึกมีกำลังมากกว่าที่จะรักษากรุงไว้ได้ ก็อาจย้ายไป
ตั้งมั่นที่จันทบุรี โดยทางเรือได้สะดวก

  • กรุงธนบุรีมีป้อมปราการอยู่ทั้ง 2 ฟากแม่น้ำ

ป้อมวิชัยประสิทธิ์ และป้อมวิไชเยนทร์ ที่สร้างไว้ ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หลงเหลืออยู่ พอที่ใช้ป้องกันข้าศึกที่จะเข้ามา รุกรานโดยยกกำลังมาทางเรือได้บ้าง

  • กรุงธนบุรีตั้งอยู่บนเกาะ

ลักษณะเหมือนกรุงศรีอยุธยา  และยังมีสภาพเป็นที่ลุ่ม มีบึงใหญ่น้อยอยู่ทั่วไป ซึ่งจะเป็นเครื่องกีดขวางข้าศึกมิให้โอบล้อมพระนครได้ง่าย

  • กรุงธนบุรีตั้งปิดปากน้ำ

ระหว่างเส้นทางที่หัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง จะได้ไปมาค้าขายติดต่อกับต่างประเทศ จึงสามารถกีดกันมิให้หัวเมืองฝ่ายเหนือ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ ซื้อหาเครื่องศัสตราวุธ
ยุทธภัณฑ์จากต่างประเทศได้

  • กรุงธนบุรีอยู่ใกล้ทะเล

สะดวกแก่การไปมาค้าขายและติดต่อกับต่างประเทศ เรือสินค้าสามารถเข้าจอดเทียบท่าได้ โดยไม่ต้องขนถ่ายสินค้าลงเรือเล็ก อย่างสมัยกรุงศรีอยุธยาทำให้ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายได้มาก

  • กรุงธนบุรีเป็นเมืองเก่า

มีวัดจำนวนมากที่สร้างไว้แต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เพียงแต่บูรณะ และปฏิสังขรณ์บ้างเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องสร้างวัดขึ้นใหม่ทั้งหมด

  • กรุงธนบุรี มีดินดี มีคลองหลายสาย

มีน้ำใช้ตลอดปีเหมาะแก่การทำนา ปลูกข้าว ทำสวนผัก และ ทำไร่ผลไม้

กรุงธนบุรีเป็นราชธานีเพียง 15 ปี หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษก ขึ้นเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และทรงย้ายราชธานีจากฝั่งตะวันตก มายังฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้พระราชวังกรุงธนบุรีว่างลง กรุงธนบุรีจึงถูกลดความสำคัญ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของกรุงรัตนโกสินทร์

สำหรับพระราชวังกรุงธนบุรี ได้กลายเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ จนถึงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานให้กองทัพเรือ ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายเรือ และภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือจนถึงปัจจุบัน

ที่มา : เฟซบุ๊กเพจ โบราณนานมา, ศิลปวัฒนธรรม, บล็อก ประวัติศาสตร์ไทยอันยาวนาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...