โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SLAPPs ฟ้องปิดปาก ปิดเสียง (3) : น้ำตาชาวซับหวาย เมื่อลุกป้องสิทธิ์ผืนทำกิน

TODAY

อัพเดต 28 ส.ค. 2562 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2562 เวลา 09.49 น. • Workpoint News

สารคดีเชิงข่าว ชุด “ SLAPPs ฟ้องปิดปาก ปิดเสียง” ทีมข่าวเวิร์คพอยท์นำเสนอเรื่องราวของ 4 บุคคล ใน 4 จังหวัดที่ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์จนถูกฟ้องในคดีต่างๆ

ตอนที่ 3 ออกอากาศวันที่ 28 ส.ค. 62 นำเสนอเรื่องราวการต่อสู้ของชาวบ้านหมู่บ้านซับหวาย ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว  จ.ชัยภูมิ ที่ต่อสู้ถึงกรรมสิทธิ์ที่ดินหลังตกสำรวจ ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติไทรทองฟ้องบุกรุกพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.ป่าไม้และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ทำให้ชาวบ้าน 13 คน ถูกศาลสั่งจำคุก ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นหัวหน้าครอบครัว 9 คน

 

เช้าวันนี้ ครอบครัวโพธิ์งามใช้ชีวิตไม่เหมือนที่เคยเป็น เพราะ สุวลี โพธิ์งาม ลูกสาวของนวลจันทร์  ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาจำคุก 8 เดือน ปรับ 200,000 บาท ในคดีอุทยานแห่งชาติไทรทองฟ้องข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่า ทำให้วันนี้ นวลจันทร์ต้องเป็นกำลังหลักแทนลูกสาว และปลอบประโลมหลานเมื่อคิดถึงแม่

สุวลีเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยงดูแม่ และยายผู้พิการ สิ่งที่ครอบครัวกังวล คือ การใช้ชีวิตในเรือนจำของสุวลี ไม่มีคำลาในครั้งสุดท้าย ก่อนลูกสาวจะขึ้นรถไปฟังคำพิพากษา

สุวลี คือผู้หญิง 1 ใน 9 คนจากชาวบ้าน  13 คน กลุ่มทายาทได้รับสิทธิ์ครอบครองไร่มันต่อจากพ่อแม่ แต่ตกสำรวจในปี 2541 ทำให้ถูกดำเนินคดีบุกรุกป่า ตามนโยบายขอคืนพื้นที่ป่าของรัฐบาล

ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องขาดเสาหลัก เช่นเดียวกับครอบครัว “โกเม็ด” วันนี้ อำพล แก้วจริง สามีของปัทมา โกเม็ด ต้องดูแลพ่อแม่แทนภรรยา โดยเฉพาะแม่ที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์

6 ปีกับการต่อสู้ถึงสิทธิการครอบครองไร่มันของชาวบ้านซับหวาย ความผิดพลาดรังวัดที่ดินของเจ้าหน้าที่  ทำให้ชาวบ้านกว่า160 ครอบครัวตกสำรวจ ต่อมาปี 2556 มีการบังคับให้ชาวบ้านเซนต์ยินยอมออกจากพื้นที่

นับตั้งแต่ปี 2557 อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง มีข้อตกลงแก้ปัญหาจากสำนักนายกรัฐมนตรี  แต่กลับถูกฟ้องคดีบุกรุกป่า หลักพิจารณาคดี ยึดเอกสารสิทธิ์ทางกฎหมายมากกว่าข้อเท็จจริงที่ชาวบ้านชี้แจง  วิธีนี้อาจเป็นการปิดเสียงการเรียกร้อง

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินมองว่า การฟ้องชาวบ้านซับหวายเป็นการฟ้อง SLAPPs เพราะโจทก์เป็นองค์กรรัฐที่มีทรัพยากรสนับสนุน ขณะที่ชาวบ้านผู้ถูกฟ้องคดีต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและยังต้องรับแรงกดดันให้เกิดความกลัว นำมาสู่เงื่อนไขข้อต่อรอง

นับเป็นคดีแรกที่ชาวบ้านถูกฟ้องคดีอาญาควบคู่กับเรียกร้องค่าเสียหายคดีแพ่ง ชาวบ้านซับหวายที่เป็นเพียงเกษตรกร 13 คน ต้องหาเงินจ่ายค่าเสียหาย ตั้งแต่ 40,000 – 1.5 ล้านบาท

วิธีปิดปากปิดเสียงประชาชนด้วยกฎหมาย อาจนำความขัดแย้งที่บานปลาย เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเสนอว่ารัฐควรฟังเสียงชาวบ้าน และรับรองแผนทรัพยากรที่ดินและชุมชน มุ่งแก้ปัญหาที่ดินด้วยนโยบาย จะสามารถยุติข้อพิพาทได้

(เมื่อวันที่  14 สิงหาคม 2562แกนนำชาวบ้านหมู่บ้านซับหวาย 13 คน ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว  11 คน โดยวางเงินประกัน เฉลี่ยวงเงินประกัน คนละ 180,000 – 500,000 บาท โดยใช้เงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม ซึ่งทีมข่าวได้ไปบันทึกภาพในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้ ชาวบ้านยังต้องต่อสู้ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งจนถึงศาลฏีกา)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...