โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานีกลางบางซื่อ บริหารให้ดี อย่าให้เสียของ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ธ.ค. 2563 เวลา 10.06 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2563 เวลา 01.36 น.

คอลัมน์ชั้น 5 ประชาชาติ ประเสริฐ จารึก

หลังจาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หอบคณะรัฐมนตรีทัวร์รถไฟชานเมืองสายสีแดงจากสถานีกลางบางซื่อ-รังสิต

น่าจะเป็นการการันตี ภายในเดือนพฤศจิกายน 2564 คนกรุงเทพฯและปทุมธานี จะได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง“ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต” แน่นอน หลังใช้เวลาสร้างมาราธอนกว่า 10 ปี

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ รัฐบาลต้องขยายกรอบวงเงินก่อสร้างให้ “ร.ฟ.ท.-การรถไฟแห่งประเทศไทย” เดินหน้าโครงการถึง 5 ครั้ง มาจากหลายสาเหตุ ทั้งรับเหมาเสนอราคาเกินกรอบราคากลาง มีปรับแบบสถานีกลางบางซื่อ รับรถไฟความเร็วสูง

ทำให้เงินลงทุนโครงการ ขยับจากครั้งแรก 52,220 ล้านบาท เป็น 93,950 ล้านบาท ล่าสุดอาจมีแนวโน้มจะทะลุ 1 แสนล้านบาท หากกระทรวงคมนาคมอนุมัติขยายกรอบวงเงินให้เป็นครั้งที่ 6 อีก 10,345 ล้านบาท ตามที่ ร.ฟ.ท.ขอเพิ่ม

ซึ่งการขอเงินเพิ่มครั้งนี้ไม่ง่าย ด้วยจำนวนเงินที่สูง ทำให้ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เจ้ากระทรวงคมนาคม สั่งรีเช็กเนื้องานและมูลค่างานที่โป่งขึ้นมาอย่างละเอียด ก่อนจะตีเช็คจ่ายให้ผู้รับเหมา

แต่จะไม่นำปัญหาที่ยังเคลียร์ไม่จบ มาผูกติดกับการเปิดบริการรถไฟฟ้าสายสีแดง หลัง ร.ฟ.ท.มั่นใจ พร้อมเปิดบริการได้ตามแผน จะเปิดทดลองให้ประชาชนใช้ฟรีในเดือนกรกฎาคม และเปิดเชิงพาณิชย์เก็บค่าโดยสารในเดือนพฤศจิกายน 2564

การมาหาของรถไฟฟ้าสายสีแดงในปีหน้า นอกจากจะทำให้การเดินทางสะดวกแล้ว ยังทำให้ “สถานีกลางบางซื่อ” เป็นที่รู้จักของโลก เพราะจะเป็นสถานีรถไฟและศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดของไทยและอาเซียน

โดย ร.ฟ.ท.จะย้ายการเดินรถที่ “สถานีหัวลำโพง” มาอยู่ที่ชุมทางบางซื่อทั้งหมด กลายเป็นหัวลำโพง 2 แต่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีนับจากนี้

ทำให้การเปิดใช้ “สถานีกลางบางซื่อ” ไม่เพียงจะพลิกโฉมการเดินทางให้เชื่อมโยงกันด้วยระบบรางแล้ว

ว่ากันว่า จะเปลี่ยนฮวงจุ้ยกรุงเทพฯในรอบ 200 ปี จากการพัฒนาทางด้านใต้ย่านเกาะรัตนโกสินทร์ บริเวณสถานีหัวลำโพง ย้ายมาอยู่ทางด้านเหนือที่ย่านบางซื่อ ซึ่งต่อไปจะเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ หรือดาวน์ทาวน์ ส่วนหัวลำโพงจะเป็นโอลด์ทาวน์

สำหรับ “สถานีกลางบางซื่อ” อยู่ในสัญญาที่ 1 ของรถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต มีกลุ่มกิจการร่วมค้าซิโน-ไทยฯ-ยูนิคฯ เป็นผู้ก่อสร้าง 34,142 ล้านบาท สร้างบนพื้นที่ 487 ไร่ เป็นอาคาร 5 ชั้น รวมชั้นใต้ดินและชั้นลอย มีพื้นที่ใช้สอย 274,192 ตารางเมตร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกการเปิดให้บริการ “สถานีกลางบางซื่อ” จะทำหน้าที่เป็นเพียงจุดขึ้นลงของรถไฟฟ้า รถไฟทางไกล รถไฟชานเมืองเท่านั้น ยังไม่มีพื้นที่เชิงพาณิชย์ไว้บริการ

ต้องรอ ร.ฟ.ท.คัดเลือกเอกชนมาบริหารจัดการพื้นที่สถานี ที่จะนำไปรวมไว้กับสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีแดง ที่จะมีการคัดเลือกเอกชนมาลงทุน PPP ในปี 2565

ขณะที่การเปิดบริการสถานีจะเปิดถึงแค่ชั้น 2 ซึ่งเป็นชานชาลารถไฟทางไกลและชานเมืองเท่านั้น ส่วนชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นชานชาลารถไฟความเร็วสูง จะยังปิดตายไปอีกอย่างน้อย 4 ปีขึ้นไป

รอจนกว่ารถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) สร้างเสร็จเปิดบริการ

แต่ถึงจะยังไม่เปิดบริการ“ร.ฟ.ท.” ต้องเสียเงินค่าบำรุงรักษา เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน ที่จะต้องมีการเช็กอัพระบบ ซึ่งประเมินว่าจะมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ประมาณปีละ 2-3 ล้านบาท

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ การบริหารจัดการพื้นที่ทั้งสถานีที่ ร.ฟ.ท.จะต้องเป็นผู้ดำเนินการในช่วงแรก ระหว่างรอเอกชนมืออาชีพมาดำเนินการ

ด้วยขนาดสถานีที่ใหญ่โต ต้องใช้คนจำนวนมากมาดูแลรักษา ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย โดย ร.ฟ.ท.ประเมินว่าจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท/เดือน

แต่เนื่องจากสถานีกลางบางซื่อ ไหน ๆ ก็สร้างจนใหญ่ที่สุดในอาเซียนแล้ว การบริหารจัดการก็ต้องดีด้วย แต่ด้วยสไตล์การทำงานของ ร.ฟ.ท.ที่ผ่านมา จึงทำให้คนไม่อยากเห็นสภาพเป็นเหมือนหัวลำโพง หรือสถานีขนส่งหมอชิต

งานนี้ต้องวัดฝีมือ ร.ฟ.ท.จะลบภาพจำนี้ได้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...