โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชลประทานยันป้องกันน้ำเค็มไม่ให้ทะลักเข้าพื้นที่คู คลอง ในจังหวัดราชบุรีได้

77kaoded

เผยแพร่ 07 ม.ค. 2563 เวลา 08.53 น. • 77 ข่าวเด็ด

  จากกรณีที่หลายพื้นที่ประสบกับปัญหาเรื่องของน้ำเค็มที่ทะลักเข้าไปตามแม่น้ำลำคลองต่างๆ ส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ทั้งด้านการอุปโภค บริโภค  ด้านการเกษตร และเลี้ยงสัตว์  สาเหตุมาจากปัญหาภัยแล้ง  ซึ่งมีปริมาณน้ำน้อย  ทำให้ช่วงน้ำทะลุหนุนนั้นไม่มีน้ำจืดผลักดันน้ำเค็มให้ออกไป

         ซึ่ง จ.ราชบุรี ก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งซึ่งเคยเกิดปัญหาน้ำเค็มทะลักเข้าพื้นที่ใน ปีพ.ศ.2558  ที่ผ่านมาในช่วงนั้นส่งผลให้ประชาชนที่ปลูกพืชผักได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง  จึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานนั้นได้นำเอาปัญหาน้ำเค็มรุกพื้นที่ ในปีพ.ศ.2558 นั้น มาเป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหา  และมาเป็นแนวทางในการป้องกันน้ำเค็ม ทะลักเข้าตามคู คลองต่างๆ เนื่องจากจังหวัดราชบุรี นั้นมีพื้นที่ติดต่อกับสองจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเล  คือจังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม

ในวันนี้(7 ม.ค.63) ผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปพูดคุยกับนายสัญญา  อี้โค้ว  อายุ 74 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 3  ต.ท่าคา  อ.อัมพวา  จ.สมุทรสงคราม   ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในเขตรอยต่อ ระหว่าง จ.ราชบุรี และจ.สมุทรสงคราม  ก็บอกว่าตั้งแต่ทางชลประทานมาสร้างประตูกั้นน้ำเค็มบริเวณคลองลำประโดง  ก็ทำให้น้ำเค็มนั้นไม่เข้ามาในพื้นที่  ถึงแม้จะมีมาบ้างแต่ก็น้อย  ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร  เพราะตนเองนั้นปลูกมะพร้าวน้ำเค็มจึงไม่มีผลอะไร  แต่ถ้าเข้ามามากๆก็จะส่งผลกระทบกับเกษตรกรที่ปลูกพืชล้มลุก

     ด้านนายเฉลิมวรรษ   อินทชัยศรี  นายช่างชลประทานอาวุโส  และเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน  ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดำเนินสะดวก   สำนักชลประทานที่ 13  กรมชลประทาน  ก็บอกว่า ทางสำนักได้นำปัญหาน้ำเค็มรุกใน ปีพ.ศ.2558  มาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางป้องกัน  จนทำให้ในปีนี้ที่อื่นอาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มที่ทะลักเข้ามา  แต่ในพื้นที่จ.ราชบุรี นั้นขอยืนยันได้ว่าขณะนี้น้ำเค็มนั้นยังไม่ทะลักเข้ามาในพื้นที่ เพราะมีการสร้างประตูระบายน้ำในทางคลองสายหลักหลายแห่งที่ติดต่อกับพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม และจ.สมุทรสาคร   เพื่อปิดกั้นน้ำเค็มทะลักเข้ามา  และจะมีการตรวจวัดค่าความเค็มในน้ำทุกวัน ถ้ามีน้ำเค็มเข้ามามากเกินไป  ทางชลประทานก็จะสามารถปล่อยน้ำจืดจากเขื่อนในจ.กาญจนบุรี เข้ามาไล่น้ำเค็มออกได้  จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร  ประกอบกับในช่วงนี้น้ำทะเลไม่หนุนจึงยังไม่มีผลกระทบอะไรกับประชาชน ทั้งในพื้นที่อำเภอดำเนินสะดวก และอำเภอบางแพ  ซึ่งอยู่กับสองจังหวัดที่ติดทะเล

    ส่วนเรื่องของภัยแล้งนั้น กรมชลประทานได้มีการวางแผนการบริหารจัดการน้ำไว้เป็นช่วงระยะเวลา คาดการณ์น้ำต้นทุนของเขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ในช่วงฤดูแล้งมีปริมาณน้ำใช้การได้ ประมาณ 9,200 ล้าน ลบ.ม. วางแผนจัดสรรน้ำไว้ทั้งหมด 5,700 ล้าน ลบ.ม. แยกเป็นการเกษตร 3,180 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภค บริโภค 460 ล้านลบ.ม. และรักษาระบบนิเวศน์รวมทั้งระบบอื่นๆ 2,060 ล้าน ลบ.ม. สนับสนุนการเพาะปลูกประมาณ 2.07 ล้านไร่ คาดว่าตามแผนที่ทางกรมชลประทานวางไว้ จะทำให้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ราชบุรี ไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...