โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วงเวียน 22 กรกฎา ถูกสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวันที่ “สยาม” ส่งทหารเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460

TOJO NEWS

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2564 เวลา 05.09 น. • digivalve

โดย สยาม เข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรประกาศสงครามกับกลุ่มประเทศฝ่ายมหาอำนาจกลาง ส่งผลให้เมื่อสิ้นสุดสงคราม สยาม อยู่ในฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ ได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และการทหาร รวมทั้งสามารถเรียกร้องแก้ไขและยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ของชาติมหาอำนาจที่เคยทำไว้กับ สยาม

วงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นวงเวียนน้ำพุ ตั้งอยู่ในบริเวณที่ถนน 3 สายตัดกัน คือ ถนนไมตรีจิตต์ ถนนมิตรพันธ์ และถนนสันติภาพ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ถนนรอบวงเวียนมีชื่อว่า
ถนนวงเวียน 22 กรกฎาคม

วงเวียน 22 กรกฎาคม ถูกสร้างขึ้น เพื่อรำลึกถึงวันที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงตัดสินพระทัย นำ สยาม เข้าร่วมกับฝ่ายฝ่ายสัมพันธมิตรส่งทหารไปรบ ในสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2460 โดยประกาศสงครามกับกลุ่มประเทศฝ่ายมหาอำนาจกลาง ส่งผลให้เมื่อสิ้นสุดสงคราม ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ และการทหาร รวมทั้งสามารถเรียกร้องแก้ไขและยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ของชาติมหาอำนาจที่เคยทำไว้กับ สยาม ในขณะนั้น

 บริเวณที่เป็นวงเวียน 22 กรกฎาคม แต่เดิมนั้น เคยเป็นชุมชนที่มีคนอยู่อาศัยหนาแน่นมาก ราว พ.ศ. 2460 ได้เกิดไฟไหม้ใหญ่เผาผลาญบ้านเรือนในบริเวณนี้ไปเกือบหมด เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงนครบาล ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ตัดถนนเพื่อความเป็นระเบียบของบ้านเมือง ต่อมาได้โปรดพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตัดถนนสามสาย บริเวณที่ถนนสามสายนั้นมาตัดกันได้โปรดให้สร้างเป็นวงเวียน พระราชทานนามว่า 22 กรกฎาคม ส่วนถนนสามสายนั้น พระราชทานชื่อว่า ไมตรีจิตต์ – มิตรพันธ์ – สันติภาพ เมื่อแปลความหมายแล้วจะได้ความว่า รอบวงเวียนนั้นมี 6 แยก คือ รัชกาลที่ 6 ทรงประกาศสงครามเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ด้วยไมตรีจิต ที่มีต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เกิดสันติภาพ

ย้อนไปนับแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ในทวีปยุโรป ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งมีประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย เป็นผู้นำ กับฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งมีผู้นำได้แก่ เยอรมนี และออสเตรีย-ฮังการี เมื่อพุทธศักราช 2457 ประเทศสยามในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ดำเนินนโยบายรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

จนกระทั่งพุทธศักราช 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าฝ่ายมหาอำนาจกลางได้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และปราศจากมนุษยธรรม กับทรงตระหนักด้วยพระปรีชาญาณทางทหาร ว่าฝ่ายสัมพันธมิตรน่าจะได้รับชัยชนะในสงคราม ซึ่งเมื่อสงครามสงบลงแล้ว หากสยามเข้าร่วมรบกับฝ่ายสัมพันธมิตร ย่อมได้ประโยชน์ในการเจรจากับนานาประเทศ เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทั้งในเรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขต และการแก้พิกัดภาษีศุลกากร

ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2460 จึงได้ทรงตัดสินพระราชหฤทัยประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร นอกจากนี้ ยังทรงส่งกองทหารอาสาไปร่วมรบ ณ สมรภูมิทวีปยุโรปอีกด้วย

ภายหลังจากสงครามโลก ครั้งที่ 1 สิ้นสุดลง เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2461 ฝ่ายสัมพันธมิตร
ซึ่งหมายรวมถึงประเทศสยาม ได้รับชัยชนะในมหาสงคราม

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำริว่าควรจะสร้างถาวรวัตถุ เป็นอนุสรณ์ ถึงวันที่ประเทศสยามประกาศสงครามต่อฝ่ายมหาอำนาจกลาง และเข้าร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวงเวียน พร้อมกับถนน ๓ สาย ณ บริเวณที่เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้ในตำบลหัวลำโพง ซึ่งอยู่ท้องที่อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามวงเวียนและถนนรวมกันว่า “22 กรกฎาคม”

ปัจจุบัน บริเวณวงเวียน 22 กรกฎาคม เป็นแหล่งขายยางรถยนต์ มีร้านขายยางรถยนต์ทั้งใหม่และเก่าจำนวนหลายร้าน รวมถึงร้านผลิตป้ายโฆษณา

นอกจากนี้ ในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 สถานที่แห่งนี้ยังถูกใช้เป็นที่สังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคา
แบบไม่เต็มดวง ที่เห็นได้ในประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เนื่องจากชื่อสถานที่
ตรงกับวันเกิดปรากฏการณ์นี้ นับเป็นปรากฏการณ์สุริยุปราคา ที่ยาวนานที่สุดในศตวรรษที่ 21

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...