โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

53 ปีสตาร์มาร์คแบรนด์ผู้นำชุดครัว รีฟอร์มอาณาจักรธุรกิจบุกออนไลน์-ตลาดส่งออก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ย 2562 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2562 เวลา 11.00 น.

เปิดพอร์ต 53 ปีอาณาจักรธุรกิจกลุ่มสตาร์มาร์คของตระกูล “ศรีสกุลภิญโญ” ย้ำแบรนด์เจ้าตลาดบิลต์อินชุดครัวแพนทรี่ ปูแผนธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 6 ปรับองค์กรสู่ดิจิไทเซชั่นเต็มรูปแบบรีโมเดลแผนธุรกิจเพิ่มบทบาทลูกค้ารีเทล 70-80 สาขาทั่วประเทศ ส่งชุดครัวคอมแพ็กต์สำเร็จรูปเคาะประตูลูกค้าเจ้าของบ้าน เริ่ม 2-6 หมื่นบาท แตกไลน์ “สตาร์มาร์ค อินทีเรียร์” อัพเกรดเจาะกำลังซื้อ B+ ขยายฐานลูกค้ารีสอร์ตโรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ทะลุ CLMV ตั้งเป้า 5 ปีส่งออก 20% จับตาแพลตฟอร์มใหม่ “ออนไลน์ทู ออฟไลน์” ดึงสตาร์ตอัพ Homeprise วาดแผนขึ้นเบอร์ 1 วันสต็อปดิจิทัลเซอร์วิสตลาดเอเชีย

ก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ของกลุ่มสตาร์มาร์ค ผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ชุดครัวแพนทรี่ของเมืองไทย ด้วยยอดส่งมอบสินค้าปีละ 20,000 ชุด ในปัจจุบัน ล่าสุด “ตระกูลศรีสกุลภิญโญ” เปิดโมเดลธุรกิจรอบใหม่ โดยวางกลยุทธ์การเติบโต 5 ปี (2562-2566) ปักธงลงทุนครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทย ควบคู่ขยายช่องทางส่งออกไปยังตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC 10 ประเทศ

โมเดลธุรกิจ “ดิจิไทเซชั่น”

ดร.พัฒน์ปกรณ์ ศรีสกุลภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอร์ริ่ง จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นับจากจุดเริ่มต้นกลุ่มธุรกิจสตาร์มาร์ครุ่นคุณพ่อในปี 2509 ปัจจุบันมีอายุการก่อตั้งกิจการครบรอบ 53 ปี นโยบายในการก้าวสู่ทศวรรษที่ 6 ของกลุ่มสตาร์มาร์ค มุ่งสู่การเป็นผู้นำภายใต้โมเดลธุรกิจดิจิไทเซชั่น เป้าหมายต้องการผลักดันยอดขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ

“เรามองเห็นเทรนด์ธุรกิจโลกใหม่ตั้งแต่ 10 กว่าปีที่แล้ว จากเดิมที่เป็นผู้นำตลาดชุดครัวแพนทรี่ มีการแตกไลน์เปิดบริการ STARMARK Total Home Lifestyle Solution” หรือสตาร์มาร์ค อินทีเรียร์

ดร.พัฒน์ปกรณ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ บริษัทมีการลงทุนเทคโนโลยี 4.0 ตั้งแต่ปี 2556 ด้วยการเข้าซื้อกิจการโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ในสเปน เหตุผลหลักเพราะต้องการเครื่องจักรเทคโนโลยีเยอรมนี ซึ่งมีการติดตั้งเครื่องจักรทันสมัยที่สุด แต่มีจำนวนเพียง 5 เครื่องทั่วโลก หรือเป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น

ไม่ทำงานคนเดียว โตคู่ SMEs

แนวทางทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ชุดครัวและสตาร์มาร์ค อินทีเรียร์ ยังให้น้ำหนักการสร้างเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจบริษัทกลาง-เล็ก หรือ SMEs

รูปแบบคือ กลุ่มสตาร์มาร์คเป็นตัวกลางด้านการตลาด มีเน็ตเวิร์กที่สะสมมาไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี ที่สำคัญมีบิ๊กดาต้าจากการส่งมอบชุดครัวสะสม 4-5 แสนชุด ทั้งบิ๊กดาต้าลูกค้าโครงการ ซึ่งมีการทำวิจัยและพัฒนาสินค้าร่วมกับคู่ค้าดีเวลอปเปอร์รายใหญ่ และบิ๊กดาต้าลูกค้ารายย่อย สามารถนำมาแชร์ข้อมูลในการทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตร SMEs

“ทิศทางอนาคต เราจะเติบโตแบบวิน-วินไปด้วยกัน เป็น new direction ของกลุ่มสตาร์มาร์ค”

โฟกัส “ออนไลน์ทูออฟไลน์”

โอกาสในการเติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ บริษัทได้ลงทุนอยู่เบื้องหลังในธุรกิจสตาร์ตอัพ “Homeprise” ไม่ต่ำกว่า 2 ปีมาแล้ว เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและเน็ตเวิร์กในรูปแบบ “ออนไลน์ทูออฟไลน์”

โดย Homeprise ได้รับเลือกจากแอปเปิลอิงก์ สิงคโปร์ ร่วมกันพัฒนาซอฟต์แวร์ AR (augmented reality) ของสิงคโปร์

“จุดแข็งของเราคือสตาร์มาร์คมีแบรนด์แข็งแกร่งบนออฟไลน์ ส่วน Homeprise เป็นสตาร์ตอัพบนออนไลน์ที่โดดเด่นระดับเอเชีย ในอนาคตเมื่อใช้อย่างแพร่หลายแล้ว จะทำให้สตาร์มาร์คก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในระดับเอเชีย ไม่ใช่หนึ่งในไทยแลนด์”

ดร.พัฒน์ปกรณ์กล่าวต่อว่า เปรียบเทียบเหมือนกับบริการวันสต็อปเซอร์วิสบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยแอปเปิล อิงก์ กับ Homeprise พัฒนาซอฟต์แวร์, กลุ่มสตาร์มาร์คนำสินค้า SMEs ดีไซเนอร์คนไทย ให้มาอยู่ในระบบ ร่วมกันดูแลลูกค้าโครงการหรือดีเวลอปเปอร์ ซึ่งปัจจุบันมีการเชื่อมธุรกิจกันสำเร็จแล้วกับ บมจ.แสนสิริ

ล่าสุดอยู่ระหว่างเจรจาเพื่อเชื่อมแพลตฟอร์มกับบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์อีกหลายรายในตลาด

เพิ่มน้ำหนัก “ลูกค้ารีเทล”

นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มสตาร์มาร์ค กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนธุรกิจตั้งเป้ารับรู้รายได้มีการเติบโตต่อเนื่องปีละ 5-10% ล่าสุดรายได้ในปี 2561 มีจำนวน 1,300 ล้านบาท ปี 2562 ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีแบ็กล็อก (สินค้ารอโอน) ในมืออีก 1,600 ล้านบาท จึงถือเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของบริษัท ถึงแม้ภาวะเศรษฐกิจภาพรวมจะอยู่ในช่วงขาลง

โดยพอร์ตรายได้รวมแบ่งเป็น ลูกค้ารายใหญ่ หรือลูกค้าโครงการ 60% ป้อนสินค้าชุดครัวแพนทรี่ให้กับโครงการคอนโดมิเนียมเป็นหลัก ปัจจุบันมีฐานลูกค้า 30-40 โครงการ เฉลี่ยติดตั้งชุดครัวบิลต์อินปีละ 20,000 ชุด ส่วนบ้านแนวราบติดตั้งเฉลี่ยปีละ 400 ยูนิต

ตลาดลูกค้าโครงการเริ่มตั้งแต่การพัฒนาสินค้าและออกแบบร่วมกัน ทำให้ชุดครัวแต่ละโครงการมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นจุดขายของสตาร์มาร์คที่มัดใจคู่ค้าตลอดช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ในการส่งมอบจะติดตั้งแบบฟูลลี่เฟอร์นิช หรือห้องชุดตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ ซึ่งจะต้องมีการรับประกันทั้งคุณภาพสินค้า และการส่งมอบตรงเวลา

“สังเกตว่าบ้านแนวราบจะน้อยกว่า เพราะลูกค้าโครงการของแนวราบไม่ได้เน้นทำการตลาด หรือขายแบบฟูลลี่เฟอร์นิช เหมือนกับคอนโดฯ แต่ในวงการเฟอร์นิเจอร์ ชุดครัวบิลต์อินเราแทบจะทำเจ้าเดียวในตลาดแนวราบ ปัจจุบันมีฐานลูกค้าหลัก บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, ควอลิตี้เฮ้าส์ และแสนสิริ”

พอร์ตรายได้ที่เหลืออีก 40% มาจากตลาดรีเทล หรือลูกค้า end user โดยเป็นคู่ค้ากับโฮมโปรตั้งแต่ปี 2539 สาขาแรกอยู่ที่โฮมโปร รังสิต ปัจจุบันสตาร์มาร์คในโฮมโปรเติบโตจำนวน 70-80 สาขาทั่วประเทศ ไซซ์ 60-80 ตารางเมตร

“ปีนี้เป็นจังหวะที่ธุรกิจอสังหาฯชะลอตัวด้วย ถ้า portion งานโปรเจ็กต์ชะลอลง ก็ต้องขยายตัวลูกค้ารีเทลให้แรงขึ้น เพราะฉะนั้น อยากบาลานซ์พอร์ตรายได้ใหม่ จากเดิมลูกค้าโครงการ/ลูกค้ารีเทล 60/40 ภายในปี 2563 ต้องการปรับสัดส่วนให้เป็น 50/50”

ปั้น “สตาร์มาร์ค อินทีเรียร์”

ทั้งนี้ แผนธุรกิจในการเพิ่มบทบาทลูกค้ารีเทลมีอย่างน้อย 3 ด้าน 1.ขยายไลน์สินค้าเพิ่มขึ้นผ่านสตาร์มาร์ค อินทีเรียร์ ภายใต้แนวคิด personalize interior ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 50 ล้านบาท และปี 2563 คาดว่ารายได้เพิ่มเป็น 200 ล้านบาท

โดยมีเปิดโชว์รูมแห่งแรกบนทำเล CDC ซึ่งเป็นโชว์รูมแฟลกชิปของสตาร์มาร์ค สาขาแห่งต่อไปเปิดบริการที่บุญถาวร วิลเลจ ปิ่นเกล้า ในเดือนกันยายนนี้ แผนลงทุนปีหน้าเตรียมเปิดเพิ่มอีก 2 แห่ง ร่วมกับบุญถาวร วิลเลจ บนทำเลเกษตร-นวมินทร์ และรัชดาภิเษก ใช้เงินลงทุนแห่งละ 3 ล้านบาท

“สตาร์มาร์ค อินทีเรียร์ เราอัพเกรดฐานลูกค้า เจาะตลาดกำลังซื้อ B+ ขึ้นไป แพ็กเกจราคาเริ่มต้น 3 แสนบาท นอกจากนี้ เจาะลูกค้าคอมเมอร์เชียลทั้งโรงแรม รีสอร์ต เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่ชอบโปรดักต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเรามีทีมดีไซเนอร์ถึง 30 คน ไว้รองรับทุกความต้องการด้านดีไซน์ของลูกค้า”

รวมทั้งมีการรีแบรนดิ้งโลโก้สตาร์มาร์คใหม่ ให้ทันสมัยและตอบรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ นอกจากตัวหนังสือสไตล์ดิจิทัลแล้ว ยังนำเสนอคัลเลอร์เทรนด์ตามแบบฉบับกูเกิล โดยมี 8 เฉดสีด้วยกัน

เสริมแกร่งสาขา-แตกไลน์สินค้า

2.กลยุทธ์สาขา ก่อนหน้านี้ในช่วง10 ปีที่ผ่านมา โฮมโปรมีการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยปีละ 10 สาขา ทำให้เน้นน้ำหนักในเรื่องการขยายสาขา ปัจจุบันอัตราการเปิดสาขาใหม่เริ่มนิ่ง

กลุ่มสตาร์มาร์คจึงหันมาเน้นการขยายโปรดักต์เพิ่มขึ้น ล่าสุดเพิ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ “หน้าบาน” กับ “วงกบ” เป็นสินค้าสำเร็จรูปสำหรับนำไปใช้กับครัวปูน และตู้ลอยด้านบนในห้องครัว มีข้อดีติดตั้งง่าย ควบคู่กับการนำเสนอชุดครัวสำเร็จรูปแบบคอมแพ็กต์ เป็นชุดครัวขนาดเล็ก ไซซ์ตั้งแต่พื้นที่ความยาว 1.2-1.66-2.2 เมตร เหมาะสำหรับติดตั้งในคอนโดฯ และทาวน์เฮาส์ที่มีพื้นที่จำกัด

“ชุดครัวสำเร็จรูปคอมแพ็กต์เป็นสินค้าขายดี ถ้าเป็นชุดครัวแบบเข้ามุมพื้นที่ยาว 1.8-2.2 เมตร ใช้เวลาภายใน 14 วัน ติดตั้งแล้วเสร็จ ราคาเริ่มต้น 2-6 หมื่นบาท/ชุด ไม่รวมเตา แต่รวมซิงก์ล้างจานเรียบร้อย ซึ่งสินค้าซิงก์ล้างจานก็เป็นซิกเนเจอร์ของสตาร์มาร์คเช่นกัน”

3.โฟกัสกลยุทธ์การทำตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ทูออฟไลน์ เพราะตระหนักดีว่ามาร์เก็ตติ้งทูลในโลกธุรกิจยุคใหม่มีการเปลี่ยนแปลงหมดแล้ว หันมาใช้ออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นจึงมีการพัฒนาเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไอจี ไลน์แอด ฯลฯ

“ปัจจุบันออนไลน์ทูออฟไลน์ เรามีพันธมิตรซัพพลายเออร์ 100 กว่าราย ในการรันงานโครงการสตาร์มาร์คผลิตชุดครัว ตู้เสื้อผ้า ที่เรียกว่าฟูลลี่ฟิตเต็ด ส่วน loose furniture อาทิ เก้าอี้ 1 ตัว เตียง โซฟา ไลติ้ง ซัพพลายเออร์เป็นผู้รับชอบ”

เล็งเพิ่มพอร์ตส่งออก 20%

นางสาวณัฐปภัสร์กล่าวตอนท้ายว่า โอกาสทางธุรกิจมองไปถึงการขยายสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาด AEC-ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งกลุ่มประเทศ CLMV-กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มีความโดดเด่นที่สุด

“3 ปีที่แล้วมองว่าตลาดในประเทศค่อนข้างอิ่มตัว อีกทั้งการแข่งขันก็รุนแรง อยากหาคู่ค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ปัจจุบันเรามีคู่ค้าในลาว กัมพูชา เมียนมา ส่วนเวียดนามจะเป็นเฟสต่อไปที่จะเข้าไปสำรวจตลาด ในอนาคตภายในปี 2566 อยากมีรายได้ตลาดส่งออกสัดส่วน 20% ของรายได้รวม”

ในด้านกำลังการผลิต ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานอยู่ที่มหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร บนที่ดิน 54 ไร่ กำลังผลิตต่อเดือน 10,000 ชุด ปัจจุบันใช้กำลังผลิต 70% แต่เพิ่งทำงานกะเดียว ในอนาคตสามารถเพิ่มการทำงานเป็น 2 กะได้ โดยมีไลน์ผลิต 10 ไลน์ผลิต ถ้าหากดีมานด์มีสูงต่อเนื่องสามารถลงทุนเพิ่มได้ทันทีอีก 2 ไลน์ผลิต โดยมีพนักงาน 1,300 คน

“การทำธุรกิจยุคนี้ไม่ต้องโตเอง หมดยุคโตเดี่ยว เป็นยุคที่ต้องหาพันธมิตรที่มีความถนัดความชำนาญเฉพาะด้าน มาร่วมมือกัน ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน และเติบโตไปด้วยกัน” นางสาวณัฐปภัสร์กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...