โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมืองที่ไร้คาร์บอน "ศูนย์ราชการ" ปอดแห่งใหม่กรุงเทพฯ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ส.ค. 2563 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2563 เวลา 09.04 น.

โปรเจ็กต์ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ มีพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 300 ไร่ ปัจจุบันเหลือพื้นที่พัฒนาอีก 81 ไร่ ตามแผนพัฒนาของบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) โดยจะมีการลงทุนสร้างอาคารโซน C เพื่อรองรับหน่วยงานราชการ และปรับปรุงบางส่วนของอาคารโซน A และโซน B ทั้งยังปรับปรุงส่วนด้านหน้าด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพื่อเพิ่มความร่มรื่นภายในด้วยต้นไม้ใหญ่เรียงรายกว่า 1,200 ต้น นับว่าช่วยกระตุ้นให้ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการด้วยรถสาธารณะ และใช้วิธีเดินระหว่างอาคารภายในให้มากขึ้น

เมื่อโจทย์สำคัญคือการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของอาณาจักรศูนย์ราชการให้มากขึ้น“ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท” ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) ผู้รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงเล่าให้ฟังว่าหน้าที่ของ ธพส.ในฐานะที่เป็น “developer” ของภาครัฐมีภารกิจ 2 ขา คือขาแรก บริหารจัดการทรัพย์สินของภาครัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด และขาที่สอง พัฒนาพื้้นที่เพื่อสร้างคุณภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และดูแลสิ่งแวดล้อม

“โดยเฉพาะการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ ธพส.ให้ความสำคัญมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการจะพบปัญหาคือที่จอดรถไม่เพียงพอต่อความต้องการ ฉะนั้น ธพส.จึงตัดสินใจจะสร้างอาคารจอดรถรองรับผู้มาใช้บริการอีก 4,000 คันแต่จะเป็นแค่อาคารจอดรถอย่างเดียวไม่ได้ เพราะ ธพส.มองว่าควรจะต้องเพิ่มพื้นที่สีเขียวชั้นบนสุดของอาคารจอดรถด้วย ที่สำคัญ ยังจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด”

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

“ซึ่งเราจะมีความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด(มหาชน) หรือ EA ในการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในอาคารจอดรถแห่งใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ให้ประชาชนเห็นข้อดีของการใช้พลังงานที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังช่วยลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศด้วย เนื่องจากบริเวณพื้นที่ 22 ไร่ หรือหน้าบ้านของศูนย์ราชการ จะทำการปรับปรุงใหม่เพื่อให้เส้นทางเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีชมพู”

“เราจะถมที่ดินด้านหน้า จากเดิมที่เป็นสระน้ำแล้วปลูกต้นไม้ หรือปูหญ้าเพิ่มสีเขียวลงไปให้ตรงกับคอนเซ็ปต์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ส่วนพื้นที่ถนนด้านข้างจะเพิ่มการปลูกต้นไม้ใหญ่ อย่างเช่น ต้นราชพฤกษ์ เพื่อกระตุ้นให้คนมาใช้บริการของศูนย์ราชการ แล้วใช้การเดินแทนการใช้รถยนต์รวมถึงประชาชนที่เข้ามาใช้ประโยชน์ เช่น การออกกำลังกาย หรือกิจกรรมอื่น ๆที่จะส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสุขภาพที่ดีของประชาชนไปในตัว”

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

“ดร.นาฬิกอติภัค” กล่าวต่อว่า ธพส.ร่วมมือกับนักภูมิสถาปัตย์ระดับโลก (กชกร วรอาคม) ให้ช่วยออกแบบสวนสาธารณะ มีการจัดกิจกรรมได้หลากหลายเพื่อสร้างให้คนรู้สึกอยากเข้ามาใช้บริการพร้อมทั้งต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ นอกจากนั้น เรายังมองเรื่องการต่อยอดในเรื่องของการท่องเที่ยว และทำให้ศูนย์ราชการเสมือนปอดแห่งใหม่กับคนกรุงเทพฯอีกด้วย

“เพราะเราจะมีการเชื่อมโยงกับสำนักงานของภาครัฐ และภาคเอกชนที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย และในช่วงที่ผ่านมา ธพส.ยังเดินสายหารือกับหน่วยงานบนถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหารถติดร่วมกัน ทั้งนั้น เพื่อสร้างระบบการขนส่งเชื่อมโยงกับการตัดถนนใหม่เพิ่มเติมด้วย โดยเฉพาะถนนตัดใหม่ที่จะเกิดขึ้นบริเวณถนนแจ้งวัฒนะ, ถนนกำแพงเพชร 6 และถนนวิภาวดีรังสิต ที่ประกอบด้วย ถนนหมายเลข 8 ที่ตอนนี้เริ่มเปิดบริการแล้วเพื่อมาเชื่อมโยงกับศูนย์ราชการกับถนนกำแพงเพชร 6 (ส่วนขยายถึงถนนวิภาวดีรังสิต), ถนนหมายเลข 10 และแนวเส้นทางที่คาดว่าจะสร้างเชื่อมต่อกับถนนประชาชื่น และถนนหมายเลข 11 ที่คาดว่าจะปรับปรุงขยายช่องการจราจรถนนประชาชื่น”

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

“เพราะปัจจุบันการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชน ประกอบด้วย 4 เส้นทางคือ รถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี), ถัดมาคือรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต), สถานีหลักสี่-โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ (คาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2564) และการสร้าง skywalk จากหลักสี่มายังโรงพยาบาลจุฬาภรณ์”

“ดร.นาฬิกอติภัค” กล่าวต่อว่า เมื่อมีรถไฟฟ้าก่อสร้างมาจนถึงหน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ช่องทางที่จะกระตุ้นให้ลดการใช้รถยนต์น้อยลงจึงมีความเป็นไปได้สูง ฉะนั้น ธพส.ก็จะพยายามเพิ่มรถเมล์ไฟฟ้าในพื้นที่ให้มากขึ้นด้วย และตอนนี้มีการเปิดทางให้ผู้สนใจได้เข้ายื่นขอสัมปทานรถเมล์ไฟฟ้า และถ้ามีผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้เข้ามาลงทุนจะยิ่งช่วยลดคาร์บอนในอากาศได้มากขึ้น

“แต่กระนั้น การดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานราชการอาจมีความเสี่ยงในแง่ของผลตอบแทนการลงทุน หรือ IRR (internal rate of return) เพราะมีการประเมินว่า การลงทุนควรให้อัตราผลตอบแทนได้เท่าไหร่ เพราะรัฐวิสาหกิจของภาครัฐถูกกำหนดไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 8% ที่สำคัญ การลงทุนบางอย่างไม่สามารถชี้วัดเป็นตัวกำไรได้แต่การลงทุนครั้งนี้ถือว่าเป็นการทำเพื่อคุณภาพชีวิตของคน 30,000 คน ที่อยู่กับเราจะได้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น”

“แม้เม็ดเงินการลงทุนจะสูงถึง720 ล้านบาท (โซนหน้าบ้าน 22 ไร่) แต่ถ้าเกินจากนี้จะต้องกู้เงิน แต่กรณีแบบนี้การลงทุนไม่มี return แต่จะคืนในรูปแบบอื่น ๆ เช่น เมื่อคนในสังคม-ชุมชนมีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น พวกเขาก็จะเข้ารักษาในโรงพยาบาลน้อยลง ภาครัฐก็สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ ฉะนั้นจะเห็นว่าทุกอย่างไม่ได้สะท้อนออกมาเป็นรายได้ หรือผลกำไรเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐพึงกระทำ”

“ดร.นาฬิกอติภัค” กล่าวเพิ่มเติมว่า หน่วยงานอีกมากที่ยังไม่เข้าใจเรื่องการดูแลสังคม และสิ่่งแวดล้อม เพราะในระดับโลกมีการกล่าวถึงเรื่องของ “ความยั่งยืน” หรือ “SDGs” (sustainable development goals) ที่เป็นข้อเรียกร้องให้ทั่วโลกช่วยกันขจัดความยากจน ปกป้องสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมให้ประชากรของโลกใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ตามเป้าหมาย 17 ข้อ

“ผมจึงมองว่าไม่ว่าประเทศไหนจะมีแพทย์ที่เก่งมากก็ตาม แต่การรักษาก็ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายทาง หากจะแก้ไขตั้งแต่ต้นทางก็ต้องให้ความสำคัญกับ public helth เนื่องจากแพทย์คือปลายทางของวงจรนี้ และปัจจุบันโครงการในลักษณะนี้พัฒนาค่อนข้างลำบาก แต่ ธพส.จะต้องเดินหน้าต่อในโปรเจ็กต์นี้ เพราะสุดท้ายแล้ว return ที่จะกลับมาคือ เรื่องของสุขภาพของประชาชนจะดีขึ้น”

“ดังนั้น ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการนี้คงต้องรอการพิจารณาอนุมัติจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แต่มีการคาดการณ์ว่าจะเริ่มเปิดประมูลผู้รับเหมาได้ภายในเดือนธันวาคม 2563 และหลังจากนั้นจะใช้เวลาการก่อสร้างประมาณ 18 เดือน และศูนย์ราชการดังกล่าวจะแล้วเสร็จอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2566 อันสอดคล้องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูที่จะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อพลิกโฉมศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะให้กลายเป็นเมืองใหม่ที่ไร้คาร์บอน”

ต้องติดตามดู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...