โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศธ.จับมือ"OECD" ยกระดับการเรียนรู้เด็กไทย

[invalid]

อัพเดต 10 ธ.ค. 2561 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2561 เวลา 09.55 น. • tnnthailand.com
กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา นำประสบการณ์ “PISA” ยกระดับการเรียนรู้ในประเทศ

วันนี้ (10 ธ.ค. 61) กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development :หรือ OECD ) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) พร้อมด้วยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดเวทีสัมมนาเรื่อง “ยกระดับการเรียนรู้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : ประสบการณ์จาก PISA 61” (Raising Learning Outcomes in Southeast Asia : Insights from PISA) เมื่อวันที่ 29-30 พ.ย.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมเดอ สุโกศล พญาไท กรุงเทพฯ เพื่อร่วมกันยกระดับการศึกษาร่วมกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การสัมมนาครั้งนี้มี Mr.Andreas Schlicher,Director,Directorate of Education and Skills (OECD) เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้บริหารและนักการศึกษาจาก 7 ประเทศ ประกอบด้วย บรูไน,อินโดนีเซีย,กัมพูชา,มาเลเซีย,สิงคโปร์,ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายและนักการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนได้นำเสนอนโยบายด้านการศึกษาที่เป็นผลสืบเนื่องจากการประเมิน (PISA) รวมทั้งประเด็นที่น่าสนใจ เชื่อมโยงหลักสูตรการเรียนการสอนกับการประเมินผล สนับสนุนการเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีกรณีศึกษาจากประเทศที่ประสบความสำเร็จจากการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ พร้อมทั้งร่วมกันหาแนวทางพัฒนาประสิทธิภาพครูและผู้นำโรงเรียนในการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษารองรับศตวรรษที่ 21

นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการเปิดงานว่า การประชุมครั้งนี้มีความสำคัญ เนื่องจากประธาน OECD พร้อมทีมงานได้มาร่วมประชุม โดยมีการประสานงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการสำรวจเพื่อประเมินระบบการศึกษาทั่วโลก ผ่านการทดสอบทักษะและความรู้ความสามารถของนักเรียน หรือ PISA ที่ผ่านมานั้น มีบางฝ่ายออกมาโจมตีระบบการศึกษาไทยและวิเคราะห์ไปในทางที่ไม่ดี ซึ่ง OECD แจ้งว่า ไม่ควรนำ PISA มาวิพากษ์วิจารณ์ระบบการศึกษา เพราะการประเมินดังกล่าวเป็นการออกแบบเพื่อนำข้อบกพร่องไปปรับปรุงแก้ไขและไม่ควรเปรียบเทียบระหว่างประเทศต่างๆ เพราะแต่ละประเทศมีบริบทต่างกัน

นพ. ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า การสัมมนาครั้งนี้ ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์และความรู้เต็มที่ การประเมินผลวัดมาตรฐานการศึกษาสามารถทำได้หลายรูปแบบ ซึ่ง PISA เป็นรูปแบบหนึ่ง นอกจากนี้ จะได้เรียนรู้ประสบการณ์จากประเทศอื่นๆเช่น จีน,สิงคโปร์ ซึ่งมีการพัฒนาอันดับต้นๆของโลก รวมถึงประเทศในภูมิภาคอาเซียนอื่นๆ

“PISA” (Programme for International Student Assessment) เป็นโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ ริเริ่มโดย OECD มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินคุณภาพของระบบการศึกษาในการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนมีศักยภาพ หรือความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกที่มีความเปลี่ยนแปลง โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนที่เรียกว่า Literacy หรือการรู้เรื่องใน 3 ด้านคือ การรู้เรื่องการอ่าน (Reading Literacy) การรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และการรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) และยังมีการสำรวจข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน และการจัดการเรียนการสอน ซึ่งข้อสอบของ PISA มีความน่าสนใจและท้าทาย เน้นการใช้ความรู้และทักษะในชีวิตจริงมากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเพิ่มเติมว่า สสวท.จัดประชุมระดับภูมิภาคและระดับโลกโดยมีการเตรียมการเรื่อง PISA อย่างต่อเนื่อง การประชุมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กับหน่วยงานที่ออกข้อสอบและประเมินผล ทำให้รู้ถึงมาตรฐานโลกว่าประเมินผลอย่างไรและนำมาช่วยในการดำเนินการของเรา เพราะไม่ใช่เด็กไทยไม่เก่งหรือระบบการศึกษาไทยแย่ แต่ต้องรู้แนวทางการประเมิน ซึ่ง OECD พร้อมให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ การพัฒนาระบบการศึกษาต้องช่วยกันแก้ไขอย่างสร้างสรรค์มากกว่าโจมตี จึงจะทำให้ประเทศชาติพัฒนาอย่างแท้จริง

ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า การเรียนการสอนเป็นหลักสูตรการดำเนินการ และPISA เป็นเรื่องของผลการดำเนินงาน ซึ่งต้องพิจารณารายละเอียดอื่นๆ กล่าวคือ คะแนนประเภทไหนที่ดีแล้ว คะแนนประเภทไหนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเร่งด่วน นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้สามารถส่งเสริมความรู้ระหว่างประเทศต่างๆ เช่น คะแนนด้านไหนมีผลต่อการพัฒนาอย่างไร โดยเฉพาะ OECD ตั้งใจสนับสนุนภูมิภาคของเราเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้าน Mr.Andreas Schleicher, Director, Directorate of Education and Skills OECD กล่าวว่า สิ่งที่เห็นมาตลอดคือ ประเทศไทยมีการวางรากฐานการศึกษาที่ดี วันนี้จะบอกให้ประเทศไทยทำอะไรอย่างไรคงไม่ได้ แต่เป็นการศึกษาว่าประเทศที่ทำได้ดีเป็นอย่างไร มั่นใจว่าระบบการศึกษาและการทดสอบตามโปรแกรม PISA ของไทยจะทำได้ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาและเรียนรู้ร่วมกัน ปัญหาการศึกษาของไทยมีบางจุดที่ยังท้าทายให้ต้องปรับปรุงแก้ไข ในขณะเดียวกันมีหลายจุดที่ดีระดับโลกแม้อยู่ในถิ่นห่างไกล ซึ่งน่าสนใจว่าทำได้อย่างไร และหาแนวทางเพื่อให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยไม่ใช่สมาชิก OECD แต่สมัครเข้าร่วมโครงการในฐานะประเทศร่วมโครงการ (Partner countries) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2543 (PISA 2000) เพื่อตรวจสอบคุณภาพของระบบการศึกษาและสมรรถนะของนักเรียนวัยจบการศึกษาภาคบังคับของชาติ เกี่ยวกับความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต โดยใช้มาตรฐานของประเทศพัฒนาแล้วเป็นเกณฑ์ชี้วัดผลสัมฤทธิ์ จากการทำแบบทดสอบและแบบสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน รวมทั้งนโยบาย การบริหารจัดการและการจัดการเรียนการสอนจากผู้บริหารของโรงเรียนทำให้ได้ข้อมูลคุณภาพการศึกษาของประเทศ เพื่อนำไปสู่การประเมินและพัฒนานโยบายการศึกษา หลักสูตร พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งจัดการเรียนการสอนของประเทศ

ปัจจุบัน มีประเทศเข้าร่วมโครงการ PISA มากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ประเทศไทยเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้และดำเนินการต่อเนื่องมาใน PISA 2003, PISA 2006, PISA 2009, PISA 2012, PISA 2015 และ PISA 2018 โดยจัดการประเมินต่อเนื่องทุกสามปี ขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินงานโครงการ PISA 2021

ทั้งนี้ การสัมมนาครั้งนี้จึงนับว่าประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างมาก ในการนำประสบการณ์ที่ได้รับจากการประเมินของ PISA มาใช้เป็นข้อมูลสำหรับพัฒนางานด้านการศึกษาของประเทศให้มีคุณภาพทัดเทียมกับนานาชาติต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...