โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร. เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่าย ร้านค้าทอง-ธุรกิจค้าน้ำมัน ร่วมฟอกเงินขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ‘ดาวเรือง สมแสง’

สวพ.FM91

อัพเดต 19 มิ.ย. 2563 เวลา 05.58 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 05.50 น.

วันที่ 19 มิถุนายน 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ร่วมแถลงข่าว ปฎิบัติการทลายเครือข่ายฟอกเงิน ขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ จับกุม เจ้าของร้านทอง-ธุรกิจน้ำมัน หลังพบร่วมกันฟองเงิน มูลค่ากว่าแสนล้านบาท
 
สืบเนื่องจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สั่งการให้ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (ผบช.ภ.5), พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจค้นพื้นที่ เป้าหมาย 12 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร, จังหวัดตรัง, พังงา และจังหวัดระนอง เพื่อจับกุมผู้ต้องหาในคดีฟองเงินเครือข่ายยาเสพติด “ดาวเรือง” เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร มีเครือข่ายอยู่ในเรือนจำตามจังหวัดต่างๆ หลังพบว่า ขบวนการดังกล่าวนี้ มีการฟอกเงินจากการค้ายาเสพติด กว่า 3,000 พันล้านบาท
 
พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า  ปฎิบัติการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการร สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 10 ราย ประกอบด้วย (1.) นางชมพู หวังเจริญรุ่ง, (2.) นายกรวิก หวังเจริญรุ่ง, (3.) นายกนิษฐ หวังเจริญรุ่ง, (4.) นางสาวเพ็ญวิไล แก้วกาญจน์, (5.) นางสาวขวัญฤทัย นวนนิ่ม, (6.) นางสาวพัชรี หมวดหรี, (7.) นางสาวกัลยา ชูสังข์, (8.) นางสาวธัญทิพย์ เพชรเรือนทอง, (9.) นางธงไชย รัตน์จันทร์ และ (10.) นางสาวเบญจมาภรณ์ อาจหาญ พร้อมอายัดตัดผู้ต้องหาที่อยู่ในเรือนจำต่าง ๆ อีก 9 ราย แบ่งเป็น ผู้ต้องหาในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 2 ราย, ผู้ต้องหาในเรือนจำจังหวัดทุ่งสง 1 ราย, และผู้ต้องหาในเรือนจำจังหวัดหลังสวน 1 ราย เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน
 
การจับกุมขบวนการฟอกเงินยาเสพติดรายใหญ่ ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ นายปิยรัช นิดคง สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบางดี อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ร้องเรียนว่า ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวะปืนสงคราม M.16 ยิงถล่มบ้านพัก 2 คน ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 และวันที่ 12 มีนาคม 2562 สาเหตุมาจาก ความขัดแย้งเกี่ยวการทุจริตภายใน อบต.บางดี หลายโครงการที่นายปิยรัช ผู้เสียหายพยายามตรวจสอบและเปิดโปงเรื่องทุจริตทั้งหมด ทำให้ผู้บริหาร อบต.บางดี บางคนซึ่งมีอิทธิพลในพื้นที่ไม่พอใจ จึงว่าจ้าง กลุ่มมือปืนมาก่อเหตุ
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม จึงจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสจนสามารถติดตามจับกุม นายธีระพร ชูเมือง อายุ 40 ปี และนายณัฐวุฒิ คชแก้ว อายุ 29 ปี พร้อมพวกอีก 10 คน ได้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 หลังจากการจับกุมครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลตรวจสอบประวัติของนายธีระพร พบว่า มีพฤติการณ์เป็น เอเย่นต์ ค้ายาเสพติดรายใหญ่ มีเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงเครือข่ายตามเรือนจำอีกหลายแห่ง ซึ่งนายธีระพร ยอมรับว่า ยุ่งเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดจริง โดยลักลอบนำยาเสพติดมาจากประเทศพม่า เข้ามาจำหน่ายให้กับลูกค้ารายย่อยในพื้นที่ จังหวัดตรัง และจังหวัดใกล้เคียงในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนางสาวดาวเรือง สมแสง ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ต้องโทษจำคุกอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครขณะนี้ เป็นผู้ประสานงานคอยทำหน้าที่รับโอนเงินค่ายาเสพติดจากเครือข่ายต่างๆ รวมถึงถ่ายโอนเงินไปยังบัญชีอื่นๆ
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม (กก.6 บก.ป.) จึงประสานงานไปยัง เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ตรวจสอบ กระทั่งพบเส้นทางการเงินของนางสาวดาวเรือง สมแสง ซึ่งมีการโอนเงินค่ายาเสพติดเข้าออกบัญชีอื่นๆ ถึง 113 บัญชี และ 1 ใน 113 บัญชี เป็นบัญชีธนาคารในนามของ บริษัท ชมพู (บัวนหลี) จำกัด ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับจำหน่ายเครื่องทองรูปพรรณ รับโอนเงินจากบัญชีธนาคารของนางสาวดาวเรือง เป็นจำนวน 1.5 ล้านบาท และบัญชีธนาคารอื่นๆ ของเครือข่ายนายธีระพร เข้ามาอีกหลายล้านบาท
 
จากการตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2558-2561 พบว่า บริษัทร้านทองบัวนหลี มีรายได้แบบก้าวกระโดดผิดปกติ โดยในปี 2558 มีรายได้เพียง 41 ล้านบาท  พอมาปี 2559 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 344 ล้านบาท, ปี 2560 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2,338 ล้านบาท และในปี 2561 มีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 3,008 ล้านบาท จึงเชื่อได้ว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ได้มาจากขบวนการค้ายาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มเติมอย่างละเอียด พบว่า นอกจากเครือข่ายของนายธีระพร ที่โอนเงินค่ายาเสพติดมาให้ บริษัท ชมพู (บ้วนหลี) จำกัด ยังมีเครือข่ายยาเสพติดอื่นโอนเงินเข้ามายังบริษัทฯ อีก 5 เครือข่าย รวมเป็นเงินกว่า 580 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับบุคคลในบริษัทฯ ดังกล่าว ที่เกี่ยวข้องและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ จนนำไปสู่ปฎิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 12 จุด ในกรุงเทพมหานคร, ตรัง, พังงา และระยอง
 
พล.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า  จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 10 คน ยังให้การปฎิเสธ อ้างว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาจากการขายทองรูปพรรณให้กับร้านทองฝั่งประเทศพม่า แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื้อ เนื่องจาก ปกติแล้วการซื้อ-ขายทอง ระหว่างประเทศจะเป็นการสั่งซื้อในนามของบริษัทฯ หรือร้านทอง แต่จากการตรวจสอบเอกสารการซื้อ-ขายทองดังกล่าวตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างนั้น เป็นการซื้อ-ขายทองกันในนามบุคคลที่เป็นชาวพม่า อีกทั้งบัญชีธนาคารที่ใช้โอนเงินเข้ามายังเป็นของเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติด ประกอบกับตามกฎหมายแล้ว หากมีการทำธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำ มูลค่าเกิน 7 แสนบาท ทางร้นทองจะต้องแจ้งรายละเอียดในส่วนนี้ให้กับทาง ป.ป.ง. ทราบ แต่บริษัท ชมพู (บ้วนหลี) จำกัด กลับไม่แจ้งข้อมูลส่วนนี้ ทำให้เชื่อได้ว่า น่าจะเข้าข่ายฟอกเงิน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา ตามหมายจับ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม (กก.6 บก.ป.) ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป    
 
“ขบวนการค้ายาเสพติด เครือข่ายอื่นในภาพรวมทั่วประเทศ  มีการฟอกเงินด้วยการซื้อทองคำแท่ง ซื้อ-ขายน้ำมันเเละธุรกิจการส่งออกสินค้าหลากหลายประเภท เมื่อส่งออกไปก็จะมีการส่งสินค้ากลับเข้ามาในรูปแบบสินค้าอื่นๆ มูลค่าในการฟอกเงินครั้งนี้ กว่าเเสนล้านบาท การปฏิบัติการในครั้งนี้มีการหมายจับ 400 หมายจับ สามารถจับกุมได้กว่า 300 หมายจับ  ซึ่งมีทั้งเจ้าของร้านทอง กว่า 10 หมายจับ เจ้าของธุรกิจน้ำมัน และผู้รับเปิดบัญชีรับโอนเงิน และกดเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือ พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้บงการต่อไป”
 
สำหรับขบวนการค้ายาเสพติด ‘ดาวเรือง’ เป็นขบวนการที่ค้าทั้งยาไอซ์ และยาบ้า จากข้อมูลพบว่า ทำมาซักระยะแล้ว ซึ่งกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีข้อมูลอยู่แล้ว  และยังพบว่า  ผู้บงการของเครือข่ายนี้ยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ในประเทศ และพบว่า มีบางส่วนสั่งการมาจากในเรือนจำ ซึ่งมีการประสานกับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ มาตลอด
 
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังดำนเนิการขยายผลต่อ เพราะพบร้านทองอีกหลายแห่งที่รับฟอกเงินจากเครือข่ายยาเสพติด เช่น ย่านเยาวราช  2-3 ร้าน ร้านทองในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี, นครปฐม,  แม่สอด จ.ตาก  และภาคใต้  ซึ่งจากการสอบปากคำเจ้าของร้านทองที่ถูกจับกุม บางส่วนรับสารภาพ บางส่วนให้การภาคเสธ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...