โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์” กับชีวิตที่เหนือการควบคุม

TheHippoThai.com

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2562 เวลา 01.00 น. • THE HIPPO | Another Point Of View

ฮิวโก้ จุลจักร จักรพงษ์” กับ*ชีวิตที่เหนือการควบคุม *

วันนี้เราอยู่กับศิลปินที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมาอย่างยาวนาน “ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์” ผู้ที่มีเอกลักษณ์และตัวตนที่โดดเด่นจนใคร ๆ ก็รู้จัก ที่ตอนนี้ก็เพิ่งปล่อยผลงานอัลบั้มเพลงชื่อว่า “LACUNA” หรือ “ช่องว่างที่ไม่ควรจะมี” ออกมาเมื่อไม่นานนี้…เราขอเชิญทุกท่านมาร่วมพูดคุยถึงบทบาทหน้าที่ของผู้เป็นทั้งพ่อและสามี รวมถึงชีวิตศิลปินอันเหนือการควบคุมของเขาได้ที่นี่

“ฮิวโก้-จุลจักร” ผู้ทำมาแล้วทุกอย่างทั้งนายแบบ นักร้อง นักแสดง หลังจากทุกบทบาทและหน้าที่ที่เขาคนนี้ได้ทำมาแล้วนั้น ทุกวันนี้เขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยอะไร?

“หน้าที่ครับ” เขาตอบ “หน้าที่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด หน้าที่ของสามี หน้าที่ของพ่อ อะไรที่มันละเลยจากตรงนั้นมันคงไม่ได้ เวลาที่เหลือก็แสวงหาความสะใจครับ” เขาพูดพลางมองลอดแว่นกันแดดมาหาเรา “การเป็นพ่อที่ดีกับการเป็นนักร้องที่ดีมันต่างกันมาก บางทีการเป็นหัวหน้าวงที่ดี กับพ่อที่ดี มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ มีหยิบหมวกผิดบ้างนะ ก็ทำได้แต่หายใจลึก ๆ แล้วค่อยพูดออกมา มันเป็นสิ่งที่ควรทำนะในทุก ๆ เรื่อง” เขาเสริมต่อ

คำถามคือแล้วการแบ่งเวลาให้กับหน้าที่ที่ต้องทำ กับความสะใจส่วนตัวนั้น เขาจัดสรรมันอย่างไร คำตอบที่ได้คือเขา “ไม่ได้แบ่งอะไรเลย”

“ชีวิตแบ่งให้ผมเอง” เขาตอบแทบจะทันที “ลูกเปิดเทอมก็จะเป็นหน้าที่ของผมที่จะไปส่งลูก แต่ถ้ามีภารกิจ…ภรรยาก็จะเป็นคนไปส่ง ผมอยู่ในจุดที่มันไม่ได้ขึ้นกับเรา ผมจะมีงานก็ต่อเมื่อมีคนจ้างผม ผมไม่สามารถกำหนดหรือบาลานซ์อะไรได้ เราได้แต่รับมือกับสถานการณ์หน้างาน ช่วงไหนไม่มีงานก็จะอยู่กับลูกเยอะขึ้น ช่วงไหนมีงานก็ทำงาน งานดนตรีมันมีฤดูของมัน”

ถ้าอย่างนั้นแล้วเราอยู่กับความ “ควบคุมไม่ได้” ของชีวิตหรือเปล่า

“ใช่ สิ่งที่เรากำหนดได้คือ ลักษณะงาน เช่น นักดนตรีที่เราจะทำงานด้วย แนวเพลงที่มันจะออกมา แต่จังหวะของการใช้เวลาชีวิตในแต่ละปีมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรา” เขาอธิบายถึงความควบคุมไม่ได้ของชีวิตที่เขายอมรับและอยู่กับมัน

“เพราะมันมีคำว่า ‘หน้าที่’ หน้าที่กับความสนใจของผมมันสวนทางกัน อาชีพที่ผมเลือกคือ โปรดิวเซอร์ นักดนตรี มันก็ไม่ขึ้นอยู่กับเรา เรามีลูกค้าที่ต้องเลือกเรา ลูกผมถ้าเค้าไม่ต้องการความช่วยเหลือ ผมก็ไม่ต้องช่วย แต่ถ้าเค้าต้องการความช่วยเหลือผมก็ต้องช่วย นอกจากจะบาลานซ์อารมณ์ส่วนตัวของตัวเองในแต่ละสถานการณ์”

พูดถึงหัวข้ออารมณ์แล้วประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ชีวิตศิลปินที่ไม่ได้เป็นคนจัดสรรเวลาให้ตัวเองได้อย่างเขานั้น สามารถปรับอารมณ์ส่วนตัวให้มั่นคงตลอดเวลาได้อย่างไร

“ผมบริหารไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เขายอมรับ “ชีวิตมันขึ้น ๆ ลง ๆ บางอย่างเราไม่เคยเปลี่ยนเลย อีกทางหนึ่ง..ทัศนคติบางอย่าง ความต้องการหลายอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลา เราดันเลือกสายงานที่ไม่มั่นคงอีก”

“แต่ความสุขมันไม่ใช่ประเด็นนะ ความสะใจมันสำคัญกว่า มองหน้าตัวเองติด ตายตาหลับ อันนี้สำคัญกว่าความสุข ซึ่งตอนนี้ผมไม่รู้สึกเสียดายหรือเสียใจอะไรเลย เพราะเราก็ไหลตามโอกาสที่ได้มา ไม่ใช้ชีวิตแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ พยายามควบคุมสัญชาตญาณให้ดี บางทีเรามองว่ามันเหมือนขี่ม้าที่มันจะพยศเมื่อไหร่ก็ได้ เราต้องควบคุมมันให้ได้ มันเหมือนการทำงานเป็น team work ม้า คือตัวแทนของอารมณ์ คนอื่นที่อยู่ในชีวิตหรือสถานการณ์”

ความเป็นศิลปินของ “ฮิวโก้-จุลจักร” คือสิ่งที่เรายอมรับอย่างแท้จริง เพราะนี่คือตัวตนของเขาที่เราสัมผัสได้ผ่านทางผลงานต่าง ๆ ของผู้ชายคนนี้ ถ้าอย่างนั้นแล้วความเป็นศิลปินอย่างเขามองการใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะอย่างไร?

“ซื่อสัตย์ต่อตัวเองและสภาพแวดล้อม” เขาตอบหลังเว้นไปชั่วอึดใจ “ในขณะเดียวกันก็มีน้ำใจ มีแต่ทำให้คนอื่นรู้สึกดี อะไรที่มันเรียลมันมีเสน่ห์” เขาเน้น “คนที่เลยคำว่าเด็กแนวไปแล้วรู้จักใช้ชีวิตให้ดี แต่ในขณะเดียวกันชีวิตส่วนตัวก็ยังมีรสชาติครับ”

ท้ายสุดนี้เราคงต้องถามว่า ขุมแรงบันดาลใจของผู้ชายคนนี้ที่คอยผลักดันให้เขายังเป็นศิลปินอยู่คืออะไรกันแน่

“ส่วนมากคือความแปลก ความขัดแย้ง เราชอบเรื่องที่มันก้ำกึ่ง จะดีก็ไม่ดี จะเลวก็ไม่เลว อะไรที่มันมองได้หลายด้าน เรื่องที่ค่อนข้าง conceptual บางทีเรื่องที่มันค่อนข้างจะปรัชญา เราชอบอะไรแปลก ๆ ดึงอะไรที่แปลก ๆ แต่ก็ยังบันเทิงมาใช้ สิ่งที่สำคัญคือ ห้ามซ้ำตัวเองและคนอื่นถ้าเป็นไปได้ มันคือการท้าทายตัวเองในทุกครั้ง”

อะไรที่ Happening ที่สุดในชีวิตของผู้ชายที่ชื่อ “ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์

“มันเป็นสิ่งที่สะสมมาจนมีผลกระทบมากกว่า เช่น การไม่ตั้งใจเรียน ที่ทำให้เราต้องมาโฟกัสงานในวงการบันเทิง จนทำให้เรามาทำวงดนตรี กลายมาเป็นฮิวโก้อย่างในทุกวันนี้ ถ้าผมไม่ได้เล่นละครผมก็ไม่เจอพี่แอ๊ด พี่เทียรี่ก็คงไม่ได้มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ผม ความสัมพันธ์ในมนุษย์ทุกอย่างมันสำคัญและมันลิงก์ถึงกันหมดครับ” เขาตอบถึงสิ่งที่ส่งต่อให้เขามาถึงทุกวันนี้

ขอขอบคุณสถานที่ถ่ายทำและสัมภาษณ์ : DUKE Contemporary Art Space, ชั้น 1 Gaysorn Shopping Centre

เสื้อผ้าจาก : POEM Menswear

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...