โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดแอร์อินเดีย โตกระฉูด ไดกิ้น ผุดโรงงานรับดีมานด์

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 01 ม.ค. 2562 เวลา 01.20 น.

คอลัมน์ MARKET MOVE

ตลาดแอร์ของอินเดียยังคงเติบโตรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยบริษัทวิจัยยูโรมอนิเตอร์คาดว่าในปี 2566 ตลาดจะมียอดขายแอร์อย่างน้อย 7.47 ล้านเครื่อง เติบโตก้าวกระโดดถึง 70% จากปัจจุบัน สูงกว่าตลาดโลกที่โตเฉลี่ยเพียงปีละ 20% ถึง 3.5 เท่า ข้อมูลนี้กระตุ้นให้ตลาดคึกคักไปด้วยการทำตลาดและการลงทุนเพิ่มกำลังผลิตรับดีมานด์ในอนาคต

ล่าสุด “ไดกิ้น” ยักษ์เครื่องปรับอากาศสัญชาติญี่ปุ่น เตรียมลงทุนตั้งโรงงานผลิตแอร์แห่งที่ 3 ในอินเดีย หวังเพิ่มกำลังผลิตเป็น 2 เท่าจากปัจจุบัน และสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนจากอีโคโนมีออฟสเกล

สำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานว่า ไดกิ้นประกาศแผนลงทุน 1 หมื่นล้านเยน หรือประมาณ 88.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ซื้อที่ดินบริเวณภาคตะวันตกหรือภาคใต้ สำหรับตั้งโรงงานผลิตแอร์แห่งที่ 3 หวังเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ 2 ล้านเครื่องต่อปีภายในปี 2564 สอดรับกับเป้ายอดขาย 1 แสนล้านเยนหรือ 2 เท่าของปี 2560 ในปีเดียวกัน นับเป็นการลงทุนต่อเนื่องหลังปีที่แล้วตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ในรัฐราชาสถานทางภาคเหนือไปแล้ว

การลงทุนต่อเนื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนยึดตลาดอินเดียของยักษ์เครื่องปรับอากาศ ภายใต้การนำของซีอีโอ “คานวัณ จีท จาวา” ซึ่งใช้กลยุทธ์แบ่งตลาดออกเป็น 5 เขตตามสภาพอากาศ ความพร้อมด้านไฟฟ้าและอื่น ๆ

พร้อมเดินหน้าตั้งฐานผลิตในแต่ละเขตเพื่อสร้างแอร์ที่ตอบโจทย์เฉพาะพื้นที่และกำจัดต้นทุนจากภาษีนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2553 ช่วยให้สามารถตั้งราคาขายถูกลงได้ถึง 20% เหลือเครื่องละประมาณ 3.2-3.8 หมื่นรูปีขึ้นกับขนาดบีทียู ลดช่องว่างมาแพงคู่แข่งสำคัญอย่าง “แอลจี” เพียง 10% และแพงกว่าแบรนด์ท้องถิ่นรายใหญ่ “โวลต้า” (Voltas) ประมาณ 30% จนครองอันดับ 1 ด้านยอดขายในปี 2558 ได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ตลาดแอร์แดนภารตยังมีความท้าทายรออยู่อีก “โยชิฮิโระ มิเนโนะ” เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสของไดกิ้น อธิบายว่า เมื่อตลาดขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นั้นมักมีความเสี่ยงที่ในระยะยาวผู้บริโภคจะเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยราคามากขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ต้องจับตาดูว่า หลังจากนี้ผู้เล่นหลักอีก 2 รายคือ แอลจีและโวลต้า ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดรายละ 15-20% จะรับมือการขยายตัวของไดกิ้นอย่างไร

ในขณะที่คู่แข่งรายอื่น ๆ อาทิ แคเรีย, ฮิตาชิ, พานาโซนิค ซึ่งยังมีส่วนแบ่งไม่มากนัก จะสามารถตีตื้นขึ้นมาได้หรือไม่

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...