ECB เผย ปชช.กังวล `ความเป็นส่วนตัว` มากที่สุดเกี่ยวกับ CBDC
ECB เผย ปชช.กังวล ความเป็นส่วนตัว มากที่สุดเกี่ยวกับ CBDC
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 64 13:12 น.
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยผลการสอบถามความคิดเห็น ปชช. และภาคธุรกิจ เกี่ยวกับยูโรดิจิทัลกว่า 8,000 ความคิดเห็นพบว่า 'ความเป็นส่วนตัว' เป็นข้อกังวลอันดับหนึ่ง ซึ่ง ECB ยืนยันว่ายูโรดิจิทัลตอบโจทย์นี้ได้ ด้านอดีตผู้บริหาร Apple เชื่อ ECB อาจจะไม่ได้พูดความจริงในเรื่องของการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้
Fabio Panetta หนึ่งในผู้บริหารของธนาคารกลางยุโรปหรือ European Central Bank (ECB) ได้กล่าวกับ คณะกรรมาธิการการเงินและเศรษฐกิจสหภาพยุโรปในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเขาได้กล่าวถึงความสำคัญของการรักษาความเป็นส่วนตัว สำหรับการใช้งาน CBDC ในอนาคต
จากการที่ทางธนาคารกลางยุโรปได้มีการปรึกษาหารือในเรื่องของความเป็นไปได้ในการใช้งานยูโรดิจิทัล ซึ่งได้มีการสอบถามความคิดเห็นประชาชนและภาคธุรกิจกว่า 8,000 ความคิดเห็น โดยได้รับความคิดเห็นในเรื่องของ 'การรักษาเป็นส่วนตัว' เป็นอันดับหนึ่ง
โดยมีถึง 43% ของผู้ให้ความคิดเห็น ได้กล่าวถึง การรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นปัจจัยหลัก ทำให้ Fabio Panetta ได้กล่าวว่า เงินยูโรดิจิทัลสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ โดยไม่ต้องผ่อนปรนมาตรฐานด้านความปลอดภัย
ความคิดเห็นอื่นๆ จากการสำรวจเกี่ยวกับการใช้เงินยูโรดิจิทัล เช่น ต้องการการทำธุรกรรมการเงินที่ปลอดภัย (18%), การชำระเงินข้ามพรมแดนภายในสหภาพยุโรป (11%),ค่าธรรมเนียมที่ต่ำ (9%) และความสามารถในการใช้งานระบบได้แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต (8%)
"จากที่ผมได้กล่าวไปแล้วเรื่องของการรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการใช้งานยูโรดิจิทัล การปกป้องข้อมูลของผู้ใช้ และระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดี จะเป็นเป้าหมายหลักของเรา"
อย่างไรก็ตาม ทางธนาคารกลางยุโรปก็ได้มีการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอยู่เสมอมา ตั้งแต่ก่อนที่จะมีแนวคิดเรื่องยูโรดิจิทัลเข้ามาเสียอีก โดยการวิจัยชี้ให้เห็นว่า ระบบดิจิทัลสามารถเฝ้าดู และตรวจสอบการกระทำเรื่องที่ผิดกฎหมายได้ โดยที่ยังสามารถคงไว้ในเรื่องของความโปร่งใสและความเป็นส่วนตัว
ในขณะที่ทางสหภาพยุโรปกำลังเห็นด้วยกับความเป็นไปได้ของการเปิดใช้งาน CBDC นี้
แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเห็นด้วยว่าผลลัพธ์จะออกมาสวยงาม
อดีตผู้จัดการฝ่ายผลิตของ Apple ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการของ Oasis Labs อย่าง Anne Fauvre-Willis กล่าวว่า สหภาพยุโรปได้เชื่อมั่นในเรื่องของการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานมาก่อนก็จริง แต่มันคงจะนับรวมไม่ได้ถ้าหากยูโรดิจิทัลได้ถูกสร้างบนระบบ Centralized
"สหภาพยุโรปเคยมีประวัติที่ดีในการรักษาความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ แต่ยูโรดิจิทัลนี้มันเป็นระบบ Centralized นะ" Anne Fauvre-Willis กล่าวกับ Cointelegraph และยังเพิ่มเติมว่า "แทนที่จะเปิดให้ใช้งานเป็นระบบ Centralized ผ่านธนาคาร ทำไมไม่ใช้เป็นโปรโตคอล Decentralized แทนล่ะ"
อย่างเช่น ให้ยูโรดิจิทัลทำงานอยู่บนบล็อกเชนของ Ethereum มันคงจะเป็น Decentralized และเป็นอิสระเฉกเช่นเดียวกับ Ethereum หรือเหรียญอื่นๆ ที่ถูกสร้างโดย Ethereum
แต่กระนั้น มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ธนาคารกลางยุโรปจะยอมสูญเสียความสามารถ
ในการควบคุมเงิน ให้ไปตกอยู่ในมือของเครือข่าย Decentralized
แต่ปกติแล้ว โดยธรรมชาติของมนุษย์นั้นชอบที่จะใช้ช่องทางที่ง่ายที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งเรา
อาจจะเห็นผู้คนรุมกันเข้าไปใช้ยูโรดิจิทัล โดยบางครั้งอาจจะไม่ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวที่ต้องระวังในระหว่างการใช้งาน
"และสำหรับผู้ใช้งานคริปโทแล้วละก็ ฉันเชื่อว่าความง่ายในการใช้งานคงจะชนะเรื่องการรักษาความเป็นส่วนตัวอย่างแน่นอน" Anne Fauvre-Willis กล่าว
"การรักษาความเป็นส่วนตัวเป็นหนึ่งในสิ่งที่ต้องคำนึง แต่มันคงไม่เพียงที่จะทำให้ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรมได้หรอก ยกเว้นผู้ที่จะคำนึงถึงเรื่องความเป็นส่วนตัวจริงๆ ดังนั้น เมื่อเรากำลังสร้างอะไรก็ตามที่น่าสนใจและสามารถเปลี่ยนโลกได้ เราจำเป็นต้องนำเอาเรื่องของความเป็นส่วนตัวมาพิจารณาเป็นปัจจัยสำคัญ"
อนึ่ง ทางธนาคารกลางยุโรปกำลังมีการวิจัยความเป็นไปได้ของยูโรดิจิทัลอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายในช่วงเดือน มิถุนายน - สิงหาคมนี้
แปลโดย : พงศภัค รจนา
ที่มา : cointelegraph
เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.comอนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
ดูข่าวต้นฉบับ